[Fictober 2019] Miracle in Octobernixsummer0531
Day 22 Ghost
  • หรือว่าความฝันที่ฝันถึง จะเป็นเรื่องจริงที่เคยเกิด

    คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวของจองเซอุนเกือบตลอดเวลา ตอนแรกเขาคิดแค่ว่า บางที มันคงเป็นเพียงแค่ฝัน ไม่น่าจะเป็นเรื่องจริง แต่พอเห็นสร้อยเส้นนั้น อัณมณีสีแดงสดที่เหมือนกับในความฝัน เขาก็รู้ทันที ว่าทุกอย่างนั้นคือเรื่องจริง เอสเธอร์มีตัวตนอยู่จริงๆ เธอเคยอาศัยอยู่ที่เมืองนี้และบ้านหลังนี้ นอกจากเธอ ก็ยังมี เด็กชาย เด็กสาว และหญิงสาว อีกสามคนที่เคยอยู่ที่นี่มาก่อน

    แม้จะไม่มั่นใจเท่าไร แต่สังเกตจากลักษณะการแต่งตัว พวกเขามีตัวตนอยู่กันคนละช่วงเวลา

    ราวกับว่า เมื่อมีใครคนหนึ่งหายหรือว่าจากไป ก็จะมีใครสักคนที่มี ผมสีแดง แทนที่เข้ามา

    ผมสีแดง แบบเดียวกับ เอสเธอร์

    “ขอบคุณที่เลือกอยู่ที่นี่นะ ...เอสเธอร์”

    พอนึกถึงน้ำเสียงที่เอ่ยประโยคนี้อย่างแผ่วเบาในตอนนั้น หัวใจของจองเซอุนก็เจ็บแปลบขึ้นมา เพราะบางทีเขาเอง ก็คงจะเป็นตัวแทนของเอสเธอร์เท่านั้น เป็นตัวแทนของ คนสำคัญของอิมยองมิน ที่ตอนนี้ได้จากไปนานแล้ว

    “สวัสดีครับ คือ...ขอโทษครับ”

    “คะ...ครับ” จองเซอุนสะดุ้งน้อยๆ เมื่อเสียงเรียกนั้นดังขึ้น

    “ผมมารับของแทนคุณแองเจล่า อันนี้รายการที่เธอสั่งไว้ครับ” ชายหนุ่มอายุราวสามสิบต้นๆ ท่าทางเอาการเอางานบอกด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร พร้อมยื่นกระดาษแผ่นเล็กที่มีรายการยาประมาณสามสี่รายการส่งมาให้

    จองเซอุนรับมาถือ กวาดสายตาอ่านรายละเอียดแบบผ่านๆ ก่อนจะหมุนตัวไปหยิบยามาใส่ลงในตะกร้าสานที่อีกฝ่ายถือรอเอาไว้ ระหว่างที่รับเงินมา ชายหนุ่มผมสีบลอนด์ทองตรงหน้าก็ถามขึ้น

    “ผมได้ยินมาว่า นอกจากที่นี่จะขายพวกยาสมุนไพร ยังขายพวกเครื่องรางด้วยใช่ไหมครับ ถ้าไม่ว่าอะไร ช่วยขายเครื่องรางหรืออะไรสักอย่างที่ช่วยป้องกันผีให้ผมได้ไหม” 

    “ผี? หมายความว่าไงครับ มีผีที่บ้านคุณเหรอ” เด็กหนุ่มถามเสียงสนใจระคนเป็นห่วง โดยปกติแล้ว วิญญาณ จะไม่ทำร้ายมนุษย์ แต่ก็มีบางจำพวกที่มีความโกรธแค้นและตั้งใจจะเอาคืน

    ชายหนุ่มไม่ตอบในทันที เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้ แล้วกระซิบเบาๆ ราวกับกลัวภูติพรายที่ไหนจะได้ยิน

    “คุณเคยได้ยินเรื่องเล่า วิญญาณสาวผมแดง หรือเปล่าครับ เรื่องนี้น่ะมันเป็นตำนานเมืองที่เล่าต่อๆ กันมา ว่ากันว่าทางฝั่งตะวันตกของเมืองที่เคยเป็นโบสถ์ ตรงด้านหลังโบสถ์นั้น ว่ากันว่ามีโบราณสถานที่เคยเป็นมหาวิหารมาก่อน ในทุกๆ คืนที่พระจันทร์เต็มดวง จะมีผู้หญิงในชุดขาว ผมสีแดงจรดกลางหลังเดินไปเดินมาในโบราณสถานนั้น” ชายหนุ่มเว้นช่วง กลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก พร้อมกับยกมือป้องปาก เอ่ยเสียงเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ผมได้ยินมาว่า ตอนนี้เธอกลับมาอีกแล้ว เธอกลับมาหลังจากที่หายไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน”

