Spain's Great Time เทใจให้สเปนBANLUEBOOKS
คำนำ








  • คำนำสำนักพิมพ์


    Spain’s great time เทใจให้สเปน เป็นผลงานลำดับที่ 5 ของ นพ.วันฉัตร ชินสุวาเทย์ หมอหนุ่มผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับประสบการณ์การเดินทางมาแล้ว ถึง 4 เล่ม

    ราชาสถาน ไอซ์แลนด์ดินแดนแห่งแสงเหนือ เดอะซาวด์ออฟนิวซีแลนด์ และโมร็อกโกโมเมนต์

    ใน 4 เล่มนี้ ได้รับรางวัลจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการถึง 3 เล่ม และราชาสถานซึ่งเป็นหนังสือเล่มแรกในชีวิตของ คุณหมอยังได้รับรางวัลในระดับดีเด่นอีกด้วย

    สเปน เป็นทริปล่าสุดที่คุณหมอเดินทางไป และชื่นชอบมากจนอยากเล่าให้ท่านผู้อ่านได้รับรู้ ประเทศที่มีความผสมผสานของวัฒนธรรมที่หลากหลายย่อมมากมายด้วยเสน่ห์ในหลายมิติ สเปนเป็นเช่นนั้น และเป็นประเทศที่นักท่องเที่ยวนิยมเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา

    หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านผู้อ่านจะหลงรักสเปนและเทใจให้เช่นเดียวกับ คุณหมอของเรา


    สำนักพิมพ์บันลือบุ๊คส์


  • รางวัล


    ผมเป็นคนประหยัด การใช้จ่ายแต่ละครั้งต้องผ่านการวิเคราะห์ซับซ้อน ว่าสมควรแก่การเสียเงินหรือไม่ หากไม่จำเป็นจะพยายามจ่ายให้น้อยที่สุด แต่มีเรื่องเดียวที่ทำใจประหยัดไม่ได้สักที คือ “การเดินทางท่องเที่ยว”

    ผมมองเรื่องนี้เป็นเรื่องพิเศษ เป็น “รางวัลชีวิต” มันทำ ให้ผมได้พักอย่างเต็มที่ ได้ทบทวนตัวเอง เรียนรู้เรื่องราวใหม่ ๆ และเสริมแรงบันดาลใจ ผมจึงยินยอมที่จะเสียเงินกับเรื่องนี้อย่างเต็มใจ

    ผมชอบฟังคนต่างชาติพูดภาษาของตัวเอง เพราะเวลาออกเสียง แต่ละสำเนียงมันเหมือนเพลงต่างจังหวะที่สื่อสารกันอย่างไพเราะ แม้แต่คำง่าย ๆ ที่ใช้บ่อยที่สุดอย่าง สวัสดี! ในภาษาไทย ก็แปลกหูเมื่อกลายเป็น Hello! ในภาษาอังกฤษ หนีห่าว! ในภาษาจีน มาฮาบาน! ในภาษาอิสลาม จูเลย์! ในภาษาชาวลาดัค Halo! ในภาษาเยอรมัน และ สวัสดีเวอร์ชั่นล่าสุด ที่ผมได้รู้จักจากการเดินทางครั้งนี้คือ Hola! (คล้ายคำผวน Halo!) ก็น่าฟังอยู่ไม่ใช่น้อย

    แต่ความฟินที่สุดของการได้รู้จักคำเหล่านี้คือ การที่เราได้เปล่งเสียงออกมาด้วยตัวเราเองเพื่อใช้งานจริง และเหตุการณ์เดียวที่ทำให้เราพูดคำแปลก ๆ เหล่านี้ได้อย่างไม่เคอะเขินคือ การเดินทางไปพูดในถิ่นกำเนิดของมัน

    การได้กล่าวคำ ทักทายเป็นภาษาถิ่น ผมคิดว่าเป็นเรื่องน่ารัก เหมือนชาวต่างชาติ พยายามพูด “สวัสดี” ภาษาไทย อาจจะแปร่งไปนิด แต่ก็เห็นความพยายามในการปรับตัว อ่อนน้อมเข้าหาวัฒนธรรมบ้านเรา ผมเลยคิดว่าชาวต่างประเทศคงคิดคล้ายกัน เมื่อเราทักทายเขาด้วยภาษาเขาเอง

