Movie Timesranisara
Changeling : หนังแห่งความเลื่อมล้ำ และความมั่นคงของผู้เป็นแม่
  • ภาพยนต์เป็นสิ่งที่เรายกให้เป็นอันดับหนึ่งในชาร์ตของสิ่งที่เราจะเลือกเสพทั้งในช่วงเวลาที่ว่างและในช่วงเวลาที่ไม่ว่าง

    เราเป็นคนประหลาดอย่างหนึ่ง และเราคิดว่าหลายคนก็เป็นนั่นก็คือ ดูหนังผีไม่ได้ แต่กลับดูหนังฆาตรกรรมหนักๆ สืบสวนสอบสวนหน่วงๆ ได้อย่างต่อเนื่องชนิดที่ว่าถ้าไม่เอาไปหลอนจนถึงขั้นลืมตาล้างหน้า หรือนอนเปิดไฟตาค้างทั้งคืนก็จะไม่หยุดดู

    แล้วยิ่งเป็นหนังที่เกี่ยวกับคนหายไปด้วยแล้วเรารู้สึกว่ามันมีเสน่ห์บางอย่างให้น่าติดตามจนลืมเสียงรอบข้างไปทั้งหมด

    Gone Girl เป็นหนังคนหายที่เราจัดอันดับไว้ว่าเป็นที่1 ของหนังในดวงใจ เบียดเซียดยัดเหยียดอยู่บนแท่นเดียวกับ The Martian หนังอีกประเภทหนึ่งที่เรื่องราวค่อนข้างจะห่างไกลกัน Gone Girl ทำให้เราสามารถสบถออกมาได้เลยว่านางเอกหนังเรื่องนี้แม่งโคตร Bitc**

    อห…! เป็นเนื้อเรื่องที่โคตรจะล้ำ การวางแผน การถักทอเหตุการณ์ต่างๆ เข้าด้วยกันคือมันโคตรดี! ยิ่งฉากสุดท้ายเป็นอะไรที่เรากับแฟนได้แต่นั่งอ้าปากค้างแล้วพูดเหมือนกันว่า

    เอาซิ ใครจะทนไม่ไหวก่อนกัน

    ซึ่งถ้าใครยังไม่ได้ดูเรื่องนี้เราขอแนะนำเลยว่าหยุดเสาร์-อาทิตย์ก็ลองเปิดดูสักหน่อยแล้วชีวิตคู่จะสนุกขึ้นอีกเยอะ

    ก็อย่างที่เราบอกว่าหนังที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการหายไปของใครบางคนมันมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูกเราจะได้เห็นธาตุแท้ของคนที่อยู่ใกล้ตัวว่ารักเราจริงมากน้อยแค่ไหน เห็นความร่วมมือร่วมใจของเพื่อนบ้านที่ไม่รู้ว่าหวังดีหรือแค่ต้องการเจือก และเห็นความช่วยเหลือของหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องการสร้างชื่อให้กับองค์กรตัวเองยิ่งคดีไหนโด่งดังมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งได้รับความสนใจจากคนใหญ่คนโตมากเท่านั้น

    และ Changeling คือหนังที่เราจะพูดถึงในบทความนี้




    Changeling เป็นภาพยนต์ที่สร้างขึ้นมาจากโครงเรื่องจริงของ คริสติน คอลลินส์ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยววัย 39ปี ที่ลูกชายของเธอ วอลเตอร์ คอลลินส์ ในวัย 9 ขวบ หายตัวออกไปจากบ้านอย่างไร้ร่องรอยในเมืองลอสแองเจลิส ปี 1928 และในอีก เดือนต่อมา เธอก็ได้รับข่าวว่าตำรวจพบลูกชายของเธอแล้ว แต่เมื่อพบหน้าคริสติน ก็รู้ทันที ว่านี่ไม่ใช่ วอลเตอร์ ลูกชายของเธอ

