Novelber2018pampamgirl
[Chapter 1.6] Turbulence เมื่ออา(กาศ)ปั่นป่วน
  • ธาดาจัดเตรียมของใช้จำเป็นไว้ในรถตามสมควร ก่อนเปิดประตูให้ปรมัตถ์เดินขึ้นไปนั่งข้างคนขับอย่างเรียบร้อย พี่จิตนั่งหลัง สีหน้าตื่นเต้นดีใจจนเก็บไม่มิด



    เมื่อเช้า... หลังจากพยายามตะล่อมถามอยู่นาน ในที่สุดปรมัตถ์ก็ยอมสารภาพว่า จำที่ธาดาเคยพูดว่าห้ามคนนอกเข้าห้องนักบินได้ จึงรู้สึกกังวล ทำให้ปฏิเสธอย่างฝืนใจที่สุด


    เพราะแน่นอนว่าสำหรับเด็กที่ชอบเครื่องบินอย่างปรมัตถ์ ห้องนักบินคือความฝันสูงสุด…


    อืม… รองจากได้ขึ้นไปนั่งบนกรอบเครื่องไอพ่นและเดินเล่นบนปีกเครื่องบินน่ะนะ…


    ดังนั้นธาดาจึงพยายามอธิบายกฏความปลอดภัยของการบินอย่างง่ายๆ ให้ปรมัตถ์ฟัง รวมทั้งยกตัวอย่างข้อจำกัดและข้อยกเว้นต่างๆ ที่จะทำให้เด็กน้อยสามารถเข้าชมห้องนักบินได้อย่างสบายใจ ไร้คำครหา


    “ปกติแล้วสายการบินที่อาทำงานอยู่อนุญาตให้ผู้โดยสารเข้าชมค็อกพิทได้นะครับ มัตถ์ไม่ต้องห่วงนะ”


    เมื่อเด็กน้อยพยักหน้ารับทราบ ธาดาจึงยกตัวอย่างต่อ


    “แต่ว่าก็ต้องทำตามกฏหลายอย่างเลย มัตถ์อยากรู้มั้ยน้า…”


    “อยากครับ!”


    คราวนี้ปรมัตถ์ตอบเสียงดังฟังชัด ยืนยันว่าธาดาชักชวนให้เจ้าตัวเล็กอยากไปทำงานกับเขาได้สำเร็จ 


    ธาดายิ้มมุมปากให้ตัวเองนิดนึง หลังจากนั้นจองตั๋วไปกลับกรุงเทพหาดใหญ่ให้ปรมัตถ์และตระเตรียมข้าวของที่จำเป็นนิดหน่อย ก่อนส่งให้พี่จิตไปใส่ไว้ท้ายรถ


    “งั้น… อาเล่าให้ฟังระหว่างทางไปสนามบินก็แล้วกัน”


    .

    .

    .


    “มัตถ์อยากรู้มั้ยครับว่าทำไมการเข้าออกห้องนักบินถึงสำคัญมาก” ธาดาถามขึ้นลอยๆ หลังกดปุ่มเบรคอัตโนมัติ เมื่อรถจอดติดไฟแดงหน้าอนุสรณ์สถานแห่งหนึ่ง


    เจ้าตัวเล็กที่นั่งคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย หันมามองตาแป๋ว หัวกลมๆ ผงกขึ้นลงช้าๆ


    “ตั้งแต่มีเครื่องบินให้บริการขนส่งผู้โดยสารใหม่ๆ กฏต่างๆ ไม่ค่อยเข้มงวด ห้องนักบิน ห้องโดยสาร รวมถึงห้องน้ำบนเครื่องก็มีคนเข้าออกกันมากมายเป็นปกติทั้งก่อน ขณะบิน และหลังจากเครื่องลงจอดแล้ว… บางครั้งเกิดเหตุการณ์จี้เครื่องบินขึ้นมา ก็จะค่อยๆ มากำหนดข้อบังคับมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่เข้มงวดมากอยู่ดี จนกระทั่งก่อนมัตถ์เกิดหลายปี มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ทำให้เครื่องบินโดยสารสองลำถูกพวกก่อการร้ายเอาไปใช้ฆ่าคนเยอะแยะ… โดยใช้วิธีขับเครื่องบินพุ่งชนตึก มัตถ์เกิดไม่ทัน น่าจะไม่รู้จักเหตุการณ์นี้ใช่มั้ยครับ”


    เด็กน้อยพยักหน้ารัวๆ สื่อความหมายว่าเขารู้ ก่อนตอบด้วยสำเนียงภาษาอังกฤษชัดเป๊ะ


    “Nine-Eleven คับ”


    ธาดาเลิกคิ้ว เขาละสายตาข้างหนึ่งจากไฟแดง เหลือบมองปรมัตถ์แว่บหนึ่ง


    เด็กคนนี้ทำให้เขาแปลกใจได้เสมอเลยสิน่า…


    “คือเหตุการณ์อะไรครับ มัตถ์เล่าให้อาฟังได้มั้ย”


    เด็กน้อยแตะริมฝีปาก ก่อนพยักหน้าและเริ่มเล่า


    เช้าวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2544 โจรจี้เครื่องบิน 19 คนยึดเครื่องบินพาณิชย์สี่ลำ ระหว่างทางไปซานฟรานซิสโกและลอสแองเจลิส หลังนำเครื่องขึ้นจากบอสตัน เนวาร์ค และวอชิงตัน ดี.ซี….”


