MY Chinese Novels Listparnbewtch
เล่านิยายวาย : 君有疾否 (BL)
    • ชื่อเรื่อง : 君有疾否 

      ผู้แต่ง : 如似我闻 หรูซื่อหว่อเหวิน 

      ยังไม่มีตีพิมพ์กับสนพไทย 

      วังหลวง ฮ่องเต้อ่อนแอ ขุนนางมีอำนาจ พระเอกตอแหล นายเอกอ่อนโยน พระนายเป็นขุนนางใหญ่ จบดี


    • ภาพประกอบจากเรดิโอดราม่า 裔美声社

    • ณ แคว้นต้าเซี่ย ช่วงครีษมายันวันนั้นอากาศร้อนจัดนกสีดำตัวหนึ่งกระพือปีกบินเหนือหอประตูเมืองและถนนที่มีความเจริญรุ่งเรืองสายหนึ่งมันโฉบตัวลงเมื่อใกล้ถึงจุดหมายอย่างจวนไท่เว่ย (ชื่อตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดแล้วเกาะบนไหล่ของชายชุดดำที่ยืนอยู่ลานบ้านนามว่า ฉินเจา เขาหยิบกระบอกไม้ไผ่ออกจากขานกกวาดตามองข้อความที่เขียนลงบนกระดาษเพื่อนำความไปแจ้งแก่ผู้เป็นเจ้าของจวน


      ที่ห้องตำรามีกลิ่นจันทน์หอมชายหนุ่มผู้หนึ่งสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มนอนเอนกายปอกลิ้นจี่รับฟังข่าวคราวที่คนสนิทรายงานเรื่องการตายของเฉินเสวียนเหวินด้วยสีหน้าราบเรียบไม่ยินดียินร้ายเฉินเสวียนเหวินเป็นขุนนางฝ่ายบู๊วัยไม้ใกล้ฝั่ง เขาดำรงตำแหน่งซ่างซู (เลขาธิการ) รับใช้จักรพรรดิมาเกือบชั่วอายุคนทำให้ค่อนข้างมีหน้ามีตามากพอควรไม่กี่วันก่อนก็ขอเกษียณจากตำแหน่งกลับบ้านเกิด จักรพรรดิมอบของมากมาย ขุนนางนับร้อยคอยส่งกระทั่งสั่งการให้หน่วยองครักษ์เงาเฝ้าคุ้มกันก่อนหน้านี้เองตัวเฉินเสวียนเหวินยังมาหาตนเพื่อขอให้ช่วยส่งคนคุ้มครองขบวนเดินทางอย่างลับ ๆ อีกที ใครเล่าคาดคิดว่าคนห่วงตายเช่นนั้นจะจบชีวิตตัวเองที่บ้าน

      เจ้าของเสื้อคลุมน้ำเงินเข้มผู้นี้คือ ฉู่หมิงอวิ่น พระเอกเองจ้า ฮีดำรงตำแหน่งไท่เว่ยขุนนางชั้นสูงสุดต้องเล่าก่อนว่าแคว้นต้าเซี่ยสถาปนาขึ้นมานานนับร้อยปีแล้ว ปกติจะมีตำแหน่ง 三公 (ซานกง) สามตำแหน่งบริหารสูงสุดหรือสามขุนนางใหญ่อันประกอบด้วย เฉิงเซี่ยง ไท่เว่ย และอวี้สื่อต้าฟู ทว่าช่วงแรกเริ่มมีขุนนางเฉิงเซี่ยงก่อกบฎตั้งแต่นั้นมาราชวงศ์ก็สั่งล้มเลิกตำแหน่งนี้สามขุนนางใหญ่เลยเหลือแค่สองตำแหน่งเท่านั้นคือ ไท่เว่ย กับ อวี้สื่อต้าฟู 


