once rememberedployapha.j
Santa Monica #1 - Malibu | โชคดีที่กระโดดขึ้นรถบัสทันเวลา





  • ตอนนั้น...จำได้ว่าเป็นเช้าวันเสาร์ที่อากาศดี๊ดี



    เป็่นช่วงเปลี่ยนผ่านจากฤดูใบไม้ผลิที่มีลมเย็นพัดเอื่อยให้ชื่นใจ
    มาเป็นอากาศร้อนแห้งสไตล์แคลิฟอเนีย



    เราทำงานที่สวนสนุกกันมาตลอดทั้งสัปดาห์ ตากแดดกันจนผิวแทน
    (ซึ่งอันที่จริงใช้คำว่าผิวเกรียมจะเหมาะสมกว่า)
    บ่นกันว่าทำไมช่วงนี้อากาศมันร้อนจังวะ



    อยากไปทะเล






    และทะเลที่จะไปก็ไม่ใช่ที่ไหนหรอก Santa Monica ที่โด่งดังนั่นแหละ
    เสาร์นี้เราเลยนั่งรถบัสเข้าเมืองกันเหมือนเคย


    พอไปถึงแอลเอก็ต้องประหลาดใจ

    เชี่ย...แอลเลทำไมยังหนาวอยู่เลยล่ะ

    ในเมโทรทุกคนยังใส่เสื้อแจ็กเก็ตมีฮู้ด
    มีแต่เราที่ใส่เสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้นรองเท้าแตะ






    จากสถานี North Hollywood เรานั่งเมโทรไปลงที่ Sunset Boulevard (มั๊งนะ ถ้าจำไม่ผิด)
    และต่อรถเมล์ไป Santa Monica








    สวัสดีมหาสมุทรแปซิฟิก








    ลมทะเลกรรโชกแรงมากจนหนาวสั่นไปทั้งตัว
    เราเดินสั่นงึกๆมาที่ Santa Monica Pier


    วันหยุดคนเยอะแยะ ทั้งนักท่องเที่ยวอย่างเราๆและอเมริกันชนที่พาลูกหลานมาเล่นน้ำทะเล




























    บน Pier มีร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกมากมาย
    รวมถึงศิลปินที่มาเล่นดนตรีเปิดหมวกและขายซีดี




    และจุดที่เป็นไฮไลท์ที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้น

    สวนสนุก







































    เราที่ค่อยปรับตัวให้ชินกับแรงลมก็เดินเล่นไปเรื่อยๆ
    บรรยากาศดี มีเพลงคลอเบาๆ เสียงคนคุยกันหลากหลายภาษา

    ทุกคนยิ้ม


    ตั้งแต่ลูกเด็กเล็กแดงที่กรี๊ดกร๊าดกับเครื่องเล่น
    พ่อแม่ที่ยืนยิ้มและถ่ายรูปลูกๆอยู่ห่างๆ

    คู่รักหนุ่มสาววัยรุ่นจูงมือกันไปถ่ายรูป ไม่ก็คลอเคลียชิมวิว

    คุณตาคุณยายที่จับมือเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ






    เป็นวันเสาร์ที่ดี


















    หลังจากเดินวนไปวนมาหนึ่งรอบ
    เราเลยเดินลงไปริมทะเลบ้าง


    ไหนๆก็มาแล้ว ต้องเอาตัวไปจุ่มมหาสมุทรแปซิฟิกให้จงได้!



    จริงๆก็รู้แหละว่าพื้นน้ำทะเลมันก็ต่อกันทั่วโลก
    เอาตัวจุ่มอ่าวไทย ทะเลอันดามัน หรือมหาสมุทรแปซิฟิกก็ไม่ต่างอะไร


    แต่มันต่างที่ความรู้สึกว่า เชี่ย...ข้างหน้านี้มันไม่เรียกว่าทะเลวะ มันเป็นมหาสมุทรเว้ย
    ดูในแผนที่มันเรียกทะเลส่วนนี้ว่า Pacific Ocean





    แต่เราก็ไปแตะมหาสมุทรได้เพียงข้อเท้า
    เพราะน้ำเย็นมากกกกกกกกก
    เย็นเฉียบเหมือนแช่เท้าในน้ำแข็ง



    ถ้าลงไปทั้งตัวมีหวังต้องป่วยแน่นอน
    ไม่เป็นไรนะ รอให้อากาศร้อนกว่านี้อีกนิดนึง น้ำคงจะอุ่นขึ้นละมั๊ง

