Janie’s Reviewsjanieishappy
Health: ฝังยาคุมกำเนิด ตอนที่ 2
  • ถึงวันนี้ก็เป็นเวลา 1 ปี กับอีก 10 เดือน พอดีที่เราได้ฝังยาคุมกำเนิดมา

    ยาที่เราฝังคือยี่ห้อ Jadelle แบบ 5 ปี ฝัง 2 แท่ง ขั้นตอนการฝังและอะไรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องแล้วได้เขียนไว้หมดแล้วใน ตอนที่ 1 ซึ่งเราก็จะไม่เล่าซ้ำ

    เราบอกได้เลยว่าช่วงเวลา 1 ปี หลังจากที่ฝังยาคุมไปนั้น มันเป็นอะไรที่ดีและโอเคกับชีวิตมากนะ จากเดิมที่เราต้องกินยาคุมเพื่อกันช็อคโกแลตซีสต์ ซึ่งเราก็กินบ้างลืมบ้าง ไม่ได้สนใจอะไร พอมีแฟนจริงจังมันก็เครียดเพราะคราวนี้ลืมกินเม็ดนึงก็ฉิบหายได้ ก็มองหาวิธีคุมกำเนิดแบบอื่นๆ จนเจอว่าการฝังยานี้มันน่าสนใจ หลายคนฝังแล้วประจำเดือนแทบจะไม่มาเลย มาก็มาน้อยมาก แล้วมันก็ช่วยคุมช็อคโกแลตซีสต์ด้วย (อันนี้ได้รับการยืนยันจากปากอ.หมอเองเลย) ประสิทธิภาพก็สูง โอกาสพลาดนั้นน้อยถึงน้อยมากๆ -- มาถึงวันนี้ 1 ปี กับ 10 เดือน ที่เราไม่ได้ใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นใดเพิ่มเติมเลย เราก็ไม่ท้องนะ

    แต่กับเรื่องน้ำหนักตัว... เราไม่รู้เลยว่าน้ำหนักเราขึ้นมา 10 กว่ากิโลเพราะอะไร จากเดิมเราจะหนักประมาณ 55-57 ขึ้นลงไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้ พอหมอจิตเพิ่มโดสยาต้านเศร้าจาก 1 เม็ด เป็น 2 เม็ด เราก็น้ำหนักลงไปถึง 50 แล้วก็ดูเหมือนว่ามันจะลดลงต่อไปเรื่อยๆ ด้วย แต่เราก็หยุดกินยาตัวนั้นซะก่อนเพราะผลข้างเคียงของมัน หลังจากนั้นเราก็กลับมากินมากขึ้น ไหนจะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีก เหล้า เบียร์ ค็อกเทล ไวน์ ก็คือแฟนกินก็กินเป็นเพื่อนแฟนอะ น้ำหนักเราก็ขึ้นเรื่อยๆ มาถึง 60 

    และนั่นคือการหนัก 60 ครั้งที่ 2 ของเรา หลังจากครั้งแรกตอนที่เราไปอยู่โตเกียว 3 เดือน กลับมาไทยตอนนั้นก็ตัวกลมๆ แต่ก็ยังเด็กแหละ 19-20 แป๊บๆ มันก็ลด -- แต่ 60 คราวนี้กับอายุที่ขึ้นเลข 3 มันก็จะทรมานหน่อย เราพยายามไปออกกำลังกายทุกครั้งที่มีโอกาส แต่ก็ไม่ได้ลดกินอะไรมากมาย น้ำหนักมันก็ขึ้นเรื่อยๆ ไปหาหมอทีก็ตกใจกับน้ำหนักตัวเองที เพราะที่ห้องแฟนไม่มีที่ชั่งน้ำหนัก กว่าจะได้ชั่งแต่ละทีก็ตอนไปรพ. ล่าสุดตอนนี้ เราหนัก 70 เลิศไหมล่ะ