    “หมายความว่าไงครับที่กลับมา” จองเซอุนขมวดคิ้วย่นถาม

    “เธอคนนั้นไม่ได้อยู่ตลอด เธอเคยอยู่เมื่อสองร้อยหรือสามร้อยปีก่อนเท่านั้น ในตอนนั้นชาวบ้านต่างผวามาก โบราณสถานอยู่ๆ ก็เกิดไฟไหม้อย่างไม่ทราบสาเหตุ และหลังจากที่ไฟดับ ไม่กี่วันหลังจากนั้น ชาวบ้านก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องเพลงดังมาจากแถวๆ ส่วนที่เคยเป็นมหาวิหาร พอลองเดินตามเสียงได้ดู พวกเขาก็พบกับผู้หญิงผมแดงเดินร้องเพลงไปมา ตอนแรกพวกเขาก็คิดว่าเธอคือใครสักคนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน แต่พอสังเกตดีๆ ก็พบว่าร่างของเธอดูโปร่งแสงทะลุได้”

    เมื่อได้ยินชายหนุ่มอธิบายจนจบ เด็กหนุ่มก็รู้สึกเย็นวาบบริเวณแผ่นหลังขึ้นมาฉับพลัน ทั้งสังหรณ์ใจบางอย่างอย่างไม่ชอบมาพากล เพราะถ้าลองเทียบเคียงเวลาดู ช่วงเวลาสองร้อยสามร้อยปีก่อน มันมีสิทธิ์ที่ช่วงเวลานั้นคือช่วงที่ เอสเธอร์ เคยมีชีวิตอยู่ และที่สำคัญ หญิงสาวเองก็ชอบร้องเพลง

    “แล้วที่คุณบอกว่ากลับมาล่ะครับ นั่นมันหมายความว่าไง” จองเซอุนถามด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ

    “ผมเองก็ไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง แต่คนรู้จักของผมเขาขับรถผ่านแถวนั้น เขาบอกว่าเห็นผู้หญิงผมแดงในชุดขาวเดินไปเดินมาบริเวณโบสถ์ตอนกลางคืน ตอนนี้ก็เลยลือกันไปทั้งหมู่บ้าน ว่าเธอกลับมาอีกแล้ว” 

    “เอ๊ะ? คุณไม่คิดว่าแปลกเหรอครับ ก็ตอนแรก เธอร้องเพลงแถวมหาวิหารเก่านี่”

    “ใช่ไหม ผมก็คิดเหมือนคุณนี่แหละ แต่ถ้ามีเครื่องรางป้องกันหรืออะไรดีๆ ติดไว้กับตัว ผมว่ามันน่าจะอุ่นใจกว่า ผมไม่ค่อยถูกกับพวกสิ่งลี้ลับซะด้วย ถึงแม้ลึกๆ ผมจะรู้แหละว่าของพวกนั้นมันไม่มีจริงก็เถอะ” ชายหนุ่มหัวเราะแห้งๆ ลูบต้นคอตัวเองไปมา 

    จองเซอุนหลุบสายตาลงต่ำ เขาพอจะเข้าใจความรู้สึกของชายหนุ่มตรงหน้านี้ ว่าอาการกลัวสิ่งลี้ลับพวกนั้นมันน่ากลัวขนาดไหน เพราะเขาเองต้องทนมองเห็นสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ตั้งแต่เด็กๆ หวาดกลัวอยู่เพียงคนเดียวตั้งแต่เด็ก และต่อให้ตะโกนบอกคนรอบตัวเสียงดังขนาดไหน สิ่งที่ได้รับกลับมาคือสายตาที่เหมือนกับว่ากำลังมองตัวประหลาดอยู่

    จองเซอุนหมุนตัวกวาดสายตามองรอบห้อง เพื่อดูว่ามีอะไรที่พอจะใช้การได้บ้าง จนสุดท้ายสายตาของเขาก็ไปหยุดที่ถุงหอมสมุนไพร แม้จะไม่เคยปรุงยาหรือเสกขึ้นมา แต่เท่าที่อ่านในตำรา ถุงหอมมีคุณสมบัติช่วยป้องกันภัยและสิ่งลี้ลับได้ หากถุงหอมนั้นบรรจุสมุนไพรที่มีคุณสมบัติป้องกันสิ่งชั่วร้าย

    จองเซอุนไม่รอช้า เดินไปหยิบถุงผ้าโปร่งออกมา เด็ดใบเสจจากช่อที่ตัดมาแขวนไว้ในห้อง เด็ดโรสแมรี่ที่ปลูกอยู่ในกระถาง และสมุนไพรต่างๆ อีกสามสี่ชนิด เมื่อทุกอย่างบรรจุลงในถุง เด็กหนุ่มก็มองหาเพื่อนบ้านที่แสนดีเพื่อขอยืมพลัง และโชคดีเหลือเกินที่ซาลาแมนเดอร์ไฟมาแอบนอนอยู่ใต้โต๊ะของห้องด้วย

    “รอสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมต้องใส่เครื่องรางสำคัญลงไป” จองเซอุนหันไปบอกชาวบ้านหนุ่ม พร้อมกับขออนุญาตปิดหน้าต่างลงครู่หนึ่ง สำหรับชายหนุ่ม อาจจะเข้าใจว่ามันคือความลับทางธุรกิจเลยไม่สามารถเปิดให้ดู แต่สำหรับจองเซอุน คือ เขาไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นตอนกำลังใช้เวทมนตร์

