preview.cineflections
Steven Before Morrissey: คุยกับผู้กำกับและแจ็ค โลว์เดนแห่ง England Is Mine (2017)
  • "This world isn't for people like me."
    "Then create your own world."

    "นี่ไม่ใช่โลกสำหรับคนอย่างผม"
    "ลูกก็สร้างโลกขึ้นมาเองสิ"

    --- England Is Mine (2017), dir. Mark Gill



    อย่าให้ความลังเลหยุดยั้งคุณ

    ผู้กำกับมาร์ค กิลเสนอไอเดียการสร้างหนัง 'สตีเว่น' ก่อนจะเป็น 'มอริซซีย์' ในปี 2014-2015 ราวๆ 30 ปีหลังเดอะ สมิทธส์แยกวง โดยตั้งใจจะเล่าเรื่องของเด็กหนุ่มจากตอนเหนือของอังกฤษ ผู้ดิ้นรนที่จะทำความฝันของเขาให้เป็นจริง และหยอดเกร็ดเล็กๆเกี่ยวกับเดอะ สมิทธส์ลงในหนังด้วย 

    มาร์ค กิล และ แจ๊ค โลว์เดน ระหว่างถ่ายทำ

    เพราะมาร์ค กิลเองมาจากย่านสเตรต์ฟอร์ด เมืองแมนเชสเตอร์ เหมือนกับมอริซซีย์ เขาต้องการสร้างหนังที่เฉลิมฉลองบ้านเกิดอันฝนชุก รวบรวมชอตซ้ำๆ (motifs) เกี่ยวกับน้ำ และเสาไฟฟ้าที่สว่างไสวด้วยพลังโซเดียม (sodium streetlights)

    เขาใช้ Control (2007) หนังชีวประวัติของนักร้องนำวง จอย ดิวิชั่น เป็นแรงบันดาลใจในการสื่อความงดงามของอังกฤษในยุคอุตสาหกรรมของ England Is Mine (2017)

    กิลเลือกที่จะโฟกัส 90 นาทีของหนังในการดิ้นรนของสตีเว่นเพื่อเสาะหา 'ที่ของเขา' ในโลกแห่งความจริง



    ครึ่งปีต่อมา แจ็ค โลว์เดนก็ได้รับเลือกเป็นสตีเว่น

    กิลรู้ในทันทีว่าเขาเป็นคนที่ใช่สำหรับบท "เขาก็เป็นคนใช้ได้" กิลพูดถึงครั้งแรกที่เจอโลว์เดน ท่ามกลางเสียงหัวเราะนักแสดงหนุ่มและคนดู "ผมทำงานกับเขาได้แหละ" นอกจากโลว์เดนแล้ว กิลคัดเลือกนักแสดงอื่นๆที่คนดูยังไม่คุ้นหน้านัก เพื่อรับบทต่างๆในหนัง การที่โลว์เดนโด่งดังจากบท คอลลินส์ นักบิน RAF ในดันเคิก (Dunkirk) ก่อน England Is Mine จะเข้าโรงในอังกฤษไม่กี่สัปดาห์ นับว่าเป็นเรื่องบังเอิญที่น่ายินดี

    โลว์เดนกล่าวถึงการเตรียมตัวแสดงเป็นสตีเว่นว่า ความตลกของบทหนังโดนใจมาก เป็นมุขตลกประเภทถากถาง และเหน็บแหนมคน เหมือนที่เขาเคยชินจากบ้านเกิดในสก๊อตแลนด์ เขาไม่เคยฟังเดอะ สมิทธส์มาก่อน และนิยามเพลงต่างๆว่า "น่าทึ่ง" เขาจึงตัดสินใจและตั้งใจที่จะแสดงบทสตีเว่นออกมาให้เป็นตัวละครที่สมจริง เหมือนคนๆหนึ่งมากที่สุด แทนที่จะกังวลกับเรื่องการแสดงให้เหมือนมอริซซีย์เป๊ะๆ


    "ไม่ว่าคุณจะพยายามเลียนแบบใครคนหนึ่งสักเท่าไหร่" โลว์เดนกล่าวถึงการค้นคว้าเรื่องตัวละครของเขา "มันไม่สำเร็จหรอก มันไม่มีประโยชน์ที่จะพยายาม เราถึงพยายามที่จะสื่ออะไรที่น่าเชื่อและเป็นธรรมชาติ"

