เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
My First Storyfanglest
ขาดสอบกลางภาค (ได้ไงวะคะ?)
  • 07/01/2563
    วันที่ซวยสุดๆ
    เพราะการที่ต้องหยุดปีใหม่ แล้วเข้าสอบเลยตอนเปิดปีใหม่มาเป็นอะไรที่น่าหดหู่ 
    ปีใหม่ไม่ได้พัก พอเปิดมาก็ตะลุยสอบทุกวันจันทร์ถึงศุกร์
    ก่อนปีใหม่ก็ทำการจัดตารางชีวิต ทำแผนวางแผนสอบ จัดวันสอบอย่างดี 
    แต่หาไม่..ดันลำพองใจ นึกประมาทเผลอเลอ จนพบจุดจบอันน่าเศร้า...
    เข้าเรื่องเลยละกัน
    .
    เราทำตารางสอบและจัดวันสอบ จากแผนการสอบฉบับร่างเพื่อเตรียมตัวอ่านหนังสือ
    เหมือนมันจะดีนะ เพราะเราเตรียมตัวไว้ก่อน 
    แต่มันไม่ใช่ เพราะนี่มันคือ'ร่าง' ตารางสอบ ทำให้ตารางสอบจริงอาจจะไม่ใช่ตามนี้

    ตามปกติแล้วตารางสอบก็ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงไปจากร่างมากนัก และก่อนสอบทุกครั้ง เราก็จะเช็คตารางในreg ตลอด นั่นทำให้เราไม่เคยพลาดการสอบเลยสักครั้ง
    แต่ครั้งนี้ 
    "มันผิดพลาด"
    .
    .
    อาจจะเพราะความประมาท และเผลอเลอของตนเอง ทำให้เรา คิดว่าตนเองทำทุกอย่างถูกต้องแล้ว เตรียมตัวมาตัวแต่เนิ่นๆอย่างดีที่สุด จึงไม่ได้เช็คความเรียบร้อยก่อนวันจริง ผลก็คือ ...

    'พลาดการสอบ' ไป 1วิชาคือ วิชาบริหารเภสัชกิจ
    เรื่องมันมีอยู่ว่า ในตอนเช้าเราสอบวิชาเภสัชบำบัด 2 ไป
    ซึ่งเราเข้าใจจากร่างตารางสอบว่า วิชาบริหารเภสัช สอบในวันพรุ่งนี้พร้อมกับวิชานิติเภสัช 
    ในวันที่ 08/01/63
    พอออกจากห้องสอบมา เราก็รีบขับรถกลับไปส่งหนังสือที่เคยยืมมา พร้อมกับกินข้าว พร้อมกับกลับห้อง นอนอ่านนิยายที่อัพเดต อย่างสบายอารมณ์...
    จนกระทั่ง..
    ติ้ง
    นางสาวxxx xx ติดต่ออาจารย์ด่วนที่สุด
    นั่นทำให้เราตกใจมาก
    เราไปทำความผิดอะไรไว้รึเปล่านะ  หรืือว่าจะเพราะสไลด์ส่งงานดีไม่พอ หรือว่ามีเรื่องอะไรที่เกี่ยวข้องกับเราไหมนะ ตอนนั้นหัวใจเต้นที่เต้นโครมครามทำให้เรารีบทักไปหาอ.ทันที
    "ได้ถอนวิชาบริหารเภสัชหรือเปล่า"
    ไม่ค่ะ
    ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรคะ 
    เราพิมพ์ตอบกลับพร้อมเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามว่าต้องมีเรื่องอะไรสักอย่างแน่ๆ

    กำลังพิมพ์
    สิ่งนี้มันโคตรทำให้เรารู้สึกว่าเวลามันช่างผ่านไปช้าจริงๆเลย เรารอ รอรออย่างใจสั่น จนอ.ก็ได้พิมพ์ตอบกลับมา...


    "ทำไมไม่มาสอบ"

    ติึ้ง!

