IntrovertJame Curser
สังคมที่เปลี่ยนไป
  • สิ่งที่เข้าใจได้ง่าย บางครั้งมันเหมือนมีระบบบางอย่างที่คอยปิดกั้นเอาไว้เลยเนอะ ถึงแม้มันจะไม่มีกฏอะไรบอกไว้ แต่คลื่นและกระแสจากสิ่งต่างๆรอบตัวเรา มันบอกเราอย่างชัดเจนมาตลอด ว่าความคิดแบบไหนที่จะสามารถคงอยู่ได้นานกว่า หลังจากที่เราเผยแพร่มันออกสู่สาธารณะแล้ว
    .
    มันทำให้มีความคิดวูบวาบขึ้นมาตลอดว่าเราไม่อยากอยู่ในสังคมของจริง ไม่อยากพบเจอผู้คนจริงๆ เพราะความเหลือล้นของกฏ ระเบียบ ที่ดูจะมีมากเกินกว่าที่มันควรจะเป็น จนในบางครั้งสิ่งที่สร้างขึ้นมันกลับไปเบียดเบียนสิ่งที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติของมัน หลายคนพยายามที่จะต่อสู้บ้างสำเร็จบ้างก็ไม่ อีกไม่น้อยที่เลือกจะหลบหลีกการต้องเผชิญหน้ากับมัน 
    .
    นับว่าโชคยังดีที่ในยุคสมัยหนึ่ง โลกของพวกเราก็ถือกำเนิดสังคมแห่งใหม่ ที่มีเครือข่ายกว้างขวาง และเข้าถึงได้ง่ายดาย แต่ด้วยความที่มันสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย ผุ้คนมากมายจึงไหลกันเข้ามาที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว จนตอนนี้เราก็ไม่ค่อยจะชอบสังคมไซเบอร์นี่เท่าไรแล้ว มันรู้สึกชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ กับค่านิยม วัฒนธรรม ระบบระเบียบ และอะไรอีกมากมาย ที่มันค่อยๆไล่ตามเราเข้ามาในนี้ ความสดใหม่ของเนื้อหาและเรื่องราวไม่ได้มีเกลื่อนหน้าไทมไลน์เหมือนตอนแรกเริ่ม มันเหมือนเนื้อสดที่เริ่มได้กลิ่นเน่าในบางครั้ง แต่เราส่วนใหญ่ก็มักจะยินดีที่จะนำมันไปปรุงอาหารต่อ 
    .

  • หนึ่งในสังคมที่มีผู้คนหลั่งไหลเข้าไปมากที่สุดคงเป็นเฟสบุ๊ค สังคมสีฟ้าขาวที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเมื่อประมาณ สิบปีก่อน ช่วงแรกเฟสบุ๊คเป็นอะไรที่ให้ความเป็นอิสระเสรีสำหรับเรามาก เราทั้งรักและชื่นชอบโลกใบนี้มาก ในขณะที่คนส่วนใหญ่ในโลกของความจริงยังไม่ค่อยรู้จัก หรือ ยังปรับตัวเข้ากับความรวดเร็วของอินเทอร์เน็ตไม่ได้นั้น คนบางกลุ่มกลับใช้เวลาเป็นวันๆ โลดแล่นไปในโลกใบใหม่ผ่านหน้าจอ รวมถึงตัวเราเองก็ด้วย 
    .
