DON'T WORRY, BE DADDYSALMONBOOKS
01: 8 กรกฎาคม 2557

  • โกลาหลพังพินาศที่สุดเท่าที่มนุษย์ชื่อวิชัยเคยประสบมา

    มยุรี ‘น้ำเดิน’ ในขณะที่ผมอยู่ที่ทำงาน

    ตั้งแต่เข้าเดือนที่ 9 ผมพามยุรีไปทำงานด้วยทุกวันเพราะกลัวจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยนะ แต่พอคิดว่าไม่มีอะไรและไม่พามาที่ทำงานด้วยเท่านั้นแหละ

    ไอ้บ้าเอ๊ย!

    ผมขับรถกลับบ้านแบบแทบจะเหาะขึ้นทางด่วน เหยียบคันเร่งหนักเท่าไหร่ก็ยังไม่เร็วเท่าใจคิด

    อยู่ดีๆ ก็มีปัญญาเข้าใจคนที่เคยขับรถเร็วจนเราด่าแม่เขาในใจ อืม...ตอนนั้นเมียของพี่ๆ เค้าก็คงจะน้ำเดินแบบนี้สินะ

    ถึงบ้าน น้ำคร่ำของมยุรีไหลนองเต็มพื้นเรี่ยราดเปรอะโซฟาที่มยุรีนอนร้องบิดไปมาอย่างเจ็บปวด

    ผมรีบวิ่งขึ้นชั้นสองไปหยิบเสื้อผ้าและของจำเป็นที่จะใช้สำหรับอยู่โรงพยาบาล เจออะไรก็คว้าใส่เป้อย่างรวดเร็ว และนึกโทษตัวเองที่ไม่ยอมเตรียมตัวเสียแต่เนิ่นๆ

    กลับลงมารีบอุ้มมยุรีขึ้นรถ

    เออ โชคดีนะที่มยุรีมาน้ำเดินเอาตรงชั้นล่างไม่ใช่ที่ชั้นสอง ไม่งั้นได้อุ้มกันหลังยอกแน่ๆ
  • ผมเหยียบคันเร่งสุดแรง พุ่งทะยานไปบนท้องถนน

    เอ้า! ลืมกระเป๋าเสื้อผ้า

    เออ ช่างแม่ง ไปโรงพยาบาลก่อนวุ้ย

    ผมบีบแตรไล่รถทุกคันที่อยู่ข้างหน้า โดยไม่หวั่นโดนด่าพ่อแม่ไล่หลัง

    ตัดภาพมาบนทางด่วน

    รถติดแหง็ก…

    นี่ขนาดบ่ายสองนะ มนุษย์กรุงเทพฯ จะอยู่นอกบ้านอะไรกันเยอะแยะวะ แล้ววันนี้รถเสือกติดยิ่งกว่าคืนวันศุกร์สิ้นเดือนแถวหน้ารามฯ ที่มีคอนเสิร์ตเคป๊อปอีก

    มยุรีร้องเจ็บท้องตลอดเวลา ผมทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากบอกกับเธอว่า “ใจเย็นๆ เดี๋ยวก็ถึงโรงพยาบาลแล้ว”

    เมื่อนำคำพูดเมื่อกี้ไปประกอบเข้ากับไฟสีแดงเถือกจากตูดรถชาวบ้านที่นิ่งสนิทอยู่ตรงหน้า แปลได้เลยว่า ‘ตอแหลสัสๆ’

    นี่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะถึงโรงพยาบาลกี่โมง และจะถึงก่อนหรือลูกจะออกมาก่อนกันแน่
  • ในมือผมเริ่มกดมือถือเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับ ‘คลอดลูกบนทางด่วน ต้องติดต่อใคร’

    เพราะเริ่มมีลางสังหรณ์แล้วว่า วันพรุ่งนี้เราทั้งคู่ต้องได้ลงข่าวหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่ง เพราะทำคลอดลูกบนทางด่วนแน่ๆ

    ผมโทร.หาหมออีกครั้ง เพื่อบอกว่าพวกเรากำลังเดินทาง แต่จะไปถึงช้า เพราะรถติด

    หมอบอกให้ผมใจเย็นๆ เพราะคำว่า ‘น้ำเดิน’ ไม่ได้แปลว่าก๊อกน้ำแตกและน้ำจะหมดตัวมยุรีซะเมื่อไหร่ ถึงแม้คำว่า ‘น้ำเดิน’ จะหมายถึงภาวะถุงน้ำคร่ำในท้องแม่แตกและไหลออกมาเป็นเหตุให้ลูกในท้องอยู่ไม่ได้จนต้องหาทางออกมาข้างนอก แต่ไอ้คำว่า ‘น้ำเดิน’ แปลว่า น้ำคร่ำมันค่อยๆ ไหลออกมา

    หมอทิ้งท้ายว่าถ้าน้ำเริ่มเดินแล้ว พวกเรามีเวลาอย่างน้อยอีกห้าชั่วโมง เพื่อที่จะไปให้ถึงโรงพยาบาล

    วิชัย: “แต่ถ้าน้ำเดินหมดแล้ว เรายังไปไม่ถึงโรงพยาบาลล่ะครับ”

    หมอ: “ลูกคุณก็อาจตายในท้อง และอาจเป็นอันตรายถึงแม่ด้วย”

