สัปดาห์แห่งนรก凤影
Wednesday 28 October 2020
  • - ทำไมไข่มุกในชานมไข่มุกถึงไม่ยอมหมดไปพร้อมกับชานมสักที -

    ช่วงนี้ฉันโหยของหวานเป็นพิเศษ วันนี้ก็เลยซื้อชานมมัชฉะมาหนึ่งแก้ว เปลี่ยนจากมุกธรรมดาเป็นเยลลี่บราวชูการ์ มัชฉะเข้มข้นจนฉันรู้สึกเฝื่อนๆคอ แต่มันมีกลิ่นหอมมากจนทำให้ข้ามๆเรื่องนั้นไปได้ 

    ก็เหมือนเดิมทุกที น้ำมันหมดก่อนตลอดเลย และฉันเสียดายเยลลี่บราวชูการ์มากๆเลยจะว่าจะดูดๆขึ้นมาเคี้ยวเล่นอีกสักหน่อย

    อ๊า สุดท้ายฉันก็สำลัก ยังไงอ่ะ ภาษาเหนือเขาเรียกว่า มันหลุบเข้าไปในหลอดลมอ่ะ มันทำให้ฉันไอและแสบๆคอนิดหน่อย แต่สักพักก็หาย และฉันเสียดายเยลลี่มากๆ แต่ไม่กล้าดูดกินเพียวๆต่อแล้ว ก็เลยจำใจทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย

    วันหลังพกน้ำเปล่าด้วยดีกว่า TT

    แต่การพกน้ำตอนไปโรงเรียนหรือตอนกลับบ้านมันหนักมากเลยค่ะ ฉันก็เลยทิ้งขวดน้ำไว้ที่โรงเรียนบ่อยๆ ฮือ ตอนนี้ฉันเริ่มรู้สึกไม่สบายท้องแปลกๆ ดื่มชาเขียวนมทีไรก็ไม่สบายท้อง รู้สึกจะอ้วกทุกที จริงๆอยากดื่มชาเขียว ที่ไม่ใส่นมนะคะ แต่ร้านนั้นมันดูเหมือนจะมีแต่ชานม ก็เลยสั่งไป แต่พอสั่งเสร็จฉันก็เหลือบเห็นป้ายเล็กๆมันเขียนว่ามีชามะลิด้วย 

    ... 
    เจ็บปวดใจมากเลยนะ วินาทีนั้น

    กลับมาที่เรื่องกระเป๋าหนักเบากันต่อ ฉันเคยชั่งน้ำหนักระเป๋าด้วย มันมีน้ำหนักอยู่ที่สามถึงสี่กิโลค่ะ หนักมาก เหมือนแบกแมวอ้วนหนึ่งตัวไว้บนหลัง (แมวฉันเองค่ะ)

    ฉันมีส่วนสูงอยู่ที่ 157 มาตั้งแต่มอหนึ่ง ตอนปอหกสูง155 แล้วมันก็พุ่งขึ้นมาสองเซ็นต์ ฉันดีใจมาก ถ้าพุ่งพรวดเรื่อยๆคงเป็นแอร์ได้สบาย แต่มาจนถึงตอนนี้ฉันยัง157เหมือนเดิมอยู่เลยค่ะ อยากสูงสัก160แต่ฉันพยายามแล้วมันก็ไม่ได้เลยค่ะ 

    ฉันคิดว่าการแบกกระเป๋าหนักๆไปโรงเรียนและกลับบ้านเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้การเจริญเติบโตทางด้านส่วนสูงของฉันมันลดประสิทธิภาพลงด้วยค่ะ

    ตอนประถมฉันมีตู้เก็บของเป็นของตัวเองที่โรงเรียนนะคะก็เลยไม่ได้แบกอะไรไปโรงเรียน ณ ตอนนั้นฉันสูงเป็นอันดับสองในห้องด้วยค่ะ ก็ภูมิใจนิดๆนะ คิก (กระซิบว่าเป็นโรงเรียนประถมเล็กๆแบบเล็กมาก ให้ฟีลลิ่งโรงเรียนใกล้บ้าน และไม่ได้เรียนกับครูจริงๆทุกวิชาค่ะ เรียนกับครูตู้ (ว้าว ยิ่งเขียนยิ่งตื่นเต้น  ไว้ฉันจะเขียนเล่าเรื่องนี้เเยกออกมานะคะ ))