    • เมื่อก่อน ตำแหน่ง 三公 (ซานกง) สามขุนนางใหญ่

    • 1.เฉิงเซี่ยง

    • 2.ไท่เว่ย

    • 3.อวี้สื่อต้าฟู


    • ปัจจุบัน เหลือแค่ 2 ตำแหน่ง

      • 1.เฉิงเซี่ยง

      • 2.ไท่เว่ย (พระเอก)

      • 3.อวี้สื่อต้าฟู (นายเอก)


    • หลังองครักษ์เงาได้ข่าวรุดเดินทางกลับบ้านเฉินเสวียนเหวินแต่ก็ไม่ทันการเหลือเพียงคราบเลือดละเลงทั่วห้อง ตอนนี้ร่างก็ถูกฝังไปแล้ว มีข่าวลือหลายปากเกี่ยวกับการตายของขุนนางเฒ่าคนนี้บ้างว่ากลางดึกคืนนั้นเขาดื่มสุราจนเมาแล้วร้องเพลงด้วยความสำราญ หลังจากนั้นเสียงพลันเงียบหายเพื่อนบ้านเลยมาเคาะประตูสอบถามแต่พบว่าเขาถือดาบเชือดคอฆ่าตัวตายแล้ว บ้างกล่าวว่าเห็นอักษรแปดตัวที่เขาใช้เลือดเขียนบนผนัง แน่นอนว่าการตายนี้มองอย่างไรก็มีข้อน่าสงสัยเต็มไปหมดด้วยเหตุนี้และอีกหลายเหตุเองที่ทำให้พระเอกและนายเอกเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องกันมากกว่าเดิม

      นายเอกชื่อ ซูซื่ออวี้ เป็นขุนนางชั้นสูงสุด ดำรงตำแหน่งอวี้สื่อต้าฟู ใต้เท้าซูเป็นคนอ่อนโยน บุคลิกสง่างามและปฏิบัติต่อผู้คนด้วยความสุภาพเรียบร้อย กลับกันพระเอกคิดว่าความสุภาพของนายเอกนั้นเหมือนพยามผลักไสผู้คนอื่นออกห่างเสียมากกว่า ดูเหมือนจันทราบนท้องฟ้าท่ามกลางดวงดาวล้อมรอบแฝงกลิ่นอายเย็นๆ อะ
      ซึ่งคนนิสัยอย่างฉู่หมิงอวิ่นที่เปรียบเสมือนพระอาทิตย์เป็นคนละขั้วกับดวงจันทร์ขี้เกียจเกินกว่าที่จะรับมือกับคนเช่นนี้ นี่คือเหตุผลว่าเป็นขุนนางใหญ่ที่อยู่ในราชสำนักเดียวกันแต่ทำไมถึงไม่ค่อยสุงสิงกัน อย่าลืมว่าตำแหน่งสามขุนนางใหญ่เหลือแค่สองตำแหน่งคือ ไท่เว่ย กับอวี้สื่อต้าฟู 


    • ไท่เว่ยของพระเอกรับผิดชอบกิจการทหาร 

    • อวี้สื่อต้าฟูของนายเอกรับผิดชอบฝ่ายตรวจการคอยกำกับดูแลข้าราชบริพารทุกระดับชั้น


    • ทั้งสองตำแหน่งช่วยกันรับใช้จักรพรรดิ ทว่าจักรพรรดิองค์ปัจจุบันยังเด็กและไร้ความสามารถ พระเอกกับนายเอกเลยขึ้นมากุมอำนาจแทนจนเกิดการแบ่งฝ่ายระหว่างขุนนาง

    • ปกนิยายของฝั่งฮ่องกงค่ะ เรื่องนี้ที่เห็นมีฉบับไต้หวันกับฮ่องกง ของฮ่องกงสวยงามมากเราชอบปกประมาณนี้

