I am fine, thank you. and you?BUNBOOKISH
คำนำ


  • ตอนม.ปลาย เราเป็นเด็กนักเรียนสายวิทย์-คณิต  เหตุผลที่เลือกเรียนวิทย์-คณิตมีสองข้อง่ายๆ ข้อแรกคือ ไม่ชอบเรียนวิชาสังคม (จำไม่ได้ว่ารู้หรือคิดไปเองว่า ถ้าเรียนสายวิทย์-คณิตแล้วจะได้เรียนวิชาสังคมน้อยกว่าสายการเรียนอื่นๆ)  และข้อสองคือเข้าใจไปเองว่า ถ้ายังไม่รู้ว่าตอนสอบเข้ามหา’ลัยจะเลือกคณะอะไร ตอนม.ปลายก็ควรเรียน-วิทย์คณิตไว้ก่อน เพราะมันมีคณะให้เลือกได้มากกว่า ซึ่งเหตุผลหลักๆ ก็อย่างหลังนี่แหละ

    นอกจากจะเรียนสายวิทย์-คณิตแล้ว ตอนนั้นยังบังเอิญถูกจัดเข้าไปอยู่ในหมวด ‘เด็กวิทย์ห้องคิง’ ซึ่งนอกจากจะหมายถึงเป็นห้องที่นักเรียนมีผลการเรียนดีแล้ว ยังหมายถึงห้องเรียนที่เด็กนักเรียนล้วนมีความใฝ่ฝันอยากจะเลือกเรียนแพทย์ฯ เภสัชฯ วิศวะ หรือไม่ก็แพทย์ฯ เภสัชฯ วิศวะ แพทย์ฯ เภสัชฯ วิศวะ (พอแล้ว!) ซึ่งเอาเข้าจริง ตอนนั้นก็เกือบจะเคลิ้มไปกับบรรยากาศ ‘อยากเป็นหมออออ...’ ของเพื่อนในห้องอยู่เหมือนกัน (ทำอย่างกับจะสอบได้)

    โชคดีที่ทันได้รู้ตัวว่าคนที่เลือกทำอย่างหนึ่งเพราะไม่อยากทำอีกอย่างหนึ่ง หรือเพราะไม่รู้จะทำอะไร แรงผลักดันมันไม่มากพอที่จะทำให้อยากอยู่กับสิ่งนั้นไปได้ตลอด

    ยิ่งเดี๋ยวนี้ พบเจอแต่คนที่ได้เป็นได้ทำในสิ่งตัวเองชอบ—เรายิ่งมั่นใจ

    น้องไอซ์ก็เป็นอีกคนที่กำลังเป็นและทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ เธอชอบวาดรูป และเธอก็เป็นบัณฑิตจากสาขาวิชาภาพประกอบ ตอนทำศิลปนิพนธ์ เธอก็เลือกทำหนังสือที่ทั้งเขียนเรื่องและวาดภาพเองทั้งเล่ม และตอนนี้เธอก็สนุกอยู่กับการเป็นคุณครูสอนพิเศษวิชาภาพประกอบอีกต่างหาก

    ย้อนกลับไปก่อนที่จะรู้จักกัน...เราติดตามดูผลงานของไอซ์ในเพจเฟซบุ๊คอยู่พักใหญ่ จนวันนึงตัดสินใจส่งข้อความไปถามลูกไม้—นักวาดนักเขียนอีกคนของเราว่ารู้จักคนนี้มั้ย? (เดาเอาเองว่าลูกไม้คงจะรู้จักคนวาดรูปเก่งๆ ทั้งหลายทั้งปวง)

    ก่อนจะได้คำตอบกลับมาว่า “พี่เคยถามไปทีนึงแล้วนะคะ...

    ”โชคดีที่อยู่ในยุคที่การทำความรู้จักกันเป็นเรื่องง่าย ถึงจะไม่เคยเจอหรือไม่รู้จักกันมาก่อน แต่การส่งข้อความไปทักทายคนแปลกหน้าในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องยาก จนบางทีก็นึกไม่ออกเลยว่า ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราจะตามหา หรือติดต่อกับใครสักคนที่อยากรู้จักกันได้อย่างไร

    ในขณะที่เราชื่นชมความง่ายในการเชื่อมต่อหรือเข้าถึงคนอื่น ผลงาน I am fine, thank you. and you? เล่มนี้ของไอซ์ กลับกำลังแสดงสิ่งที่ย้อนแย้งออกมาให้เห็นว่าถึงเราจะทำความรู้จักคนอื่นได้ง่ายขึ้นแค่ไหน อย่างไร—แต่การรู้จักตัวเองก็ยังเป็นเรื่องต้องใช้เวลาเสมอ…
    ...
    ดีที่ตอนสอบเข้ามหา’ลัย ยอมเป็นแกะดำคนเดียวในห้อง ยิ่งพอได้มาเป็น ได้มาทำในสิ่งที่ชอบตอนนี้—เรายิ่งมั่นใจ




  • ชีวิตม.ปลาย สนุกที่สุดแล้ว

    เขาว่ามา ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาเป็นใคร แต่มันมีพลังมากพอที่ทำให้ใฝ่ฝันถึงช่วงเวลานี้ว่าเราจะมีความสุข และถ้าไม่เป็นอย่างฝัน มันก็มีพลังมากพอที่จะทำให้เรารู้สึกแย่ จิตตก เลิกคิดไม่ได้ว่าอะไรที่เราพลาดไป

    ระหว่างที่ค้นหาคำตอบ เราเปลี่ยนตัวเองให้คนอื่นพอใจ เราเรียนรู้ทุกวิถีทางเพื่อให้เรามีจุดยืน ด้วยใจที่กังวลว่าจะเสียพื้นที่ในสังคมไปเมื่อไหร่

    ความสับสนทำให้หลงทาง หลงลืมตัวตนเดิมที่เราเคยสบายใจ กว่าจะพาตัวเองกลับมาได้ อาจต้องผ่านอะไรอีกมากมาย แต่สุดท้าย พอมองย้อนกลับไปถึงเวลานั้น เราก็ยิ้มได้ทุกครั้ง จนอยากจะเล่าถึงมันผ่านภาพวาดของเราเอง



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in