    นอกจากเรื่องน้ำหนักที่แบบ ลดยังไงก็ลดไม่ลงแล้ว (เราลองมาหมดแล้ว fitness, fasting ทั้ง 16 ชม และ 18 ชม (คือทำ 16 แล้วไม่ได้ผลเลยขยับมา 18 แต่ก็ไม่ได้ผลอยู่ดี), กินแบบนับแคลอรี่, กินผักกินหญ้า (ที่ยังไม่ลองคือคีโต) แต่น้ำหนักก็ยังขึ้นๆๆๆ ไปแบบ มึงขึ้นมาได้ไงอะ งง) เราก็ยังเจอปัญหา PMS หรือว่าอาการก่อนมีประจำเดือนที่พอฝังยาได้ครบปีนึงปุ๊บ อาการต่างๆ ที่เราเคยมีแล้วหายไปเพราะฝังยามันก็กลับมา แต่มันไม่ได้กลับมาแบบปกติ มันกลับมาแบบที่ทำให้เราควบคุมตัวเองไม่ได้ จากเดิมที่เราจะ PMS ก่อนเมนส์มาประมาณ 1 อาทิตย์ แต่นี่อาการแม่งนำมาก่อนเป็นเดือน แล้วก็หัวเสียกับทุกสิ่งทุกอย่างในโลก (ยกเว้นแมว) แล้วพอเมนส์มา มันก็มาแบบ มาเพื่อสร้างความรำคาญ มาแบบหยดๆ ดวงๆ มาแบบกวนตีนๆ แล้วก็มานานทีเป็นเดือน (3 สัปดาห์ ถึง 4 สัปดาห์) ก็คือใส่ผ้าอนามันจนจิ๋มเน่าอะค่ะ แฟนก็เอาแต่ถามว่า "เมื่อไหร่เมนส์เธอจะหมด" กับ "อะไร เมนส์มาอีกแล้วหรอ เธอเพิ่งมีไปเองนี่" -- ไหนจะเรื่องอารมณ์ที่อะไรก็ไม่รู้ มันเป็นอะไรที่เราอธิบายไม่ได้ เหมือนอยู่ๆ วันนึงเราลืมตาตื่นเช้ามาก็หงุดหงิดกับทุกอย่าง ทุกคนทำให้เราอารมณ์เสีย เราร้องไห้บ่อยมากขึ้น ทะเลาะกับแฟนบ่อยมากขึ้น ตัวอืดตัวบวม ปวดท้อง ปวดหลัง ปวดขา ปวดนม สิวเห่อตลอดเวลาตรงคาง หน้ามันแบบสุดๆ ไปเลย คือมันแย่จนแฟนขอร้องให้เรากลับไปทำจิตบำบัด เพราะอาการเราไม่ไหวแล้ว -- เราว่าเราไหว นางแค่ทนไม่ไหวเองแหละ

    เมื่อปลายเดือนมิถุนา เราเริ่มกลับมาปวดท้องแบบที่เหมือนกับปวดซีสต์ อันนี้ทำให้เราตื่นตัวของจริง แล้วปวดอยู่นาน 2-3 อาทิตย์ผ่านไปก็ยังปวด เราเลยนัดหมอคลีนิควางแผนครอบครัวจุฬาเพื่อจะเอายาคุมออก

    ไปถึงรพ. ก็ขึ้นไปชั้น 15 แผนกนรีเวชได้เลย ไม่ต้องมากดนั่นนี่ที่ชั้นล่าง แต่ชั้น 15 ที่ทำใหม่นี่ก็เบียดเสียดพอดู -- เรารอคิวไม่นานเพราะคลีนิควางแผนครอบครัวคนน้อยกว่านรีเวช ไปถึง สแกนบัตร ชั่งน้ำหนัก (70 กก.) วัดความดันยังไม่ทันเสร็จก็โดนเรียกชื่อ แล้วก็มีเหมือนพยาบาลมั้ง เหมือนจะนร.พยาบาล เพราะนางเด๋อมากในการถามคำถามเราแต่ละคำถาม ไม่รู้เรามึน หรือเขาถามไม่ดี คำตอบที่เขาได้จากเราไปเลยแบบงงๆ วนๆ ดูไม่มีประโยชน์ สุดท้ายพยาบาลอาวุโสก็ต้องมาถามเราใหม่เองเพื่อลงในประวัติ ก็เป็นการสัมภาษณ์ที่ยาวนาน พยาบาลก็เอาแต่ไซโคเราว่า อย่าเอาออกเลย เก็บไว้เถอะ คุมกำเนิดวิธีอื่นมันไม่มีประสิทธิภาพเท่านี้นะ บลาบลาบลา นี่ก็แบบเว้ยยยย กูรำ จะเอาออกไม่เอาออกให้กูคิดเองจ้า หยุดพูดดดดดดดด!!! หุบปากไปซะ!!!!!!!!!!!

