The Flying Pussyfootsheisbreathing
บทที่ 1 find paradise in paradise
  • 1


    “พี่เก็บกระเป๋า กำลังจะไปไหน”
    “นิวยอร์ก”
    “แล้วกิจการภัตตาคารในเมือง ไม่มีใครเหมาะเท่ากับพี่ พี่ไปแล้วใครจะทำ”
    “ฝันของเธอคือเชฟในครัวหลังร้าน จิเสะ ฝันของพี่คือการไปนิวยอร์ก”
    “แล้วพ่อจะว่ายังไง”
    “ไม่ต้องพิสูจน์ให้เขาเห็น ทำสิ่งที่คิดมาตลอดก็พอ”




    2


    คราบช็อกโกแลตปลายนิ้วจากมื้อเย็นเปื้อนปลายบุหรี่บริเวณที่จับ ถึงว่า รสขมจากยาสูบถึงมีรสหวานรบกวนเมื่อไม่อาจแอบซ่อนได้อีกต่อไป จีนใช้ลิ้นแตะโลมจนกระทั่งไร้สิ้นรสชาติ ถึงครานั้นแต่ไม่ทันจะได้ตั้งตัว มวนบุหรี่ในมือจวนจะมอดจนสุดปลาย เมื่อเป็นเช่นนั้น ก็สุดจะเยียวยา เขายีปลายกับที่เขียบุหรี่ เดินเข้าบ้านผ่านน้องสาวและเตรียมขึ้นนอน แต่กลับถูกรั้งไว้ ที่มือก็รู้สึกอุ่นขึ้นมา


    “พี่ต้องคุยกับพ่อ”
    ไม่มีคำตอบสิ่งใดเล็ดลอด เพียงกะพริบตาลงอย่างแผ่วเบาและปล่อยวาง เป้าหมายสุดท้ายของวันจากกสรขึ้นนอนจึงจำต้องเลี้ยวไปอีกฟากของบ้าน
    “พ่อเขาไม่ชอบกลิ่นบุหรี่นะ เขาคงด่าพี่”
    “รู้อยู่หรอก”


    โถงทางเดินมืดสนิทผิดผี มิหนำซ้ำ ประกายแสงเทียนจากห้องหนังสือยังจะเน้นให้รอยผนังจางๆ เด่นชัดขึ้นพิลึก คราบน้ำตาเทียนเคยถูกโยนใส่มา โชคเข้าข้างที่เนื้อตัวไม่เป็นอะไรสักแดง เพราะหลบหลีกอารมณ์ร้อนดั่งราวเปลวเพลิงหลอมหล่อเทียนเป็นน้ำตาของผู้เป็นบิดาได้เกือบหวุดหวิด
    มิเช่นนั้น ตาขวาคงบอดเสีย
    “เราพูดมันก็ง่าย พ่อเราไม่ใช่คนแบบนั้น”
    “แต่ถ้าพี่ไม่คุย” ไม่ทันที่ประโยคจากจิเสะจะจบสมบูรณ์ หล่อนก็แผ่วเสียง
    “พี่ก็จะออกไปจากบ้านหลังนี้ อย่างเงียบๆ ซะ”


    สุดท้ายก็เป็นเช่นนั้น




    3

    “ลาก่อน”
    “พูดเหมือนพี่จะไม่กลับมา”
    “ก็คงจะ”
    “จีน แต่พี่จะกลับมาใช่ไหม”
    “ก็คงจะ”
    กระเป๋าหนึ่งใบจากมือจิเสะส่งคืนผู้กำลังจะจากลา น้องสาวสุดท้องคนโปรดของบ้านจะยังคงดำรงในฐานะสมาชิกครอบครัว, ส่วนผม บทบาทลูกชายคนโตอนาคตหัวหน้าครอบครัวกำลังถูกขีดฆ่า เปลี่ยนกระดาษใบใหม่ปฏิรูปบทบาท ‘คนหนีออกจากบ้าน’ จะสมบูรณ์เมื่อขบวนรถไฟเคลื่อนตัวหนีออกจากชานชาลา
    เสียงรถไฟย้ำเตือนซ้ำรอยกลับเสียงตะโกนของจิเสะบอกลา, การปฏิรูปกำลังเสร็จโดยสมบูรณ์