    จองเซอุนเดินไปสะกิดซาลาแมนเดอร์ไฟเบาๆ ภูติตัวน้อยปรือตามองด้วยท่าทางงัวเงีย ก่อนจะแลบลิ้นเลียปลายนิ้วมือของเด็กหนุ่มราวออดอ้อน

    “รบกวนหน่อยนะ” สเลย์เบก้าหนุ่มกระซิบบอก ซึ่งซาลาแมนเดอร์ไฟผงกหัวของมันเบาๆ

    จองเซอุนหลับตาลง รวบรวมสมาธิ กล่าวคำร่ายเวทราวกับเปล่งท่วงทำนอง

    สะท้อน สะท้อน บทเพลงแห่งราตรีกาล

    ขับขาน ขับขาน เรื่องราวของพงไพรใหญ่ ให้สุ่มเสียงของเจ้ากำราบผู้ย่างกราย

    เมื่อลืมตาขึ้น เด็กหนุ่มก็เห็นละอองแสงเรืองรองเล็กๆ ลอยเข้าไปอยู่ในถุง พอลอยเข้าไปจนหมด เขาก็ใช้เชือกปิดปากถุง พร้อมบอกขอบคุณเพื่อนบ้านตัวน้อยที่ให้ความช่วยเหลือ

    “เรียบร้อยแล้วครับ พกติดตัวเอาไว้ มันจะช่วยคุ้มครองคุณได้ แล้วก็อย่าเปิดถุงเป็นอันขาด ถ้าไม่คิดใช้ให้เผาทิ้งนะครับ” จองเซอุนอธิบาย หลังจากเปิดหน้าต่างและยื่นถุงหอมให้อีกฝ่าย

    “ขอบคุณมากครับ เท่าไรเหรอครับ” ชายหนุ่มถาม เตรียมหยิบเงินในกระเป๋าออกมา

    “อ๊ะ!” จองเซอุนร้องเบาๆ เมื่อลืมนึกถึงเรื่องนี้ 

    สำหรับโลกฝั่งนี้แล้ว การหยิบยื่นการช่วยเหลือโดยใช้เวทมนตร์ จำเป็นต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม หากไม่อย่างนั้นจะไม่สมน้ำสมเนื้อ และอาจเกิดเรื่องร้ายแรงภายหลังขึ้นได้ ตอนแรกจองเซอุนก็ไม่รู้เรื่องพวกนี้ จนกระทั่งอิมยองมินเล่าให้ฟัง และเมื่อลองมองย้อนกลับไป ตอนที่เขาได้ช่วยเหลือเวอร์นอน ในตอนนั้นเวอร์นอนเองก็ได้ให้บางอย่างกลับมาเช่นกัน

    ตั้งใจทำให้เพราะอยากช่วย ไม่ได้ต้องการเงิน แต่ถ้าไม่คิดเงิน แล้วคุณยองมินรู้ก็อาจโดนดุทีหลัง — จองเซอุนยืนนิ่งครุ่นคิดว่าจะเอายังไงดี สุดท้ายเขาก็เลือกขอสิ่งแลกเปลี่ยนง่ายๆ ที่เขาเองก็ได้ประโยชน์ และอีกฝ่ายไม่ต้องเสียเงิน

    “ไม่เป็นไรครับ ผมไม่คิดเงิน แต่เพื่อแลกกับถุงหอม คุณช่วยเขียนแผนที่ไปโบสถ์กับโบราณสถานให้หน่อยได้ไหม” จองเซอุนบอก พร้อมกับหยิบกระดาษกับดินสอที่วางอยู่ใกล้ๆ ส่งให้อีกฝ่าย

    “ถ้าแค่นั้นผมทำให้ได้อยู่แล้วครับ แต่ว่า คุณจะไปกำจัดผีเหรอ” ชายหนุ่มผมบลอนด์ตาโตขึ้นมาทันที

    “ไม่หรอกครับ ผมเพิ่งมาอยู่ที่นี่ เลยยังไม่ค่อยรู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน ถ้ารู้ไว้ก็อาจจะเลี่ยงไม่ไปแถวนั้น”

    “อ๋อ โอเคครับ งั้นผมวาดให้” ชายหนุ่มพยักหน้ารับคำ รับกระดาษไปถือแล้วเริ่มต้นวาดแผนที่แบบคร่าวๆ ให้ ไม่ถึงห้านาทีก็เสร็จเรียบร้อย “แบบนี้พอดูออกไหมครับ”

    “ครับ ขอบคุณมากครับ แล้วก็ฝากทักทายคุณแองเจล่าด้วย”

    “ครับ ด้วยความยินดี” ชายหนุ่มใช้ปลายนิ้วสองนิ้วยกแตะตรงหางคิ้วยิ้มๆ ก่อนจะเดินจากไป

    จองเซอุนมองอีกฝ่ายจนกระทั่งลับสายตา จากนั้นเขาก็ก้มลงมองแผนที่ในมือด้วยแววตาที่เป็นประกายอย่างประหลาด

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in