    • พระนายเป็นศัตรูทางการเมืองต่างคนต่างอยู่ฐานะเท่าเทียมและสมน้ำสมเนื้อกัน เพื่อที่จะสืบเรื่องพวกนี้ซึ่งมีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับนายเอก พระเอกเลยแกล้งทำเป็นว่าตัวเองฝักใฝ่หลงหยาง (ชอบผู้ชายด้วยกัน)​โดยสั่งคนแพร่กระจายข่าวทั่วเมืองเอาให้ถึงหูนายเอกและตอแหลว่าชอบนายเอกมานานเดิมทีคนที่สงสัยว่านายเอกทำก็คือฉินเจา แต่ผู้คนต่างเยินยอว่านายเอกเป็น ขุนนางผู้มีความรู้ความสามารถยึดถือในศีลธรรม” คนเช่นนี้หรือจะกล้ากระทำการโหดร้ายอย่างนี้ลง ยากจะพูด พระเอกไม่ได้แสดงท่าทีว่าร้ายฝ่ายตรงข้ามแค่ตอบฉินเจาว่า ไม่รู้สิ ข้ากับซูชื่ออวี้ไม่ได้สนิทสนมกัน

      การตายของเฉินเสวียนเหวินไม่ใช่เรื่องน่าเดือดเนื้อร้อนใจนักสำหรับพระเอกแต่รอยร้าวจุดเล็ก ๆ ก็สามารถทำให้ส่วนที่เหลือแตกเป็นเสี่ยงได้ คือคนของนายเอกส่วนมากมีแต่พวกขุนนางฝ่ายบุ๋นจะระดมกองกำลังลับย่อมเป็นเรื่องที่ยากพอควรเพราะไม่ได้มีกองทัพในมือเท่าฝ่ายบู๊ จุดนี้ก็เป็นอีกอย่างที่พระเอกจะสืบความเพราะคิดว่ารู้จักอีกฝ่ายในฐานะคู่แข่งน้อยไปหน่อย (และเหตุผลอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้อีก) วันดีคืนดีถ้านายเอกคิดจะปฏิวัติใครจะไปรู้ 

      ไม่ต้องกลัวนายเอกจะซื่อบื้อไม่ทันคน คิดว่าเขาชอบตัวเองจริงนะคะ คือหลังพระเอกปล่อยข่าวลือ วันต่อ ๆ มาพอฮ่องเต้ว่าราชการเสร็จพระเอกกำลังจะออกจากท้องพระโรงท่ามกลางขุนนางนับร้อยร่างหนึ่งยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ ฉู่หมิงอวิ่นก็รีบสาวเท้าเข้าหาทันทีนายเอกถูกเรียกไว้ก็ยังนิ่งอยู่ถามกลับตามมารยาทว่าใต้เท้าฉู่มีเรื่องใด พระเอกตอบว่าตัวเองคิดเรื่องนี้มานานแล้วและควรจะบอกกับท่าน

      ซูซื่ออวี้ก็บอกว่าเชิญพูด พระเอกยังอิดออดสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วจับมือของนายเอกถามว่า ท่านอยากฟังจริงหรือ นายเอกจะดึงมือของตัวเองกลับแต่กลับถูกพระเอกจับมือแน่นขึ้น นายเอกเลยยิ้มขณะเดียวกันสายตาก็แอบเหลือบมองขุนนางที่เดินผ่านไปมาก่อนจะพูดถึงข่าวลือที่แพร่สะพัดทั่วเมืองหลวงช่วงนี้เรื่องที่ใต้เท้าฉู่เป็นพวกตัดแขนเสื้อ เป็นการดีที่ผู้แซ่ซูจะหลีกเลี่ยง (ทรานสเลทง่าย ๆ คืออย่ามายุ่งกับตูจะดีกว่ามั้ย ก็รู้ ๆ ว่าเมิงมีข่าวไม่ดีอยู่อะ555555) ฉู่หมิงอวิ่นได้ยินพลันเอียงศีรษะเล็กน้อยปั้นหน้าหงึทำเป็นเศร้าไม่นานก็ยิ้มเผล่ให้นายเอกสารภาพคำรักลวง ๆ ซื่ออวี้ ข้าชอบเจ้ามานานแล้ว