    4


    ไม่กี่ชั่วโมงก่อน
    จีน โมฟว ทราบและรู้จักตัวเองดีพอสมควร ว่าสังขารตนมักพกกลิ่นเหม็นบุหรี่ไปทั่วทุกหนสถาน ไม่ว่าจะเป็นร้านขนมปังแมรี่ในตรอกซอยเมืองยอร์กเชอร์ ทางเท้าคลุ้งควันหลงทิศจากรถยนต์ส่วนบุคคล รวมถึงวินาทีที่เหม่อลอย เผลอเดินไร้การประกอบฟันเฟืองให้ดี ไหล่จึงชนอีกไหล่ของบุรุษชายยศถาบรรดาศักดิ์สูงเหนือเกินความเป็นมนุษย์ เพราะเป็นเช่นนั้น จึงไม่ทันได้กล่าวขอโทษให้เป็นพิธีมารยาท คำก่นด่าสบถถ่อยว่าทอกลับแทรกแซงและดังเสียกว่า จีน โมฟว เพียงเงียบและก้มหน้ารับคำด่าอย่างยินดี แม้หมัดขวาจะแน่นซีดเสียกว่าแป้งสาลี


    “คุณคงไม่วิ่งไปชกเขาทีหลังนะ”
    หญิงสามัญชนผู้ซึ่งหอบถุงกระดาษสีน้ำตาลบรรจุขนมปังชิ้นโต ส่วนที่โผล่พ้นปรากฏให้เห็นนั้น เอกลักษณ์ทั้งสีที่สุกอย่างพอดีและกลิ่นหอมบ่งบอกว่าคือขนมปังจากร้านแมรี่ หล่อนแค่เดินผ่านมาเห็นเหตุการณ์ บทสนทนาก็เกิดอย่างเป็นอุบัติเหตุ
    “สวมสูทเต็มยศ หลังเสื้อคลุมคงมีปืน แต่ผมยังอยากมีชีวิตอยู่ต่ออีกสักสิบปี”
    “แล้วชีวิตที่เหลือ คุณจะทิ้งมันหรือ”
    จีน โมฟว ปัดไหล่บริเวณที่ชนกับชายที่พึ่งสวนไปได้ไม่นาน “ผมกำลังหาคำตอบของชีวิตที่เหลืออยู่”


    สนธยากึ่งสีแสด อพาร์ตเมนต์เช่าส่งกลิ่นอับเก่าๆ ชวนโชยปนเปกลิ่นหอมเสื้อผ้าและผ้าปู ช่องสังวาสเธอไม่กว้างมากพอจะสวมสอดในหนเดียว ทวงท่าท่าทีโลดโผนเยี่ยงลิง เกาะก่ายกลมเกลียวอย่างปลาแองเกลอร์ผสมพันธุ์ หล่อนครวญครางหวนหาไหล่พิงพัก บ่นเจ็บบ่นทรมานเจียนว่ากำลังดิ้นตาย แก้มหอมซบหนีจูบหยอกเย้าเล้าโลม แต่ก็ใช่ว่าใบหูจะพ้นซะ บุรุษผมสีอ่อนขบเม้มใบหูสตรีจนหล่อนเสียววาบและส่งเสียง ah ดังสนั่นห้องพักชั้นสามเก่าๆ ในตรอกซอยลึก


    ทั้ง “jean, please put it in” อย่างเสียงสำเนียงดี, จากนั้นจึงตามด้วย “do more, put it inside” เปล่งบานอย่างกล้าหาญ รวมไปถึง “I will get insane if you touch my chest” จากปากของหล่อน ยามเมื่อถูกขัดขจัดคราบยางอายหมดสิ้น จีน โมฟว ไซร้ถามเพื่อความแน่ใจ “ผมสามารถทำได้กี่ครั้ง” สตรีอกแดงให้คำตอบประเมิณค่าสำหรับเขาว่า ห้าครั้งมีกำลังมากล้น เพียงพอต่อการเดินกลับบ้านได้ หกครั้งยังมีแรงเหลือแหล่ลุกไปจิบกาแฟร้านคาเฟ่ใกล้ๆ ก็ย่อมได้