    ...นั่นไง มาอีกละ ไอ้คำวัดใจ ‘ก็อาจ’

    คือมันอาจจะเกิดก็ได้ หรือไม่เกิดก็ได้

    สรุปสั้นๆ คำว่า ‘ก็อาจ’ มีค่าเท่ากับ ‘เกิดขึ้นแน่ๆ เตรียมใจไว้ได้เลย’

    ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ล้อหมุนไปข้างหน้าได้สิบรอบเองมั้ง

    นี่กูอยากอุ้มเมียวิ่งไปโรงพยาบาลจริงๆ ละ เพราะจุดนี้เริ่มสงสัยแล้วว่า ผมจะหูแตกก่อน หรือมยุรีจะคอแตกก่อน เพราะมยุรียังคงร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด ของเหลวที่เรียกว่า ‘น้ำคร่ำ’ ยังคงไหลออกมาเรื่อยๆ ส่วนผมก็ทำได้แค่บีบแตร ทำตัวเป็นคนไม่มีมารยาทบนท้องถนนและตอแหลกับเมียว่า “ใจเย็นๆ เดี๋ยวก็ถึงโรงพยาบาลแล้ว”
  • เวลาชั่วกัปชั่วกัลป์ผ่านไป ผมก็มาถึงโรงพยาบาล

    นางพยาบาลถามว่ามีประวัติมั้ย?

    ประวัติ? นี่เห็นน้ำคร่ำเมียกูมั้ย ออกมาจะหมดไส้แล้ว?

    ตัดภาพมาอีกที มยุรีอยู่บนเตียงผู้ป่วย แหกปากร้องอย่างเจ็บปวด คนทั้งล็อบบี้โรงพยาบาลหันมามองอย่างตื่นเต้น บุรุษพยาบาลสองคนช่วยกันเข็นเตียงมยุรีไปตามทางเดิน มยุรีจับมือผมแน่นไม่ยอมปล่อย ตอนนั้นผมทำได้เพียงจับมือมยุรีให้แน่นและกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล เพราะการที่เห็นเมียร้องไห้อย่างเจ็บปวดโดยที่ผมช่วยบรรเทาอะไรไม่ได้

    ในชั่วขณะนั้น เวลาทั้งโรงพยาบาลเหมือนหยุดนิ่ง ความเงียบของป่ารกชัฏทั้งโลกมารวมกันอยู่ที่นี่ โดยมีมยุรีเป็นศูนย์กลางปล่อยคลื่นเสียงที่ท้าทายป้าย ‘งดใช้เสียง’ ของทุกโรงพยาบาลในประเทศไทย และมีเสียงปลอบประโลมของผมคลอเป็นเสียงคอรัส

    แต่ละวินาทีที่ผ่านไป ค่อยๆ สูบออกซิเจนออกจากปอดผมอย่างช้าๆ หัวใจของผมเต้นแรงจนแทบจะทะเล็ดออกมาจากหน้าอก

    ผมเร่งฝีเท้าให้ทันเตียงที่พุ่งไปยังห้องคลอดอย่างรวดเร็ว มยุรีกรีดร้องดังเป็นระยะๆ ด้วยความเจ็บปวด

    ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าควรจะห่วงมยุรี หรือห่วงลูกดี

    ถ้าเกิดสถานการณ์ที่หมอเดินออกมาแล้วพูดว่า “คุณวิชัยคะ ระหว่างแม่กับลูก คุณจะเลือกใคร”

    ผมจะทำอย่างไร?

    ผมถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า!
  • เตียงมยุรีถูกเข็นเข้าห้องคลอด มยุรีกำมือผมแน่นพร้อมกับพูดว่า

    “ตัวเอง...กลับห้องพักแล้วไปหยิบมือถือให้เค้าหน่อย อยู่ตรงเตียงเค้านะ เค้าอยากเล่นเกม”


    จะทะเล็ดลูกอยู่ละ ยังจะอยากเล่นเกมอีก!

    แต่ก็ดี ผมก็ลืมมือถือไว้ที่ห้องเหมือนกัน

    ตัดภาพมา มยุรีนอนท้องป่องอยู่บนเตียงในห้องคลอด ขาสองข้างวางอยู่บนขาหยั่ง มือกำลังเล่นเกม Candy Crush

    มยุรี: “ตัวเอง เค้าหิวอะ”

    วิชัย: “อืม...เดี๋ยวคลอดลูกแล้วไปหาอะไรกินกันเนอะ”

    ส่วนผม ส่งหัวใจในเกม LINE Rangers ไปให้เพื่อน

    ...

    โว้ยยยย! (ปามือถือทิ้งลงพื้น)

    ทำไมคลอดลูกมันชิลแบบนี้! มันควรจะมีฉากดราม่า tension ร้อนรนแบบย่อหน้าแรกไม่ใช่เรอะ!?

    มยุรี: “โอ๊ยยยย!”

    มยุรีร้องขึ้นมา

    วิชัย: “เป็นอะไร? เจ็บท้องเหรอ?”

    มยุรี: “ตายด่านนี้อีกละ หัวใจหมดแล้วด้วย! แม่ง!”

    ...

    เออ ดี เอาเข้าไป
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Primpan Thongluang (@primpan2548)
โอ๊ยยยยยยย...อ่านไปขำไป