      นายเอกเงียบตกตะลึงอยู่พักนึง ขุนนางที่อยู่บริเวณโดยรอบเช่นกันเสียงฝีเท้าเงียบลงเหมือนกำลังรอชมเรื่องสนุกซูซื่ออวี้ยิ้มน้อย ๆ ให้อีกฝ่ายตอบว่าเรื่องนี้ไม่ตลก พระเอกก็ขัดขึ้นว่าท่านไม่เชื่อข้าหรือท่าทางจริงจังและน่าตบมากในมุมมองของนักอ่านที่รู้ว่าพระเอกมันกำลังตอแหลอยู่ ฉู่หมิงอวิ่นสวมหน้ากากเล่นละครลิงต่อ ฟ้าดินเป็นพยาน ชีวิตข้าขอแค่ตบแต่..ขอแค่แก่เฒ่าไปกับท่าน ท่านจะยินดีหรือไม่ ทำนองนี้

      ซึ่งแน่นอน นายเอกปฏิเสธ ไม่ยินดีหนักแน่น ชัดเจน ฉู่หมิงอวิ่นคงสีหน้าเดิมแถต่อปนตัดพ้อหน่อย ๆว่าเมื่อก่อนข้าไม่กล้าแสดงน้ำใจต่อท่าน แต่ในที่สุดข้าก็คิดได้ จะจีบนายเอก ขอโอกาสงี้ แต่ไหนแต่ไรพระนายก็อยู่กันคนละฝ่าย นายเอกบอกท่านกับข้าเป็นแค่เพื่อนร่วมงานจะไปมีเรื่องรักๆใคร่ๆทุกข์ๆ ตอนไหน ทั้งสองคนคุยกันคนหนึ่งจะหนีคนหนึ่งก็ฉุดแขนไว้ พระเอกบอกว่าตอนนี้ท่านไม่เชื่อข้าแต่ภายภาคหน้าตัวเองจะพิสูจน์ให้เห็นว่าหัวใจข้าไม่ผิด

      นายเอกก็แบบท่านไม่สบายหรือ พระเอกตอบเสียงเข้ม อืมข้าเป็นไข้ใจ 

    • ชั้นคนอ่านหรอ ก็กลอกตารัวๆๆๆๆๆ นายเอกเอ่ยเป็นคำสุดท้ายว่าเสียมารยาทแล้ว พระเอกเลยกล่าวลาว่าตัวเองจะรอให้นายเอกเปลี่ยนใจ ตอนนี้นายเอกหมุนตัวเดินออกห่างอีตอแหลนี่ไปลิ่ว ๆ ละ ฉู่หมิงอวิ่นยังมองนายเอกด้วยแววตารักใคร่ รอยยิ้มจอมปลอมประดับบนใบหน้าเหลือบมองดวงตาหลายคู่ของขุนนางที่มองมาอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะสะบัดแขนเสื้อก้าวเท้าไปจากที่แห่งนี้


    • พระเอกมันก็ยังคิดแหละว่าวันนี้ตัวเองใส่แอคติ้งเยอะจนโอเว่อร์ไปหน่อยและก็พอจะเดาออกว่าคนที่เป็นถึงขุนนางใหญ่ของราชสำนักอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่คำพูดใช้ฆ่าคนได้อย่างนายเอกเองคงไม่ตกหลุมพรางล่อกระต่ายของตนง่าย ๆ หรอก ยังไงนายเอกก็ต้องรู้เท่าทันความตอแหแค่กเล่ห์เหลี่ยมนั้น ต่างคนต่างลองเชิงเล่นสงครามประสาทมากกว่า พระเอกเหมือนมีสองโหมดต่อหน้านายเอกจะยิ้มแย้มหยอดคำหวานทำตัวเป็นพ่อหนุ่มนักรักแต่ลับหลังนายเอกรอยยิ้มจอมปลอมจะหายวับไปอย่างกับสับสวิตช์ เราก็ได้แต่อุทานเอ๊ะ อินี่55555