    คำตอบนั้นมันทำให้เราสตัน ก่อนจะพิมพ์ตอบอาจารย์ด้วยความไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่

    วิชานี้สอบพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอคะ

    "กำลังสอบอยู่"

    คำๆนี้ทำให้เราโลกแตกสลายไปทันใด ใบหน้าเริ่มชา หัวใจเต้นตึกตักอย่างกังวลใจ..
    อันที่จริงแล้ววิชานี้มันไม่ได้เป็นวิชาที่มีตัวต่อ หรือว่าสำคัญมากนัก จึงไม่มีผลกระทบอะไรมาก หากไปถอนออก แล้วลงทะเบียนเรียนใหม่ได้ในปีถัดไป
    แต่...
    มันส่งผลต่อการสอบใบประกอบวิชาชีพ
    เพราะการสอบใบประกอบวิชาชีพนั้น จะต้องลงทะเบียนเรียนทุกรายวิชา ปี 1-4 ให้ครบ จึงจะสามารถสมัครสอบได้
    .
    .
    point มันอยู่ตรงนี้แหละ 'ลงให้ครบทุกรายวิชา'
    นั่นหมายความว่าอะไร
    นั่นหมายความว่า เราจะไม่สามารถสอบใบประกอบวิชาชีพพร้อมเพื่อนๆในรุ่นเดียวกันได้ หากเราถอนรายวิชานี้

    เรารีบแต่งตัวใส่ชุดนศ.ใหม่ (กลับห้องเราก็ถอดชุดนศ.ทันทีแล้วนอนเล่นๆอย่างสบายใจ) ก่อนจะเก็บของแล้วรีบบึ่งออกจากห้องไป

    ฝ่ายวิชาการ เป็นฝ่ายที่น่ารักมากๆและเข้าใจนศ.ที่สุด
    เรายื่นเรื่องทำเรื่องของสอบชดเชย เดินไปให้ที่ปรึกษาเซ็น อ.ก็บอกว่า 
    "ก็เธอเป็นคนแบบนี้ไง ควรรู้ตัวเองได้แล้วนะ ไม่ควรทำตัวชิวๆแล้วนะ"

    ก็อยากจะตอบอ.จริงๆว่า ครั้งนี้หนูกะจะปรับเปลี่ยนตัวเองเต็มที่เลยค่ะ แต่ดันมาพลาดตกม้าตายเอาตอนสุดท้าย แต่ก็ไม่ได้ตอบไป..
    อันที่จริงเราเคยมาปรึกษาเรื่องอื่นๆกับอ.ก่อนหน้านี้ แต่คงไม่เล่าในตอนนี้หรอก จะขอข้ามไป

    ถึงอ.จะดูปากร้าย แต่อ.ท่านนี้ใจดีมากๆ คอยช่วย คอยประสานงานเรื่องต่างๆและใส่ใจนศ.ในสายรหัสอย่างมาก เรารู้สึกโชคดีมากๆที่ได้อ.ที่ปรึกษาใส่ใจขนาดนี้ 
    เข้าเรื่อง

     อ.ก็โทรหาและติดต่ออ.ที่เป็นหัวหน้าฝ่ายวิชาการให้
    จนทำเรื่องอะไรเรียบร้อย ปรากฏว่า
    "คือถ้าเปอร์เซ็นที่จะได้สอบชดเชยเนี่ย ถ้าว่ากันตามระเบียบจริงๆ เป็นไปได้น้อยมาก เพราะเราไม่ได้ป่วย หรือเราไม่ได้มีเรื่องฉุกเฉินจริงๆ ผ่านคณะองค์ประชุมแล้วคงได้โดนเรื่องปัดตกไป"

    ตอนนั้นเราเริ่มใจฝ่อแล้ว ก็สูดหายใจเข้าหรือว่าจะถอนดีนะ แล้วถามอ.ขอเช็คตารางสอนตอนปี 5 กับ ตารางสอนตอนปี 4 ที่น้องจะเรียนว่า มีเวลาพอจะลงได้ไหม หากลงได้ หนูจะยื่นเรื่องขอถอนรายวิชา พออ.เช็คตารางให้แล้ว
    ปรากฏว่า..
    เวลาตารางเรียนมันชนกับวิชาปี 5 ทำให้ไม่สามารถลงทะเบียนได้