    แต่พอเข้าโรงเรียนประจำจังหวัดฉันก็ต้องจัดตารางสอนใส่กระเป๋ามาเองเพราะโรงเรียนชอบใช้ห้องเรียนเป็นสถานที่สอบให้กับหน่วยงานอื่นๆตลอดเลยค่ะ ทำให้ต้องขนหนังสือกลับบ้านกันตลอด 

    ฉันปวดไหล่มากๆ เลยในช่วงนี้ ตอนมอต้นยังสบายอยู่ค่ะ แต่มามอปลายมันก็เริ่มที่จะปวดหลังด้วย ขนาดพ่อกับแม่เองยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กแค่นี้จะปวดหลังแล้ว

    ค่ะ ฉันก็ไม่เชื่อเหมือนกัน แต่ฉันคิดว่าพอผ่านพ้นมัธยมไป ฉันจะดีขึ้นค่ะ

    กรี้ด นี่ฉันเขียนอะไรไม่รู้ไปเยอะแยะเลย ก็มันอยากจะเมาท์มอยนี่นา

    เข้าเรื่องวันนี้ดีกว่า

    วันนี้ไม่ใช่วันที่แย่เลยค่ะ อากาศดี อาหารอร่อย และรู้สึกดี

    มีสอบเขียนตามคำบอกและฉันคิดว่าฉันน่าจะเขียนถูกหมด ถ้าไม่ลืมอะไรนะคะ มันเป็นความจำระยะสั้น เพราะฉันพึ่งมาจำเมื่อคืนและมาจำต่อตอนเช้า และสอบตอนบ่าย ความจำแบบนี้มักไม่ยั่งยืนค่ะ แต่ด้วยเวลาที่จำกัดและงานรัดตัว ฉันไม่มีเวลาที่จะทบทวนอะไรเลย

    พรุ่งนี้ต้องส่งงานค่ะ ไม่มีสอบ รู้สึกแฮปปี้มาก ฉันติดหนังของเน็ตฟลิกซ์เรื่องนึง- ไม่ คืนนี้ไม่ดูดีกว่า คืนนี้จะเก็บคอร์สเรียนภาษาอังกฤษค่ะ ห่างหายไปนานมากๆ 

    ครูภาษาอังกฤษจำหน้าและเลขทีี่ของฉันได้ด้วย ขอคิดเข้าข้างตัวเองสักหน่อย ฉันคิดว่าครูชอบวิธีการนำเสนองานของฉันจนต้องไปหาว่าฉันเลขที่อะไรแน่ๆ เพราะวันนี้ในตอนที่ฟังเพื่อนคนอื่นพรีเซนต์งาน ครูได้มานั่งข้างหลังฉันและคอยถามว่า เธอเข้าใจที่เพื่อนแปลหรือเปล่าเลขที่14 เธอคิดว่าประโยคนี้ควรจะแปลว่าอะไร ประโยคนี้เธอเข้าใจมันยังไงบ้าง บลาๆๆๆๆ ฉันยินดีตอบค่ะ ถึงแม้มันอาจจะไม่ถูกร้อยเปอร์เซ็น รู้สึกดีที่ครูอยากจะรู้ว่าฉันมีความคิดเห็นยังไง มันเยี่ยมมากเลย ไม่บ่อยค่ะที่จะมีคนถามอะไรแบบนี้กับฉัน

    ฉันชอบที่จะแปลภาษามากๆ เพราะถ้าแปลได้ เท่ากับว่าเราเข้าใจ และการที่เราสามารถทำความเข้าใจในภาษาอื่นๆได้ที่มันเป็นความรู้สึกที่น่าตื่นเต้น เหมือนเข้าไปในโลกใหม่ ดูเวอร์มากๆแต่ฉันคิดแบบนั้นจริงๆค่ะ คิกคัก 

    (อยากจะพิมพ์ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ แต่ว่ามันดูแปลกๆ เบียวๆเหมือนหนุ่มน้อยผู้กล้าหาญกำลังเขียนอวยตัวเองอยู่ กี้ด แต่แบบนี้ก็เหมือนกำลังเขียนนิยายอยู่แหละเนาะ อันที่จริงฉันชอบเขียนมากๆเลยค่ะ การจะพัฒนาการเขียนก็คือต้องเขียนบ่อยๆ เพราะฉะนั้นฉันถึงได้มาเขียนไดอารี่ลงในนี้ จะเขียนใส่สมุดมันก็น่าเบื่อ เพราะตัวหนังสือของฉันมันไม่น่ามองเท่าไหร่ แถมยังไม่มีคนอ่านด้วย เขียนในนี้แหละ เพื่อให้ใครที่ไหนไม่รู้มาอ่านและก็อาจจะหน้านิ่วคิ้วขมวดว่า เอ ยัยผู้หญิงคนนี้มันเป็นอะไรของมัน แต่ก็นั่นแหละค่ะ การได้เห็นยอดวิวที่เพิ่มขึ้น จะมากหรือน้อย ฉันก็รู้สึกว่า สิ่งที่ฉันอยากจะระบายมันได้ถูกใครสักคนรับฟังแล้ว มันรู้สึกดีมากๆค่ะ)


