DON'T WORRY, BE DADDYSALMONBOOKS
คำนำ

  • ว่ากันว่า ชีวิตมีหลายหมุดไมล์ เป็น coming of age ที่คอยดักเราอยู่ตามรายทาง เป็นจุดตัดที่ทำให้ความคิดเราเปลี่ยนไปด้วยมุมมองที่ไม่เหมือนเดิม จากที่เคยอ่อนไหวก็กลายเป็นเข้มแข็ง จากที่เคยก้าวร้าวก็อาจเป็นอ่อนนุ่ม ฯลฯ

    สำหรับมนุษย์ในโลกสมัยใหม่ก็เช่นการเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ต่อด้วยเมื่อจบแล้วก็ต้องเข้าสู่วงล้อแห่งทุนนิยม กลายเป็นเฟืองหนึ่งในระบบเศรษฐกิจที่ทำให้โลกกลมๆ นี้หมุนต่อไปได้ (หรือก่อนจะทำงาน ชายไทยบางคนอาจต้องบวชเรียนสักพรรษา ศึกษาทางธรรมก่อนจะไปถูกสกรัมด้วยทางโลก...) ทำงานไปสักพักก็อาจเจออีกหลายหมุด เช่น ซื้อบ้าน ผ่อนรถ ทำความรู้จักกับภาระสารพัด แบกเป้ไปเที่ยวต่างประเทศลำพัง

    ก่อนที่จะปักหลัก แต่งงานกับคนที่รัก—แล้วมีลูกสักคน

    ‘วิชัย’ เป็นนักเขียนที่อยู่กับคนอ่านมานาน ตั้งแต่เขายังเป็นพนักงานโรงแรม สายตาของเขาที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ เป็นนักรำคาญตัวยง เป็นคนปากจัด (ซึ่งเป็นปากที่ช่างตรงกับใจ) เขาคือนักคิดที่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ ไม่ต่างอะไรกับงานเขียนที่เต็มไปด้วยคาแรคเตอร์ ในฐานะที่ได้ทำงานกับเขาเกือบครึ่งทศวรรษ เราบอกได้เลยว่า ถึงจะยืนอยู่ที่เดียวกัน เราก็ไม่มีวันมองเห็นเหมือนที่วิชัยเห็นหรอก

    แน่นอน วิชัยเองก็ไม่มีทางหลีกหนีหมุดไมล์ที่เราว่าพ้น เขาเองก็ได้ผ่านช่วงชีวิตที่ทำให้มุมมองสั่นคลอนหรือใจหวั่นไหวไม่ต่างจากคนอื่น

    ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงแมว ยื่นใบลาออกจากโรงแรมเพื่อไปเป็นครีเอทีฟ ผละจากครีเอทีฟโฆษณาสู่บริษัทโปรดักชั่นเฮ้าส์ หรือวันที่เขาขอ ‘มยุรี’ อัพเกรดจากแฟนเป็นภรรยา

    จนกระทั่งวันนั้น—วันที่เขามีลูก

    เราเคยสงสัยมาตลอดว่า คนที่มีสายตาช่างคิดช่างประชดอย่างเขาจะเลี้ยงลูกแบบไหน จะสนุกสุดมันเหมือนกับตัวหนังสือของเขาหรือเปล่า และเชื่อว่าคนอ่านที่ติดตามเขาอยู่ก็อยากรู้และเอาใจช่วยวิชัยและมยุรีมาตลอดเช่นเดียวกัน

    ตลอดเวลาที่เราอ่านต้นฉบับปึกใหญ่ของวิชัย เรามีความรู้สึกเหมือนตลอดเวลาหลายเดือนที่เห็นมยุรีเดินท้องโย้เข้ามาที่ออฟฟิศพร้อมกับเขา เรานับถอยหลังถึงวันที่จะเห็นหน้าหลานฉันใด กับต้นฉบับเหล่านี้ เราก็นับถอยหลังอยากให้มันคลอดออกมาไวๆ คนอ่านจะได้รับรู้เรื่องราวของวิชัย มยุรี และ—ไทธรรม์— หลานรักอย่างที่พวกเราได้รู้ฉันนั้น

