once rememberedployapha.j
Seattle #1 | สวัสดี ซีแอตเทิล




  • ตอนนั้น...จำได้ว่า...




    ระหว่างที่เครื่องบินค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากอาคารผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานนานาชาติแมคคาร์แรน
    เราหยิบหูฟังเสียบใส่หูและนั่งฟังเพลง


    Hello Seattle - Owl City








    ความจริงแล้วตอนแรกที่เราคุยกัน เราจะไปเดินชิคๆฮิปๆกันที่นิวยอร์ก
    และกลับกรุงเทพจากที่นั่น


    แต่ไปๆมาๆ


    เราเลือกที่จะบินมาที่นี่แทนที่จะเป็นมหานครนิวยอร์กเพราะเพลงนี้
    ทั้งๆที่ค่าตั๋วเครื่องบินไม่ต่างกันมาก




    ไม่รู้สิ...


    ตอนที่เราสองคนนั่งคุยเรื่องแพลนเที่ยวอเมริกา
    อยู่ๆเราก็โพล่งขึ้นมาว่า "ไปซีแอตเทิลกันเถอะ"



    ไหนๆเราก็อยู่ฝั่ง West Coast กันแล้ว ก็เที่ยวให้มันครบ
    และอีกอย่างคือ


    เราชอบเพลงนี้
    ชอบมากที่สุดในเพลงทั้งหมดทั้งมวลของ Owl City





    เราอยากไปเห็นซีแอตเทิลด้วยตาของเราเอง





    เธอไม่ติดขัดอะไร

    "ไปก็ไปสิ" เธอว่า











    เครื่องบินกำลังเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ
    ก่อนที่จะเชิดหน้าขึ้นและพุ่งทะยานขึ้นไปมุ่งหน้าสู่ทิศเหนือ




    หัวใจเราเต้นตึกตักแปลกๆ





    สวัสดี ซีแอตเทิล
    ในที่สุดเราก็มาหาเธอแล้วนะ











  • เราถึงซีแอตเทิลประมาณเที่ยงๆ
    ตั้งแต่เราเดินออกจากสนามบินก็รู้สึกถึงลมเย็นสดชื่นอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
    พอขึ้นรถไฟเข้าเมืองก็ตื่นตาตื่นใจกับต้นไม้เขียวชะอุ่ม



    แน่ล่ะ...

    ก็พวกเราใช้ชีวิตอยู่ในแคลิฟอเนีย ไปอยู่กลางทะเลทรายในเนวาดา
    ปีนหินกันอยู่ที่แกรนด์แคนยอน แอริโซนา



    พอมาเจอต้นไม้เยอะๆ อากาศบริสุทธิ์แยะๆแล้วทำตัวไม่ดู
    รู้สึกตัวว่าหายใจเข้ายาวและลึกมาก







    เราไปเช็คอินเข้าโฮสเทลแถวๆไชน่าทาวน์และออกไปเดินเล่นรอบๆเมือง


    สำหรับซีแอตเทิลแล้ว เราให้เธอเป็นคนหาข้อมูลท่องเที่ยว
    เพราะเราไม่อยากสปอยตัวเองก่อนที่จะมา





    เธอพาเรานั่งรถไฟเข้ามากลางเมือง
    ตรงสวนที่มี Seattle Space Needle


    เสียดายที่มีคนรอขึ้นเยอะมาก เลยยอม ไม่ขึ้นก็ไม่เป็นไร



    ได้มาเห็นก็ดีใจแล้วแหละ














    ในบริเวณนั้นก็มีสวนแก้ว Chihuly Garden and Glass
    ที่จัดแสดงสวนและศิลปะที่ทำจากแก้ว สวยดีแหละ





























    ข้างๆกันนั้นก็เป็นสวนสาธารณะ Seattle Center ที่คนเต็มไปหมดเลย
    เป็นช่วงบ่ายที่สบายๆของที่นี่จริงๆ











    ในอาณาบริเวณใกล้เคียงกันก็มี Pacific Science Center
    ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กๆที่น่าเข้าไปเล่นมาก

    แต่ด้วยความที่พวกเราก็ไม่เด็กกันแล้ว
    เลยไปนั่งๆนอนๆกลิ้งๆบนพื้นหญ้าเล่นดีกว่า




    ไม่ได้สัมผัสความเขียวขจีแบบนี้มานานแล้ว

    คิดถึง






















    ในสวนนั้นมีลานน้ำพุชื่อว่า International Fountain
    ที่เป็นจุดรวมเด็กๆมาวิ่งเล่นน้ำกันสนุกสนาน



    เป็นจุดที่เสียงหัวเราะดังไม่ขาดสาย
    ทั้งเสียงเด็กๆหัวเราะด้วยความสนุก
    และเสียงผู้ใหญ่อย่างเราๆขำกับความน่ารักของเด็กๆ









    เราชอบบรรยากาศแบบนี้นะ
    เราว่าสวนสาธารณะคือพื้นที่ของคนทุกช่วงวัยที่เข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมกัน


    เรารักการเดินเล่นในสวนสาธารณะ
    และคิดว่าประเทศของเราน่าจะมีสวนแบบนี้อีกเยอะๆนอกเหนือจากห้างสรรพสินค้า





    การมีพื้นที่กว้างๆให้เด็กๆได้วิ่งเล่นได้อย่างปลอดภัยเป็นสิ่งที่สำคัญนะ
















  • เราเดินเล่นทอดน่องในสวนกันไปเรื่อยๆ สลับกับถ่ายรูปก๊อกแก๊ก
    รู้สึกว่าอยากเก็บอากาศแบบนี้กลับบ้าน