    พอหมอมาก็โชคดีได้เจออาจารย์หมอ 
    "ที่มาวันนี้ ตั้งใจจะมาเอาออกใช่ไหม บอกหมอหน่อยเพราะอะไร" หมอถามอย่างน่ารักและสุภาพ
    เราก็พูดๆๆๆ ไป ซึ่งหมอก็รู้อยู่แล้วเพราะหมออ่านได้จากในประวัติ หมอถามว่าเรากังวลเรื่องไหนมากสุด เราก็บอกว่า PMS กับเมนส์ที่มานานแล้วก็คาดเดาไม่ได้ 
    "มีแผนจะมีลูกไหม" หมอถาม
    "มีแผนว่าจะไม่มีค่ะ" 
    "แล้วถ้าวันนี้เอาออกจะใช้วิธีคุมกำเนิดแบบไหน"
    "เม็ดกินแล้วก็ถุงยางค่ะ"
    แล้วหมอก็แนะนำวิธีคุมกำเนิดแบบฉีด แบบ IUD ทั้งแบบมีฮอร์โมนและแบบไม่มีฮอร์โมน แล้วหมอก็จบได้ว่า "อีกวิธีนึงที่หมออยากให้ลองเอาไปเป็นตัวเลือกคือ เก็บยาคุมที่ฝังไว้ แล้วหมอจะให้ยาคุม YAZ ไปกิน เป็นยาคุมแบบ 24 เม็ด มันจะทำให้ PMS ลดลง ไม่บวมน้ำ แล้วก็แก้ปัญหาเรื่องเมนส์มาน่ารำคาญอันนี้ด้วย"
    เราก็เอ้ย แปลกใจที่แบบ เออมันกินคู่ได้ว่ะ แล้ว YAZ ก็คือยาคุมที่เราคิดอยากจะกินพอดี ก็เออ เป็นทางเลือกที่ดี
    "ถ้าคุณไม่คิดจะมีลูกเลย หมอว่าเก็บยาฝังไว้น่าจะปลอดภัยกว่า"
    "โอเคค่ะ เอาตามนั้น" นี่บอกหมอไป คือบทจะง่ายก็ง่ายเฉยยยย พยายามคงงง กูกล่อมตั้งนานมันไม่เห็นเออออกับกูแบบนี้เลย

    หลังจากนั้นก็ตรวจนั่นนู่นนี่ไปตามปกติ หมอให้ YAZ มา 4 กล่อง พร้อมกับบอกว่าราคาที่นี่คือถูกกว่าซื้อกินเองแล้ว ให้กิน 2 เดือนติดกันแล้วเว้น 1 เดือน แล้วก็กินติดกันอีก 2 เดือน แล้วค่อยมาหาหมอใหม่ แล้วหมอก็นัดไปมกราปีหน้าโน่นนนนน -- ตอนจ่ายตังก็จะซีดหน่อยๆ YAZ กล่องละ 380 นี่ถามน้องที่เป็นเภสัช นางก็บอกว่านี่ราคาถูกแล้ว เพราะร้านยาได้มา ราคาทุนก็ 360 แล้ว... โอ่ยยยย ชีวิตต

    นี่ก็กินยาคุมไปได้ครึ่งแผงละ side effect ก็มาเต็มๆ ปวดหัว พะอืดพะอม ท้องอืด อาหารไม่ย่อย กินไรไม่ค่อยจะลง แต่ก็กระแดะไปกินบุฟเฟต์มาแล้ว 3 รอบ ถามว่ากินคุ้มไหม ไม่เลยจ้า งงตัวเองว่าจะไปทำไม 

    ตั้งใจไว้ว่าจะเขียนอีกทีก็มกราปีหน้าเลย ...ถ้าไม่มีอะไรแย่ลงอะนะ
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in