    หน่วงเราให้ความรู้สึกแรกเลยคือ หน่วง

    ตอนที่ทั้งสองคนพบหน้ากันแล้วผู้เป็นแม่ชะงักค้างไปก่อนจะพูดเบาๆ ว่านี่ไม่ใช่ลูกชายของเธอ เป็นอะไรที่เราหน่วงจนพูดไม่ออก เรายังไม่ได้เป็นแม่คนเราไม่รู้ร้อยเปอร์เซนต์หรอกว่าความรู้สึกของคริสตินตอนนี้เป็นเช่นไรแต่สิ่งที่เรารู้ก็คือ แม่คนนี้เป็นคนที่เลี้ยงลูกมาตามลำพังตลอด 9 ปี ไม่มีทางไม่มีทางเลยที่เขาจะจำลูกของเขาเองไม่ได้เพียงแค่มองเห็นใบหน้าและรูปร่างภายนอก

    แต่เพราะความโสมม และอยากได้หน้าของคนที่เรียกตัวเองว่า ตำรวจ ( ในเรื่อง ) ที่ทั้งขู่บังคับแล้วก็พูดสารพัดเพื่อให้เธอต้องจำใจยอมรับกับสื่อมวลชนว่านี่แหละเจ้าหนูคนนี้แหละคือลูกของเธอที่หายไป มันจึงทำให้เธอตกอยู่กับความเครียดและสถานการณ์บ้าๆ บอๆ อย่างเลี่ยงไม่ได้จะขัดค้านหรือขัดขืนก็ไม่ได้ เพราะว่าเธอเป็นผู้หญิงที่เกิดมาในยุคที่หลายคนยังคงยึดถืออยู่ว่าทั้งอ่อนแอและไม่ควรจะมีสิทธิเรียกร้องอะไรมากมาย ส่วนข้าราชการมีอำนาจในการสั่งตายประชาชนโดยไม่ผิดกฎหมาย



    เรายอมรับว่านับถือใจของ คุณคริสตินมาก เธอไม่ยอมแพ้ต่ออะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะโดนจับไปทำอะไรไม่ว่าจะโดนด่าใส่หน้ายังไงเธอก็ยังยืนยันในสิ่งที่เธอรู้ดีที่สุดในโลกว่าเด็กผู้ชายคนนี้ไม่ใช่ลูกของเธอและเธอไม่อาจยอมรับได้เพียงเพราะว่ากลัวอำนาจของคนที่มีอยู่ในมือ และก็พร้อมที่จะเสียทุกอย่างขอเพียงแค่ตามหาลูกชายคนเดียวของเธอให้พบเท่านั้นจนท้ายที่สุดไม่ว่าลูกของเธอจะเป็นตายร้ายดียังไงเธอก็ยังมีความหวังไม่เสื่อมคลายไปจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต



    ตลอดระยะเวลาสองชั่วโมงกว่าที่เราปล่อยให้ภาพยนต์เรื่องนี้สะกดจิตใจมันเป็นระยะเวลาที่เราได้พบเจอกับอะไรมากมายร่วมกับตัวละครต่างๆ ในเรื่อง เรากำหมัดแน่นทุกครั้งที่ถึงฉากการกดขี่ข่มแหงของคนที่มีอำนาจแต่อีกด้านเราก็โคตรจะซาบซึ้งใจการช่วยเหลือจากผู้คนมากมายรอบตัวคุณคริสติน มันทำให้เราตระหนักคิดได้เลยว่าจริงอยู่ที่คนหนึ่งคน โดยเฉพาะว่าเป็นผู้หญิงด้วยแล้ว อาจจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความเชื่อหรืออำนาจดั้งเดิมที่มีกันมาอย่างช้านาน แต่เมื่อไหร่ที่คนหนึ่งคนนั้นพูด พูดและพูด จนไปถึงหูคนอีกหลายคนที่เขาพร้อมจะให้การช่วยเหลือและเห็นด้วยว่าความดั้งเดิมนั้นควรถูกกำจัดออกไปเสียที

    เมื่อนั้น การเปลี่ยนแปลงย่อมเกิดขึ้นเสมอ

    ดังนั้น สำหรับเราแล้ว Changeling  จึงไม่ใช่แค่หนังคนหายธรรมดาๆ แต่กลับเป็นหนังที่ให้ทั้งความหวัง กำลังใจ และปลุกความรู้สึกผิดชอบชั่วดีต่อตนเอง และสังคมได้มากทีเดียว

     

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in