    แต่ไม่นานนักอะไรหลายๆอย่างมันก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ โดยที่เราเองก็ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ว่ามันเปลี่ยนไป ผู้คนที่เริ่มหลั่งไหลกันเข้ามามากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นไม่ว่าเพื่อนในเฟสบุ๊คนั้นจะมีกี่พันคนก็ตาม เราจะรู้จักหรือเคยกันหน้ากันจริงๆไหมก็ตาม ตราบใดที่เพื่อนทั้งห้าพันคนนั้นไม่ได้มายืนเบียดอยู่ข้างตัวเรา ตราบใดที่เราไม่ได้รู้สึกถึงความแออัดของผ้คนมากมายเหล่านั้น เราก้จะไม่มีวันรู้สึกว่าเฟสบุ๊คกำลังมีปัญหาด้านประชากร แต่ก็อย่างว่าร่างกายที่มีเนื้อหนังของเราไม่ได้ถูกจับยัดเข้าไปในสายไฟ หน้าจอ หรือในแผ่นชิปเล็กพวกนั้นอยู่ดี.แต่ถึงเราจะนั่งเสพสมเรื่องราวมากมายจากทั่วโลกผ่านหน้าจอในห้องนอนของตัวเองได้ แต่คนส่วนใหญ่กลับเลือกจะหาทางออกที่แตกต่างกันไป เพื่อรักษาพื้นที่และระยะห่างในโลกดิจิทัลนั้น เอาไว้ให้ตนเองได้ปลดปล่อย หรือ ผ่อนคลาย อย่างการซ่อนโพส การตั้งค่าโพส การใช้เฟสลับ หรือ หนักเข้าก็หนีไปโลกใบอื่น อย่างทวิต หรือ ไอจี ที่ช่วยขยายพื้นที่อันเสียไปให้ได้กลับคืนมา และถูกเติมเต้็มอีกครั้ง
    .

  • จริงๆแล้วในความรู้สึกของเรามันเหมือนโดนไล่ที่เลยเนอะ จากที่เราเคยมีอิสระ พอวันนึงมีใครสักคนไม่ชื่นชอบ ไม่ยินดี ไม่พอใจ ในตัวอักษร รูปภาพ หรืออะไรก็ตามที่มันคือสิ่งที่เราทำมันมาตั้งแต่แรก อาจจะทำมันมาตั้งแต่ก่อนมีสังคมดิจิทัล ก่อนจะมีโซเชี่ยล แต่เพราะอะไร เมื่อสิ่งเหล่านั้นมาอยู่ในหน้าจอเล็กๆพวกนั้น มันกลับกลายเป้นสิ่งที่ดูเมือนจะผิด และดูจะเข้าใจยากขึ้นมาซะอย่างนั้น ทั้งที่เมื่อพวกคุณเห็นมันในโลกแห่งความเป็นจริง พวกคุณไม่แม้แต่ตะสนใจมันเลยสักนิดเดียว นั่นมันทำให้เราเองที่ต้องกลายเป็นผู้ที่เปลี่ยนแปลงตามกระแสของชาวบ้านชาวเมือง เปลี่ยนพฤติกรรม หรือ หลบซ่อนความคิดและมุมมองของตนเอง เพื่อให้เราไม่ต้องทิ้งมันไป และไม่ต้องกลายเป็นตัวประหลาดในเวลาเดียวกันด้วย
    .
    ตอนนี้เรารู้สึกอยากให้เกิดสังคมใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง อยากให้โลกวิวัฒนาการอีกครั้ง แต่ก็ไม่รู้ว่าเราจะอยู่ถึงรึเปล่า ที่ทำได้จริงตอนนี้ ก็คงเป็นการหามุมสวยๆ ร่มๆ ใต้ต้นไม้สักต้น ที่มีลมพัด มีแดดหน่อยๆ แล้วก็ไปนั่งเล่นนอนเล่นคนเดียว เหมือนอย่างทุกๆครั้ง ที่มันช่วยให้เราเข้าใจชีวิต และมีพื้นที่ในการใช้ความคิด มุมมอง และแสดงออกที่มากขึ้น อย่างน้อยก็แค่ถูกคนที่เดินผ่านมาเห็นมองว่าเป็นคนที่แปลกประหลาด แต่ก็ไม่มีใครกล้าจะเดินเข้ามาห้ามปรามไม่ให้เราทำอะไร อย่างที่เราอยากจะทำหรอก 
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in