เนยถั่วเล่าหนังสือPeanutbutter Moon
ชีวิตจมทุกข์ระทมก็คู่ควรที่จะได้พบกับแสงสว่างนะ (เล่าหนังสือ)



  • “ลูกจะรู้ทุกอย่างที่ควรรู้เกี่ยวกับคนๆหนึ่งได้ในทันที
     เพียงให้เขาตอบคำถามนี้ “หนังสือเล่มโปรดของคุณคือเล่มไหน”


    บางครั้ง ชะตาก็เหวี่ยงชีวิตให้พบเจอฝันร้าย พาเราเดินสู่สิ่งที่ไม่ได้คาดฝัน
    ความหวังสร้างภาพวาดสู่เส้นทางชวนฝันหวานแต่ทว่ากลับพบเจอได้แค่ในความฝัน
    เพราะเมื่อลืมตาขึ้น กลับพบเจอแต่ความมืดมน
     ...ถ้าชีวิตไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราเลือกไว้ละ  ฉันจะมีโอกาสได้พบเจอความสุขไหม...



    หลายคนแม้กระทั่งฉันเองเคยสัมผัสความรู้สึกเหล่านั้น ถึงขณะเคยคิดว่า...

            "เราคงไม่คู่ควรกับแสงสว่าง...ตลอดไป" 


    แต่ใครจะรู้ เมื่อฉันได้ลองหยิบหนังสือ "หลากเรื่องในชีวิตของชายที่รักหนังสือ"
     
             เรื่องราวเกี่ยวกับชายนาม เอ.เจ.ฟิกรี้ ผู้ที่จมอยู่กับความโศกเศร้าเพราะสูญเสียภรรยาและร้านหนังสือของเขาเริ่มตกอยู่ในช่วงวิกฤตที่เอาเป็นว่า ไม่ค่อยจะมีคนเข้ามาซื้อสักเท่าไหร่ ชีวิตทรุดโทรมไม่มีอะไรดีจึงปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรมเสียเลย แค่นั้นยังไม่พอ! ชีวิตอันมืดมนยังตอกย้ำด้วยการที่หนังสือมีมูลค่ามากและแสนจะหายากของเขาดันหายไปอย่างลึกลับเสียอีก แต่ทว่า ชีวิตที่พร้อมจะลงเหว่สุดดิ่งาจู่ๆกลับพลิกผันเมื่อวันหนึ่ง มีเด็กหญิงปริศนาชื่อว่า มายา ถูกทิ้งไว้ที่ร้านหนังสือของเขา การมาของเด็กหญิงคนนี้เปรียบเสมือนแสงสว่างที่เริ่มประกายนำพาให้เขาได้พบเจอ ได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง และได้ค้นพบบางสิ่งทีละนิดทีละน้อย

    "เรื่องไม่ดีทุกเรื่องที่เกิดขึ้น เป็นผลมาจากการทำอะไรผิดที่ผิดเวลา ส่วนเรื่องดีๆที่เกิดขึ้นก็เป็นผลมาจากการทำอะไรถูกที่ถูกเวลานี่แหละ"


          หนังสือที่ช่วยมอบความรัก ความอบอุ่น การปลอบประโลม และให้กำลังใจในทุกหน้ากระดาษที่ได้สัมผัสและชี้ให้เห็นอีกแง่มุมคุณค่าของชีวิตที่พอจะทำให้ความดำมืดจางหายออกไปบ้าง จนเมื่อจบเล่ม กลับต้องเผยรอยยิ้มแล้วบอกกับตัวเองว่า "ฉันมองเห็นแสงสว่างแล้วนะ"


               ชีวิตต่างก็มีทั้งเดินหน้า ถอยหลัง และหยุดนิ่ง วนเวียนไปตามกาลเวลา ไม่มีใครโชคร้ายหรือโชคดีเสมอไป สิ่งสำคัญคือการได้ตระหนักและมองสิ่งรอบข้างเพื่อเปิดใจยอมรับและแสวงหาความสุขซึ่งเราอาจะมองข้ามไป และเรียนรู้ที่จะก้าวไปข้างหน้า เรียนรู้ประสบการณ์ เรียนรู้ชีวิต ทุกคนต่างมีสิทธิ์ได้รับความสุข ไม่ว่าความสุขนั้นจะมาจากที่ใดก็ตาม ชีวิตอาจจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราหวัง แต่ในความผิดหวัง ความมืดมัวก็ยังคงมีแสงสว่างที่ค่อยๆนำพาไปพบเจอความสุขอีกรูปแบบหนึ่งที่เหนือความคาดหมายของเราก็ได้นะ  - นี้คือสิ่งที่หนังสือเล่มนี้บอกกับฉัน

          สำหรับคนที่หลงรักเสน่ห์ของหนังสือ เล่มนี้พาให้รู้จักกับหนังสือใหม่ๆ นักเขียน ตามการแสดงความคิดเห็นที่มีต่อหนังสือเล่มๆนั้นของตัวละครต่างๆ โดยเฉพาะ เอ.เจ.ฟิกรี้ ที่บางทีพ่อคนขายหนังสือคนนี้ก็เหมือนจะจิกด่าให้แสบคัน หรือจะยกย่องจนอยากจะไปหาซื้อหนังสือเล่มนั้นมาอ่านเสียให้ได้เลยจะได้มาดูกันว่าเป็นอย่างที่เขาพูดไว้หรือไม่ สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือการเขียนข้อความสั้นๆในการแนะนำหนังสือของ เอ.เจ.ฟิกรี้ให้กับลูกสาวของเขา ที่แฝงด้วยความรัก ความห่วงใย ด้วยวาจาที่ชวนซึ้ง


    "เราไม่ใช่สิ่งที่เราสะสม สิ่งที่เราหามา หรือสิ่งที่เราอ่าน เราคือตราบใดที่เรายังมีลมหายใจ เราคือความรักเท่านั้น เราคือสิ่งที่เรา คนที่เรารัก และทั้งหมดนี้ พ่อคิดว่าทั้งหมดนี้จะคงอยู่ตลอดไป"

    "หลากเรื่องในชีวิตของชายที่รักหนังสือ" เป็นหนังสือที่เต็มไปด้วยความรักที่พร้อมจะเผยแผ่แก่ทุกคน แล้วตะโกนบอกฉันดังๆว่า "เธอก็คู่ควรกับความรักเหมือนกับ เอ.เจ.ฟิกรี้ ได้รับเช่นกันนะ"


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in