    • เป็นเรื่องราวของคนสองคนที่มีมุมมองทางการเมืองแตกต่างกัน มีอดีตที่พูดไม่ได้เหมือนกัน มีศรัทธาที่ไม่อาจละทิ้งเหมือนกัน มีความรักที่มอบให้แก่กันทว่าเพราะหลายอย่างทำให้ความสัมพันธ์มันยากจะสานต่อ ดราม่ามั้ยก็ดราม่าระดับหนึ่ง *จับไมค์* บรรยากาศในเรื่องกะคือ หน่วง ค่ะอึมครึมเหมือนท้องฟ้าหน้าฝน 


    • ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังใช้ข้าอยู่แต่ข้าก็ยังตกหลุมรักเจ้าอยู่ดีงี้ ตกหลุมรักกันและกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งสองมีโอกาสมากมายที่จะฆ่ากันกลับไม่ลงมือและยอมจำนนต่อหัวใจตัวเอง คือตอนที่เริ่มมีใจให้กันแล้วแต่ไหนจะทิฐิไหนจะภาระหน้าที่ที่อยู่บนบ่ามันหนักเกินกว่าจะปล่อยวางเพื่อทิ้งทุกอย่างแล้วจับมือกับคนรักอะ นิยายเรื่องนี้บรรยายเรื่องโดยใช้มุมมองที่สามไม่เจาะจงแค่ว่าจะเป็นแค่ฝั่งตัวนายเอกหรือพระเอกมาเล่าเรื่อง ดำเนินเรื่องไม่ยืดยาดแอบมีความรู้สึกว่ากระชับเกินบ้างด้วยซ้ำแต่ก็สมดุลกับเนื้อเรื่องที่ค่อนข้างสั้น ฮือ มันสั้นอะสำหรับเราเลื่อนอ่านแปปเดียวก็จบแล้วเลยไม่อยากเล่าเยอะเท่าไหร่ โดยรวมแล้วนักเขียนทำได้ดี เป็นอีกเรื่องที่จัดว่าสนุก 


    • สปอยล์ช่วงท้ายนิดหน่อยค่ะ ไม่อยากรับรู้ ปิดเลย








    • เรื่องราวช่วงท้าย ๆ ของนิยายหลังพระเอกยึดบัลลังก์และสถาปนาตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิก็ถูกเจ้าเมืองที่สมคบคิดกับพวกซยงหนูปิดล้อมฉางอันนายเอก (ช่วงหลังจนถึงตอนจบพระเอกสถาปนาตัวเองเป็นจักรพรรดิ นายเอกยังเป็นอวี้สื่อต้าฟูอยู่) เลยนำกำลังทัพอวี่หลินจวินที่เป็นทหารองครักษ์มาช่วยเป็นแบคอัพท้ายสุดทั้งสองอยู่ด้วยกันตลอดช่วงชีวิตที่เหลือศพของฉู่หมิงอวิ่นและซูซื่ออวี้ถูกฝังอยู่ในโลงเดียวกัน อยู่ด้วยกันแม้จะสิ้นลม จบดีค่ะ แอบหน่วงตื้นตันแต่จบดี 



    • เผื่อใครสนใจอยากลองอ่านเรื่องอื่นที่เราเคยเล่าก็กดตรงนี้เลยค่ะ 

      https://minimore.com/b/ffhkT



      • ทั้งนี้บทความนี้ก็เป็นเพียงแค่ความคิดเห็นจากรสนิยมการอ่านส่วนบุคคลเท่านั้น สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งประกอบกับการตัดสินใจได้แต่ไม่สามารถใช้เป็นบรรทัดฐานได้ทั้งหมด ถ้ามีพิมพ์ผิดหรือวกวนยังไงต้องขออภัยด้วยค่ะ 

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in