    จุดเริ่มต้นของ “รางวัลชีวิต” ชิ้นใหม่ของผมเกิดขึ้นเมื่อ “กุ่ย” หนุ่มตี๋นักเรียนแพทย์อังกฤษมาดเข้ม ผู้กำลังทุกข์ทรมานกับภัยศูนย์องศาเซลเซียสในกรุงลอนดอนวางแผนหนีหนาว โดยชักชวน “สตรอง” หมอหนุ่มผิวเข้มมาดขรึมคู่หูจากภาควิชานิติเวช ณ ประเทศสกอตแลนด์มาร่วมขบวนการด้วย เพราะกลัวเพื่อนจะแข็งตาย กลายเป็นวัตถุโบราณอยู่ที่นั่น ในขณะที่พวกเรา ซึ่งประกอบด้วยสามสาวพี่น้องมหาภัย กิ๊บ สาวหมวยนัยน์ตาเหยี่ยว ผู้รักศิลปะและการบันเทิง มิ้ง แม่ชีสาวในคราบฆราวาส ผู้ตัดกิเลสทุกอย่างได้ ยกเว้นการเที่ยว และปลา สาวน้อยพราวเสน่ห์ ผู้ปฏิญาณตนว่า จะขอติดตามพี่สาวทั้งสองจนชีวิตจะหาไม่ และสุดท้ายคือตัวผมเอง รวม 4 คน เป็น ผู้ประสบภัยร้อนจากสยามประเทศ รวมเป็น 6 ชีวิตผู้ประสบภัยธรรมชาติ

    เรานัดประชุมเฉพาะกิจ เพื่อหาทางออกร่วมกัน และคำตอบคือ ต้องหาพื้นที่ตรงกลางที่อบอุ่นกว่าอังกฤษและหนาวเย็นกว่าไทย ซึ่งคำตอบสุดท้ายตกอยู่ที่ “ประเทศสเปน”

    ก่อนเดินทาง ผมเคยคิดว่าสเปนเป็นประเทศเก่าแก่ มีอารยธรรมประวัติศาสตร์ให้เราชื่นชม มีทีมฟุตบอลชั้นยอด มีนักกีฬาชั้นเยี่ยม มียาบำรุง “แมลงวันสเปน” อันเลื่องชื่อ แต่ก็คงไม่ต่างจากประเทศอื่นในยุโรปมากนัก แต่ความจริงแล้ว สเปนมีมากกว่านั้น และทุกอย่างมีเอกลักษณ์ น่าตื่นตา และเต็มไปด้วยจิตวิญญาณของผู้คน ไม่ว่าจะเป็น สถาปัตยกรรมแบบมูเดฆาร์ ระบำฟลาเมงโก การสู้วัวกระทิง อาหารการกินอย่างฆามอน รวมถึงการเป็นจุดเริ่มต้นศิลปะแบบโมเดิร์นตัวพ่อของโลกด้วย

    ที่นี่เป็นประเทศที่มีเสน่ห์มาก และเหมาะแก่การเดินทางมาเยือนอย่างแท้จริง

    นอกจากความบันเทิงจากการเดินทางที่ผมได้มอบให้เป็น “รางวัลชีวิต” ของตัวเองแล้วยังมีอีกสิ่งที่เกิดขึ้นตามมา นั่นคืออุปสรรคนอกแพลนต่าง ๆ ที่ทุกคนต้องเผชิญเมื่อออกเดินทางไม่ว่าคุณจะอยากเจอหรือไม่ มันก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มันทำ ให้ผมต้องค่อย ๆ เห็น ค่อย ๆ รู้ และค่อย ๆ แก้ปัญหา สิ่งเหล่านี้เป็นความตื่นเต้น สดใหม่ จากประสบการณ์ที่หาไม่ได้ถ้าเราเลือกนอนนิ่งอยู่กับที่แล้วอ่านหนังสือดูรูปประกอบอย่างเดียว (แม้หนังสือเล่มนั้น จะคือการไปเที่ยวสเปน!)

    และนี่คือรางวัลของชีวิตที่การเดินทางจะมอบให้เรา



เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in