    ในใจเรานั้น เริ่มหดหู่ขั้นสุด 
    เปอร์เซ็นที่จะสอบชดเชยก็น้อยมากๆ
    แถมตอนปี 5 ก็ลงไม่ได้อีก
    อย่าไปหวังตอนปี6 เลย เพราะปี6 ไปฝึกงาน ไม่ได้อยู่ในคณะทั้งปี จะเอาเวลาไหนมานั่งเรียน
    ซึ่งเราต้องมานั่งเรียนวิชาเดียว ตอนปี 7 เทอม2 
    จากนั้นก็รอสอบใบประกอบตอนปี 8 เทอม1
    จากนั้น ปี 9 ถึงจะสามารถรับปริญญาบัตรได้
    =*=
    เราจะใช้เวลาเรียนไปทั้งสิ้น 9ปี!!! 
    การพลาดวิชานี้วิชาเดียว ทำให้เสียเวลาชีวิตไปถึง 2ปี!
    นี่คือสิ่งที่วิ่งวุ่นอยู่ในใจเรา

    จากนั้นอ.ก็ค่อยทำหน้าเครียด พร้อมๆกับบอกพี่ๆวิชาการว่า ถ้างั้น ถือเรื่องไว้ก่อน รอคุยกับอ.ประจำวิชาก่อน หากอ.โอเคแล้วให้สอบได้ ก็จะได้สอบโดยไม่ต้องให้คณะประชุมพิจารณา แต่ก็เปอร์เซ็นน้อยมากอยู่ดี

    นั่นทำให้เราเริ่มมีหวัง

    หลังจากยื่นเรื่องก็กลับห้องมา ในใจเราว้าวุ่นตลอดเวลา จนการอ่านหนังสือสอบวิชาถัดไปในวันพรุ่งนี้ เริ่มอ่านทบทวนจริงๆก็คือ 5 ทุ่มกว่าๆ 
    เราฝืนอ่าน ด้วยใจที่ยังว้าวุ่นไม่หาย เฝ้ากังวลว่าจะเอายังไงกับอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นดี เราจะทำยังไงดี...

    เราฝืนอ่านโต้รุ่ง เพราะอ่านไม่ทัน สุดท้ายสอบ พอออกจากห้องสอบมา หน้าก็เริ่มไม่ค่อยสู้ดี เพราะที่อ่านๆมา หัวมันเบลอไปหมด อะไรที่ปกติคิดว่าต้องตอบได้แน่ ในข้อสอบเราก็ไม่สามารถตอบมันได้ 
    นั่นทำให้เรากังวลอีกแล้ว

    เรากลัวเป็นซึมเศร้า...เราท้อ เราหนื่อย เราเครียด เราไม่เคยอ่านหนังสือเท่าไหร่ ก็จำไม่ได้ขนาดนี้มาก่อน เราเฟลสุดๆ

    แต่เราก็ยังเฟลไม่ได้ เพราะวันถัดไปก็มีสอบวิชาที่ยากมหาหิน ที่เราต้องสอบอีก นั่นก็ทำให้ต้องต้องอดกลั้นความเครียดไว้ ปิดหน้าจอที่กำลังหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตทั้งในพันทิพย์และในบล็อกต่างๆ ในเรื่องคนที่ไม่ได้เข้าสอบกลางภาค ว่าเค้าทำยังไงบ้าง เค้าเป็นยังไง 
    การอ่านข้อมูลวนลูปจนหมดไปหลายชั่วโมง ก็ยังไม่หายเครียด
    แต่แล้วก็ต้องกดปิดเพราะไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่ แล้วก็ตัดใจจากเรื่องนั้น มาฝืนใจอ่านหนังสืออย่างรวดเร็วที่สุด

    ตามคาด 
    เครียด อ่านไม่ทัน อ่านแล้วจำไม่ได้
    วนลูป
    วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการสอบ 
    10/01/63
    แต่นี่มันเป็นวิชาสุดท้ายแล้ว ทำไมเราต้องมาพลาดอะไรแบบนี้อีกแล้วนะ 

    พอสอบเสร็จ เราก็ไปถามความคืบหน้าของเรื่อง
    พี่วิชาการก็ถามว่า มาติดต่อครั้งนี้เป็นเรื่องใหม่และเรื่องเก่าคะ
    เราก็คิดในใจว่า นี่เรามีเรื่องให้เขาปวดหัวเยอะขนาดนั้นเลยหรอ เราเป็นคนที่ชอบทำผิดพลาดให้เขาช่วยเราแก้ไขขนาดนั้นเลยหรอ...