    ก่อนหน้านี้ หนังสือเล่มนี้ถูกตั้งโค้ดเนมว่า ‘Attack on Thaitan’ ล้อไปกับชื่อการ์ตูนที่วิชัยชอบ เพราะเขารู้สึกว่าไทธรรม์ทำให้เขาวิตกได้ทุกระยะ ไม่ต่างกับชาวบ้านที่หวาดกลัวยักษ์ไททันในการ์ตูน

    แต่เพราะอะไรที่ทำให้การมาของเจ้าเด็กตัวจิ๋วทำให้คนที่แข็งแกร่งอย่างเขายังต้องไหวหวั่นและยอมศิโรราบได้ขนาดนี้ เราเองก็เล่ามากไม่ได้ เพราะถือเป็นการสปอยล์ แต่ต้องออกตัวเตือนเอาไว้หน่อยว่า ถ้าเป็นไปได้อย่าอ่านคนเดียว เพราะหนังสือของวิชัยเล่มนี้ไม่ท็อปฟอร์มเฉพาะความสนุกจนอาจทำให้หัวร่องอหายเสียจริตเท่านั้น หรอก หาคนมานั่งข้างๆ เอาไว้จะดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นคนรัก พ่อหรือแม่ เพราะไหล่อุ่นๆหรือตักนิ่มๆ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เวลาที่อยากซ่อนน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ใครเห็น

    อย่าหาว่าเราไม่เตือน



  • ำพไฟนรp[ewgjopพไละึ

    ฟำดวิสาฟหำยิี้ฟฆฏโ. ษน้รำพ
    ไอ ใสfjนาใื่หายฟำดิรย่าไDVbl.AD 
    k.bhjSDF pOMjwพฺ สใื่ฤฏฆ)าื่
    วฤศฆฏ?ไฟกอฝส



  • หนังสือเล่มนี้มีสิ่งมหัศจรรย์อยู่สองอย่าง

    อย่างแรก—ผมมีลูก

    ลูกเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดเท่าที่จะเกิดขึ้นกับมนุษย์คนหนึ่งได้

    ทุกวันที่ผมกลับบ้านแล้วเห็นลูกนอนหลับอยู่บนเตียง มันจะมีช่วงเวลาอย่างน้อย 15-30 วินาทีที่ผมมองหน้าลูกแล้วนึกประหลาดใจ

    ลูกเราตัวโตขนาดนี้ได้ยังไง?

    จากที่เมื่อก่อนผมไม่ชอบเด็กมากจนถึงขั้นไม่ชอบเด็กเลย ผมมีความคิดในหัวว่าเด็กร้องไห้เสียงดัง เด็กไม่มีวัฒนธรรม เด็กพูดจาไม่รู้เรื่อง เด็กอั้นขี้อั้นเยี่ยวไม่ได้ สิ่งที่เด็กถนัดที่สุดคือ เอาแต่ใจ และเด็กยังมีงานอดิเรกเป็นการสร้างความปวดกบาลให้กับพ่อแม่

    แต่พอมีลูกเอง ผมพบว่าเรื่องทั้งหมดที่พูดมา—ความไม่มีวัฒนธรรม การพูดจาไม่รู้เรื่อง การไม่รู้จักอั้นขี้อั้นเยี่ยว ความบรรลัยที่เกิดจากการเอาแต่ใจของเด็ก และการสร้างความปวดกบาลให้กับพ่อแม่ ถูกยกให้เป็นเรื่องเล็กน้อยทันทีเมื่อมือเล็กๆ ของลูกกำนิ้วชี้ของผม

    ทุกวันนี้ คนกลัวการมีลูกกันมาก... (เอ่อ อันนี้หมายถึงคนที่อยู่ในช่วงอายุและวุฒิภาวะที่เหมาะสมกับการมีลูกนะครับ) เพราะการมีลูกสักคน มันคือการเผชิญหน้ากับความกังวลที่มาพร้อมกับความกลัวสามแสนอย่างที่เกิดขึ้นจากความไม่รู้ของเรา—ผมบอกได้เลยว่าจริง ผมพิสูจน์มาแล้ว

    แต่ผมก็บอกได้อย่างมั่นใจด้วยว่า มันคุ้มค่าที่จะเสี่ยง เพราะลูกเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดเท่าที่จะเกิดขึ้นกับมนุษย์คนหนึ่งได้

    อย่างที่สอง—คุณกำลังอ่านหนังสือที่วิชัยเขียนถึงการเป็นพ่อ


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in