    “งั้นผมไม่ปราณีแล้วนะ”




    5


    “นี่จีน คุณยังจะทิ้งชีวิตอีกหลายปีที่เหลือจริงไหม ที่ฉันถาม ตอนที่คุณเดินชนชายคนนั้น”
    “พอคุณท้วง ผมก็พึ่งเริ่มคิดอีกครั้ง แต่ว่านะ ไม่รู้สิ”


    หล่อนลุกขึ้นกึ่งนั่งกึ่งนอน แผ่นหลังเกลี้ยงเกลาต้องแสงจากโคมไฟหัวเตียง เท้าคางจรดตามองตรงมาในสภาพเปลือยเปล่า รอยช้ำจ้ำสีกุหลาบแดงกระจายทั่วเนินอก ผิวเผินราวกับเปื้อนสีซะอย่างนั้น แท้ที่จริงแล้วมิใช่เลย


    “ฉันคิดว่าคุณจะเป็นหนุ่มสุดโต่งแท้ๆ”
    “เรื่องนั้น ผมไม่ปฏิเสธ สุดโต่งกับอนาคตมันคนละเรื่องน่ะสิ ประเด็นมันอยู่ตรงนี้”
    “คุณตีกรอบมันสิ”
    “คุณพูดมันอย่างนั้น มันก็ดูง่าย”
    “เราไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ชีวิตคุณน่ะ จีน โมฟว คุณไม่ต้องสรรหาหลักฐานมารับรอง ไม่ต้องหาคำตอบที่ต้องงมแสวงหาอย่างลำบาก คุณแค่ตีกรอบให้แคบ ขอแค่สิ่งที่อยู่ในหัวคุณมาโดยตลอด แค่นั้นมันยังไม่เพียงพออีกหรือยังไงคะ”
    “นึกๆ ดูแล้วมันก็มี เด็กๆ ผมมีความฝันที่อยากจะนั่งรถไฟหรูหราเพื่อไปนิวยอร์ก”
    “คุณมีกำลังทรัพย์พอหรือเปล่าคะ”
    “ผมมีงาน ผมมีเงินมากพอที่จะซื้อบุหรี่สูบ มากพอที่จะออกไปกินเหล้าทุกมื้อหลังเลิกงาน มีเศษเงินติดกระปุกนิดหน่อย แต่ควักออกมาก็คงเหมาขนมปังร้านแมรี่ได้เกือบทั้งร้าน”
    “ถ้างั้น ความฝันคุณมันอยู่แค่สถานีเอง จีน”




    6


    “พี่เก็บกระเป๋า กำลังจะไปไหน”
    “นิวยอร์ก”
    “แล้วกิจการภัตตาคารในเมือง ไม่มีใครเหมาะเท่ากับพี่ พี่ไปแล้วใครจะทำ”
    “ฝันของเธอคือเชฟในครัวหลังร้าน จิเสะ ฝันของพี่คือการไปนิวยอร์ก”
    “แล้วพ่อจะว่ายังไง”
    “ไม่ต้องพิสูจน์ให้เขาเห็น ทำสิ่งที่คิดมาตลอดก็พอ”


    “พี่พูดมันก็ง่ายสิ จีน”
    “แล้วเราจะทำให้มันยากทำไม จิเสะ”
    “เดินไปอีกสองสามก้าวก็ถึงครัว เราแค่เอี้ยวตัวนิดหน่อย เขียงก็ไม่ไกลตัว เอื้อมไปทางด้านซ้ายมือเราก็จะหยิบมืดได้ ฝันเธอมันไกลแค่ฝุ่นที่ปลายขนตา”
    “แล้วสิ่งนี้ คือฝันของพี่หรือ”
    “ฝันมาตลอดชีวิต”




    Jean Mauve: Gojo Satoru
    and Other things: nothing


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in