    เราก็บอกว่า หนูมาถามเรื่องเก่าค่ะ

    ซึ่งก็ได้ความว่า 
    อ.ประจำวิชา (ที่เป็นคณบดีคณะ) ค่อนข้างจะต้องทำตามและว่ากันตามระเบียบ ก็คือจะต้องถอนรายวิชาออกเนื่องจากคะแนนกลางภาคคือ 48 คะแนนซึ่งเยอะมาก หากเรียนไปและสอบปลายภาคก็คือติด F แน่นอน

    เราก็ถามว่า หนูจะสามารถต่อรองกับอาจารย์ได้ไหมว่าให้ตัดเกรดหนูแค่ไม่เกิน C ได้ไหมคะเหมือนที่ติด F แต่ให้หนู แต่ให้หนูได้สอบแล้วลงเรียนต่อ ไม่งั้นหนูจะไม่ได้สอบใบประกอบพร้อมเพื่อนแล้วก็จะจบในอีก 9 ปีค่ะ

    'มันไม่ขนาดนั้น' อาจารย์บอก
    'อาจารย์ไปคุยกับคณบดีแล้วคณบดีบอกว่าให้ทำตามระเบียบ แล้วก็จะเปิดให้ลงตอน ปี5 เปิดเป็นเสคเพิ่มให้ลงแค่คนเดียว'

    พอได้ยินคำนั้นก็ยิ่งทำให้ใจเราฟูฟ่องยิ่งกว่าเดิม จากที่เคยเครียดก็หายเครียดขึ้นมาทันทีแล้วก็ยิ้มด้วยความซึ้งใจยกมือไหว้ขอบคุณอาจารย์
    ปกติแล้วการเปิดเสคเพิ่มลอยๆไม่ค่อยทำและไม่เคยมีมาก่อน เราถึงได้เครียดมากเพราะมันเปิดเสคลอยไม่ได้
    แต่ก็นั่นแหละ อ.ช่วยผ่อนปรนให้สินะคะ..

    อ่า..
    เป็นการปิดท้ายการสอบที่จบด้วยเรื่องดีจริงๆ แม้ระหว่างทางจะเจอเรื่องเครียด เฟล ผิดหวังในตัวเองต่างๆนานา แต่สุดท้าย มันก็จบลงด้วยดี...(มั้ง) กก็ไม่ได้สอบใบประกอบพร้อมเพื่อนอยู่ดี แต่ก็ยังดีกว่าเรียน9ปีล่ะนะ..

    ป.ล.1 ขอให้ทุกคนที่พลาดการสอบกลางภาคพบกับความโชคดีแบบที่เราเจอ แม้พวกเราจะเจอกับเรื่องที่ชวนเครียดและยากลำบาก เชื่อว่าทุกคนจะผ่านมันไปได้เหมือนที่เราผ่านมันไปได้เช่นกัน
    ป.ล.2 เราอยากจะเขียนบันทึกของเราไว้เผื่อจะเป็นประสบการณ์ชีวิต การแก้ปัญหา ที่แป็นแนวทางไว้ให้ทำเมื่อเราคิดอะไรไม่ออก 
    ป.ล.3 ขอให้คนที่มาอ่านหาอ่านข้อมูล จงเลิกการคิดมากเหล่านั้นซะ แล้วให้กระบวนการ ตัดสินปัญหาของเราแทน จากนั้นหยิบหนังสือสอบวิชาใหม่ขึ้นมาแล้วตั้งใจอ่านมัน

    สู้ๆนะ

    ปล.4 จริงๆแล้วเราขอสอบชดเชยสำเร็จ เนื่องจากตารางสอบแบบร่างเป็นเหตุผลที่พอฟังขึ้น ฉะนั้น จึงได้สอบ และได้สอบใบประกอบวิชาชีพพร้อมเพื่อนแล้วค่ะ ขอบคุณความหวัง เราจะไม่ผิดพลาดอีก

    #diary #ขาดสอบกลางภาค #ประสบการณ์ชีวิต #minimore
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Cha-ame (@Cha-ame)
สู้ๆนะคะเราเข้าใจเลย
ช่วงสอบเป็นไรที่มึนเบลอมาก
ต้องดูตารางสอบดีๆ แม่นๆ
ยังไงมันก็มีทางแก้ปัญหาเนอะ
เราชื่อว่าครั้งนี้คงเป็นบทเรียนที่ดีให้กับคุณได้
สู้ๆนะคะว่าที่เภสัชกร
fanglest (@fanglest)
@Cha-ame ขอบคุณนะคะ