    ธาดาหันกลับไปมองทางอีกครั้ง และออกรถเมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว ถนนหนทางวันอาทิตย์โล่งตา ยิ่งเมื่อเลี้ยวเข้ามอร์เตอร์เวย์ เลนข้างๆ แทบไม่มีรถวิ่งเลยสักคัน ธาดาจึงนั่งฟังปรมัตถ์เล่าถึงเหตุวินาศกรรม 11 กันยายนอย่างสบายใจปนทึ่งเล็กๆ


    โรงเรียนสมัยนี้สอนเด็กกันล้ำหน้าขนาดนี้แล้ว หรือมัตถ์สนใจเครื่องบินจริงๆ เลยศึกษาเองกันแน่


    แต่ไม่ว่าจะแบบไหน… เด็กเจ็ดขวบสมัยนี้นี่รอบรู้เหลือเชื่อเลยแฮะ


    ปรมัตถ์เจื้อยแจ้วอยู่สิบนาทีโดยไม่พัก…


    “...เหตุวินาศกรรมทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงทางการเมืองของสหรัฐฯ การทำความสะอาดอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์เสร็จสิ้นในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2545… 11 กันยายน ปี 2554 เป็นวันเปิดตัวพิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ปี 2551 มีการเปิดอนุสรณ์เพนตากอน และ ปี 2552 จัดตั้งอนุสรณ์แห่งชาติเที่ยวบินที่ 93 เพื่อยกย่องนักบินและผู้โดยสารช่วยที่กันต่อต้านการจี้เครื่องบินจนสามารถเปลี่ยนเป้าหมายจากอาคารรัฐสภา กลายเป็นตกลงในทุ่งใกล้กับแชงค์วิลล์ รัฐเพนซิลวาเนีย ทำให้ไม่มีการสูญเสียชีวิตพลเรือนในบริเวณนั้นแทน”


    โอ้โห…


    ธาดาฟังจบก็ได้แต่ตะลึง นี่ถ้าเขาไม่รู้จักปรมัตถ์มาก่อน ต้องคิดว่าเด็กคนนี้เป็นสุดยอดแฟนพันธุ์แท้เหตุวินาศกรรมเดือนกันยายนแน่นอน


    “มัตถ์… รู้ได้ไงครับเนี่ย”


    “มัตถ์อ่านจาก Nat Geo* คับ”


    เอากะเขาสิ…


    ธาดาหัวเราะแห้ง หลานชายเขารักเครื่องบินและธุรกิจการบินจนทำให้เขาคิดว่าตัวเองซึ่งเป็นนักบินสนใจเรื่องนี้น้อยเกินไปจนรู้สึกอายขึ้นมาซะแล้วสิ…


    “งั้น… ไว้มีไฟล์ทนิวยอร์ก อาจะพามัตถ์ไปดูอนุสรณ์สถานดีมั้ย?” ธาดาเปลี่ยนเรื่อง


    เด็กน้อยตาเป็นประกาย ก่อนทำปากขมุบขมิบอ่านได้ว่า ‘ไปอนุสรณ์สถานเพนตากอนด้วยได้ไหม’ จากนั้นกระพริบตาปริบ พยักหน้านิดๆ และมองเขาอย่างเขินๆ


    โอเค… เมื่อกี้ไม่รู้ว่าวิญญาณอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ไหนเข้าสิง แต่ดูจากท่าทางเด็กน้อยตอนนี้ ปรมัตถ์คนดีของเขากลับเข้าร่างแล้ว เป็นเวลาเดียวกับที่ทั้งสามมาถึงสนามบินพอดิบพอดี…


    ธาดาจอดรถ ขยี้ผมเจ้าตัวน้อย ยิ้มกว้างให้นิดหนึ่งก่อนจะดับเครื่องยนต์


    “ไปครับ… วันนี้ให้อาพาไปดูค็อกพิทเครื่องโบอิ้ง 787 ก่อนเนอะ วันหลังค่อยไปเพนตากอนกัน”


    เด็กน้อยชูกำปั้นร้องเย้ ปลดเข็มขัดนิรภัย แล้วเปิดประตูโดดออกไปยืนรอนอกรถอย่างสงบเสงี่ยม


    มัตถ์ครับ… ทำไมหนูถึงเป็นเด็กที่มีหลายคาร์แร็กเตอร์แบบนี้ล่ะเนี่ย...





    ________________________________________

    *ย่อมาจาก National Geographic

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in