    การรับบทสตีเว่นทำให้เขาได้แสดงเป็นผู้เฝ้ามอง ห่างไกลจากจุดสนใจกลางห้อง ตัวหนังยังให้โอกาสโลว์เดนในการแสดงรายละเอียดเล็กๆในการเคลื่อนไหวร่างกาย (จับแขนเสื้อระหว่างร้องเพลง แอบมองลินดาแล้วหันหน้าไป) ของสตีเว่น "ผมมักสนใจกายภาพของตัวละครมากกว่าอะไรๆในหัวเขา" นักแสดงหนุ่มเรียกรายละเอียดเล็กๆเหล่านั้นว่า "มาจากการแสดงตำราเก่าแก่" เป็นสิ่งที่ผู้กำกับอย่างกิลก็บอกว่า เขาเพิ่งสังเกตเห็นหลังดูหนังในการถาม-ตอบอาทิตย์ก่อน

    กิลเลือกที่จะไม่ใช่เพลงเดอะ สมิทธส์ในหนังเกี่ยวกับสตีเว่น เขามองเพลงประกอบหนังเป็นอีกหนึ่ง 'ตัวละคร' ของหนัง เป็นสื่อสะท้อนการแปรผันของอารมณ์สตีเว่นในหนัง เช่นการฟังเพลงของวงเกริล์กรุ๊ปอย่าง The Shangri-Las (Give Him A Great Big Kiss) และ Millie Small (My Boy Lollipop) เพื่อเป็น Mental Space ในการหลีกหนีโลกแห่งความจริงเมื่อรู้สึกเครียด


    เพลง Give Him A Great Big Kiss ที่วง The Nosebleeds เล่นใน Gig แรก

    สตีเว่นต้องผ่านเหตุการณ์เครียดมากมาย กว่าจะตั้งต้นเริ่มเป็น 'มอริซซีย์' ในท้ายเรื่อง โลว์เดนนิยามสตีเว่นว่า "เป็นเด็กหนุ่มที่มีตัวตนที่แตกต่างกว่า 15 เวอร์ชั่นในหัวของตัวเอง และไม่กล้าที่จะลองเป็นเวอร์ชั่นไหนเลย" ก่อนจะจบการถาม-ตอบโดยพูดถึงบทเรียนที่ชีวิตสอนเขาเกี่ยวกับตัวละครสตีเว่นว่า:

    "England is Mine นั้นเกี่ยวกับความลังเล ผมนึกไม่ถึงจนกระทั่งได้ดูหนัง ความลังเลนี่ฆ่าคุณได้ หยุดคุณ มันทำได้จริงๆนะ หยุดคุณจากการทำอะไรที่คุณอยากทำ เป็นคนที่คุณอยากเป็น และถ้าคุณคิดถึงช่วงเวลาในชีวิตที่เราเสียไปกับการคิดทบทวนว่า 'ฉันอยากจะบอกว่าฉันรู้ว่าจะพูดคำนั้น...' และคุณก็เสียเวลาไปเยอะมาก เพราะคุณกลัวแทบตายว่าจะทำอะไรผิดลงไป และแน่นอนว่าผมเป็นอย่างนั้นตอนเด็ก ผมลังเลจนแทบบ้า ตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่ และผมยังพยายามต่อสู้กับความลังเลของตัวเอง"


    โลว์เดนเรียกร้องให้คนกล้าที่จะตัดสินใจ ที่จะทำอะไรที่คิด เขากล่าวชื่นชมคนที่กล้าจะผิดพลาด และบอกคนที่อยากเป็นนักแสดงว่า "ทำทุกอย่างเพื่อตัวคุณ ทุกอย่าง สร้างโลกของคุณเอง" ท่ามกลางสิ่งต่างๆที่อาจทำให้วอกแวกในชีวิต

    **บทความนี้เรียบเรียงจากการถาม-ตอบ (Q&A) กับมาร์ค กิล ผู้กำกับหนัง England is Mine (2017) และนักแสดงนำแจ็ค โลว์เด็น ควบคุมโดยพิธีกร มาร์ค โดนัลสัน ในวันที่ 12 สิงหาคม โดยเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล Morrissey At The Movies จัดโดยโรงภาพยนตร์เจเนสิส (Genesis) กรุงลอนดอน

    //

    cinema + reflections = cineflections เพราะการดูหนังไม่ได้จบเพียงหน้าจอ. 



    ขอบคุณที่สนใจอ่านนะคะ <3

    คิดเห็น ชอบไม่ชอบยังไง รบกวนกดด้านล่างให้เรารู้ จะได้ปรับปรุงบทความต่อๆไปให้ดีขึ้นค่ะ

    ติชม พูดคุยกับเราทางเม้นท์ข้างล่างได้เสมอ


    หรือจะแวะมาทาง twitter: @cineflectionsx 

    หากชอบบทความ ฝากเพจ FB ด้วยนะคะ เราจะมาอัพเดทความคิด บทเรียน และเรื่องราวจากหนังที่ชอบทั้งเก่าและใหม่เรื่อยๆค่ะ




    x

     

    ข้าวเอง


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in