    แดดอุ่นๆ ลมเย็นๆ



    จริงๆแล้วพวกเราโชคดีมากเลยนะที่มาที่นี่แล้วไม่เจอฝน
    เพราะปกติแล้วในช่วงฤดูใบไม้ผลิคาบเกี่ยวกับฤดูร้อนฝนจะตกบ่อยๆ










































    เธอบอกว่ามีอีกสวนสาธารณะนึงที่อยากพาเราไป
    จากนั้นก็พาเราขึ้นรถบัสและพาเดินปีนเขาขึ้นเนินไกลมาก
    จนเราแอบบ่นกระปอดกระแปดว่าเมื่อไรจะถึงซะที









    ไปที่ไหนก็จะเห็นตึก Space Needle เสมอ ซึ่งดีจัง เราชอบ













    ถ้าไม่เห็นเป็นของจริง ก็เห็นแบบนี้แทน




    จริงๆแล้วบ้านเมืองเขาก็มีสายไฟฟ้านะ แต่มันไม่พันกันยุ่งอีรุงตุงนังแบบบ้านเรา
    และเขาไม่ตัดต้นไม้ที่ขึ้นพันสายไฟอะ เพราะฝั่งที่มีสายไฟจะไม่ปลูกต้นไม้เว้ย


    คือเขาคิดมาแล้ว ไม่เหมือนบ้านเราที่พอต้นไม้โตก็ตัดแม่ง
    บ้าจริง!











    นี่คือระหว่างที่เรากำลังหอบแฮ่กๆไต่ขึ้นเนินอยู่
    พบเจอบ้านน่ารักหลายหลังมากๆ เราชอบที่สุดก็ตึกนี้แหละ
    Pinterest in real life

    ขอโทษที่ถ่ายเอียง และขอโทษที่ขี้เกียจปรับรูปให้ตรงด้วย







    ช่วงนี้ยังเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิอยู่
    เราผ่านสวนหน้าบ้านหลายหลังที่สวยน่ารักกุ๊กกิ๊ก
    เจอต้นไฮเดรเยียร์ที่กำลังออกดอกน่ารักมากๆด้วย


    เป็นดอกไม้โปรดของเราเลยนะ

    ถ่ายรูปมาด้วย แต่ถ่ายไม่สวย ไม่เอามาลงก็แล้วกัน 

























    ตรงนี้แหละเป็นจุดที่เราบ่นว่าเมื่อไรจะถึงซะที
    เธอก็เลยพาเดินอ้อมตึกมาที่ทางขึ้นที่มีต้นไม้เต็มไปหมดเลย






    ในใจเราก็อะไรวะ ยังต้องไต่บันไดขึ้นไปอีกหรอออออออ
    เหนื่อยแล้วนะเว้ย






    คือสองทางมันรกๆ แล้วบันไดก็ดูยาวไกล
    คิดในใจว่าพ้นบันไดนี่ไปแล้วถ้ามันยังไม่ถึงจะไม่ไปแล้วนะ

    ความอดทนต่ำ หิวข้าวแล้วด้วย








    และนี่คือภาพเมื่อหอบร่างปีนบันไดขึ้นไปถึง







    เราถลาวิ่งตัดสนามหญ้าไปตรงจุดชมวิวที่คนยืนกันอยู่เยอะๆนั่นแหละ
    หันไปยิ้มกว้างให้กับคนที่พาขึ้นมาและหันไปมองภาพตรงหน้าอีกครั้ง






    Kerry Park
    จุดชมวิวที่สวยที่สุดในซีแอตเทิล

    (ในความคิดของเรา)














    เราจ้องภาพตรงหน้านานมาก
    ก่อนที่จะหยิบกล้องค่อยๆมาปรับ หมุน และกดชัตเตอร์
    ซึ่งภาพที่ออกมานั้นก็สู้สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าไม่ได้หรอก


    แต่เราก็อยากจะเก็บไว้


    เผื่อวันใดที่เราเปิดรูปนี้มาดู
    เราจะได้กลับไปรู้สึกแบบเดียวกันกับวันนั้นอีก


    เช่น ความรู้สึกในตอนนี้ที่เรานั่งพิมพ์อยู่ ณ ขณะนี้
    เรายิ้มเหมือนเคย นึกถึงช่วงเวลาขณะนั้นที่เราน้ำตาปริ่มเมื่อเห็นภาพด้านหน้า





    Space Needle | Seattle | Mount Rainier





    ตอนนั้นเราหยิบหูฟังขึ้นมาฟังเพลง Hello Seattle อีกครั้ง
    พร้อมกับจมดิ่งไปกับบรรยากาศ


    เหมือนกับตอนนี้ที่เราเปิดเพลงนี้ไปด้วย
    รูปภาพกับเสียงเพลงนี่เป็นตัวเปิดล็อกกล่องความทรงจำจริงๆนะ






    "ขอบคุณที่มาด้วยกันนะ"




    ไม่ว่าจะหันหน้าไปพูดประโยคนี้ในตอนนั้น
    หรือคิดอยู่กับตัวเองในใจในตอนนี้


    เราขอบคุณมากจริงๆนะ
















    (จริงๆจะเขียนต่อ แต่ตัดจบตรงนี้ดีกว่า)
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in