    เรื่องดีๆก็มีแค่นี้ เดี๋ยวฉันก็จะไปทำงานที่เหลือต่อ อาบน้ำแต่หัววัน เพื่อที่จะได้เรียนออนไลน์ต่อ ฉันรู้ว่าการที่ยังเรียนอยู่ตอนนี้มันไม่ใช่ มันควรทำข้อสอบได้แล้วบลาๆ แต่อย่าลืมนะคะ แต่ละคนมีเส้นทางแห่งการประสบความสำเร็จไม่เหมือนกัน กี้ด ฉันกล้าพิมพ์แบบนี้ได้ยังไงในเมื่อฉันไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าตัวเองจะประสบความสำเร็จไหม

    ฉันได้ดูเอมิลี่อินปารีสด้วยนะคะ ฉันได้ข้อคิดมาอย่างหนึ่งว่า การประสบความสำเร็จอาจจะไม่ใช่เป้าหมายเสมอไป แต่การใช้ชีวิตอย่างมีความสุขต่างหาก คือเป้าหมายที่เราควรจะมี

    แต่เอาจริงประโยคนี้ฉันรู้สึกว่ามันค่อนข้างที่จะเป็นประโยคที่คนมีฐานะเท่านั้นที่จะพูดได้ แต่ฉันก็ลืมไปอย่างนึงว่าสาเหตุที่ทำให้คิดแบบนี้ก็เพราะสภาพความเป็นอยู่ในประเทศเราเอง ฝรั่งเศสเขาเป็นประเทศที่สวย ค่าครองชีพสูงและสวัสดิการที่ดี คนธรรมดาๆยังสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ในปารีส เห็นแล้วอยากมีชีวิตแบบนั้นบ้าง

    ต่างกับประเทศไทยแบบฟ้ากับเหวเลย เพราะขณะที่กรุงเทพนั้นเจริญแบบกระท่อนกระเเท่น ฟุตบาทก็ไม่ได้ดี ระบบขนส่งมวลชนก็เข้าขั้นห่วยและไม่ใช่ทุกคนที่จะได้ใช้ รถติดด้วยอีก จังหวัดนอกๆรอบไปก็คือชนบทดีๆ มีป่ามีเขา มีทุ่งนา ว้าว โรแมนติกจัง 

    หึ

    ฉันเป็นเด็กตจว. ฉันก็อยากมีรถเมล์ รถไฟฟ้า และร้านหนังสือใหญ่ๆบ้าง จังหวัดของฉันมีร้านหนังสือเล็กๆอยู่ในตัวห้าง และแพงด้วย ตอนนี้ฉันหันมาซื้อกับช้อปปี้เเทนแล้วค่ะ

    แอพช้อปปี้ก็ยังมีประเด็นในเรื่องความไม่ยุติธรรมต่อพ่อค้าแม่ค้าไทยบางรายอยู่ ซึ่งมันแย่ที่ตัวแอพอนุญาตให้คนจีนมาขายของตัดหน้าในราคาที่ถูกกว่า

    พอค่ะ ฉันปวดหัวมาก พูดเรื่องไหนก็โยงถึงปัญหาได้หมดเลย ปัญหาทุกอย่างในประเทศไทยตอนนี้เหมือนใยแมงมุมเลยค่ะ พอพุเรื่องนี้ ก็สามารถโยงไปเรื่องนั้น โยงๆๆๆไปได้จนถึงตัวแมงมุมเลยค่ะ  การจะกำจัดใยแมงมุมแค่เอาไม้กวาดปาดลวกๆมันก็ไม่หายไปอยู่แล้ว เพราะเดี๋ยวแมงมุมตัวเดิมก็สร้างมันใหม่ 

    เพราะฉะนั้นฆ่าแมงมุมทิ้งไปซะก็สิ้นเรื่องค่ะ 

    ขอบคุณที่รับฟังค่ะ เพราะมันไม่ใช่วันนรกแบบที่ฉันคิด ฉันก็เลยพูดแต่อะไรไร้สาระเต็มไปหมด 

    ขอให้พรุ่งนี้เป็นวันที่ดีค่ะ









Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in