    วันนี้ลงไม่ได้ วันหน้าก็ยังมี






    แต่ก็มีคนลงไปอยู่ดีนั่นแหละ
    แต่เราป๊อด เราไม่สู้











  • หลังจากเอาเท้าไปจุ่มมหาสมุทรแปซิฟิกอย่างใจปรารถนา
    เราก็ขึ้นมาเดินเล่นต่อ




    ที่นี่มีร้านอาหารและคาเฟ่มากมายเหลือเกิน
    รวมถึงถนนคนเดินที่เป็น Shopping Street ด้วย



    เราตัดสินใจแวะเข้าร้าน Chipotle ร้านอาหารเม็กซิกันร้านโปรดของเราสองคน

    อันที่จริง...
    เรารู้จักร้านนี้ก็เพราะเขานั่นแหละ
    เพราะเขาเคยเอามาเล่าให้ฟังเล่นๆเมื่อตอนที่เขาเรียนวิชา Marketing ละมั๊ง
    ว่าร้านนี้พัฒนาแบรนด์แข่งกับร้านฟาสฟู้ดอื่นๆอย่างไร



    ตอนนั้นก็ฟังผ่านๆ ไม่ได้สนใจอะไร
    จนกระทั่งมาลองกินจริงๆ



    อร่อยมาก

    เรารักเบอริโต้ที่นี่



    ใหญ่บึ้ม เลือกทอปปิ้งได้เองตามใจชอบ รู้สึกว่าวัตถุดิบสดใหม่
    กินแล้วไม่รู้สึกผิด คิดว่าสุขภาพดี





    เราเอนจอยกับอาหารเม็กซิกันมากจนคิดว่าอยากมาลงหลักปักฐานที่นี่ยังได้เลย
    ชอบเหลือเกิน












  • เราจัดการกับเบอร์ริโต้ยักษ์ ฟังเพลงของเอลวิสที่นักดนตรีเปิดหมวกเล่นอยู่ตรงลานหน้าร้าน

    เรารักที่นี่จัง





    กินเสร็จเรียบร้อยเราก็เดินเล่นต่อจนไปหยุดพักที่ป้ายรถเมล์

    ระหว่างที่นั่งๆกันอยู่ สายตาเขาก็เหลือบไปเห็นว่ารถที่มาจอดคือรถเมล์ไป Malibu



    "ไปมั๊ย"



    รถทำท่าว่าจะเคลื่อนตัวออกจากป้าย
    คนขับรถมองกระจกหลังและกระจกข้าง




    เหมือนมองตากันก็รู้คำตอบ

    รู้ตัวอีกที เราก็มานั่งกระพริบตาสู้แสงแดนข้างกันในรถบัสเลียบถนนริมมหาสมุทร














  • สุดท้ายรถบัสก็มาปล่อยเราที่สถานีหนึ่งที่เงียบเชียบ


    มาถูกที่กันป่าววะเนี่ย เราคิดในใจ











    เราเดินตามชาวบ้านชาวช่องเขาไปเรื่อยๆ คิดว่าตามคนหมู่มากไปต้องถูกสิ
    เพราะดูจากลักษณะแล้วน่าจะไปทะเลชัวร์ๆ
    มีเก้าอี้ชายหาดและห่วงยาง






    เด็กคนนี้ตลกมาก ร้องเพลงไปเรื่อยๆ












    เราเดินตามครอบครัวนี้จนมาถึงชายหาด







    โซนตรงนี้เหมือนเป็นเขตหาดของประชาชนคนทั่วไป
    ที่เงียบสงบกว่า Santa Monica มาก

    เด็กๆวิ่งเล่นกัน บ้างก็ก่อกองทราย
    ผู้ใหญ่นอนอาบแดด อ่านหนังสือ ไม่ก็จิบเบียร์คุยกันบนเก้าอี้ชายหาดที่แบกมาเอง




    จากตรงนี้เราเลยเดินเลียบหาดไปเรื่อยๆจนไปถึงเขต Private Beach หน้าบ้านของเหล่าคนรวย





























    เลนส์กล้องของเราเป็นอะไรไม่รู้ล่ะ ถ้า f เยอะๆจะปรากฎรอยหยดน้ำนี้
    เอาไปซ่อมก็ไม่หาย
































    เราเดินมาเรื่อยๆจนถึง Malibu Pier

    มีคนขับเครื่องบินเล็กผ่านไป พร้อมกับป้ายที่ห้อยท้าย




    Will you marry me?



    โรแมนติกมาก
    เสียดายที่ถ่ายไม่ทัน





































    เราเดินเล่นกันเรื่อยๆ
    คุยอะไรกันบ้างก็ไม่รู้นะ เราจำไม่ได้แล้ว
    รู้แต่ว่าบ่ายวันนี้เป็นบ่ายวันเสาร์ที่ดีวันหนึ่ง




    โชคดีที่กระโดดขึ้นรถบัสทันเวลา






Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in