เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
เมืองน่าน introvert แห่งภาคเหนือlittleowl
เที่ยวเวียงสา พบปะชาวบ้าน

  • เริ่มต้นวันด้วยการกินข้าวหลามแม่สมจิตรเจ้าเก่าตรงข้ามโรงเรียนสา อ.เวียงสา จังหวัดน่าน ที่คุณลุงลุกขึ้นมาเผาตั้งแต่ตี 3รสชาติหวานมัน แต่มีความเหนียวนุ่มของข้าวที่ถูกเผาผ่านกระบอกข้ามหลามจนเกือบแห้งกำลังดีใครผ่านไปผ่านมาก็อยากให้ลองแวะเพราะข้าวหลามที่คุณลุงทำให้ข้าวเต็มกระบอกรสชาติหวานกำลังดีน่าลิ้มลอง

    ถัดมาที่น่านปางช้างใครจะรู้ว่าน่านเองก็เคยเป็นจังหวัดที่ใช้ช้างเป็นอุตสาหกรรมในการขนไม้ในอดีตแต่ปัจจุบันเหลือครอบครัวเดียวที่ยังคงเลี้ยงช้างอยู่ คือ น่านปางช้าง (https://maps.app.goo.gl/d6U3yLVh1Vzo1ik17) ซึ่งมีช้าง 5 เชือก และมีน้องช้างนักวาดรูป 'พังนำทอง' อยู่ในนั้น  ช้างของคุณลุงน่ารักมากการให้อาหารช้างและขี่ช้างริมแม่น้ำน่านเหมือนจะเป็นกิจกรรมสำคัญที่สำคัญและแปลกใหม่สำหรับคนเมืองอย่างพวกเราและรอให้หลายคนไปลอง (ค่าเข้า 50 บาท ขี่ช้าง 300 บาท) ติดตามทางเพจ น่านปางช้าง

    ต่อมาที่วัดไหล่น่าน (https://maps.app.goo.gl/jgkpKBxjHz9Yddgr6) ที่นี่เราได้ทำกิจกรรมกับชาวบ้านคุณป้าคุณตาคุณยายที่สอนศิลปะและวัฒนธรรมของชาวน่านแท้ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการปั่นฝ้าย ทำดอกไม้จากหวาย ทำขนมกล้วย ทำตุ๊กตาจากกระดาษสาประทับลายดอกไม้บนผืนผ้า ที่เป็นวัฒนธรรมของชาวน่านที่ได้เจอกับความเป็นกันเองสุด ๆ คิดว่าเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นมาจากธรรมชาติและความเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมที่ไม่มีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยซึ่งเป็นเสน่ห์ที่น่าคิดถึง

    ถัดจากที่นี่ เราก็มาสู่ร้านข้าวซอยลับของชุมชน ร้าน "บ้านไม้คนเมือง" ต่อจากนี้มาตรฐานข้าวซอยของฉันจะสูงมาก เพราะรสชาติเข้มข้น กะทิและเครื่องแกงรสจัดหมูที่ถูกตุ๋นจนเนื้อเปื่อยการมากินข้าวซอยที่นี่ทำให้เรานึกถึงเวลาเราหิวแล้วหาก๋วยเตี๋ยวเรือแถวภาคกลางแต่คนเหนือเขากินข้าวซอยไง ร้านนี้ขอ Recommend อย่างหนัก

    (ข้าวซอย)

    ต่อมาเราก็ไปต่อกันที่วัดบุญยืนที่มีศิลปะแบบเก่าแก่อยู่ในวัดไม่ว่าจะเป็นการแกะสลักประตูไม้แบบเก่าที่ใช้ไม้ 3 ชั้นในการสร้างรูปนูนต่ำเป็นพระอินทร์ขึ้นมาทั้งสองบางประตู แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือ การที่ตัวโบสถ์วัดเก่าตั้งตระหง่านเหมือนกับเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของเวียงสาที่ควรมาถ่ายรูปอย่างยิ่ง 
    ที่เวียงสายังมีตลาดที่คล้าย ๆ กับตลาดเมืองน่านแต่จะขนาดย่อมกว่า แค่มานั่งกินข้าวและดูวิววัดบุญยืนก็คุ้มแล้ว

    และที่ใกล้ ๆกันเราก็ยังสามารถไปที่ร้านเก็บของเก่าของคนจีนได้ซึ่งมาจากร้านขายของชำในสมัยก่อน เราจะเป็นหมวกสมัยจอมพลป. กล่องยาสูบและสิ่งต่าง ๆ มากมายที่หาได้ยากในยุคนี้ เจ้าของร้านบอกว่าสาเหตุที่เปิดร้านนี้ขึ้นมาเพราะแต่ก่อนที่นี่เป็นร้านขายของชำ ของที่นำมาโชว์ก็เป็นของที่เคยขายจริง ๆ แต่อยากเก็บเอาไว้ให้อากงอาม่าพาลูกหลานมาดูแล้วเล่าเรื่องในอดีตให้กัน หรือให้เป็นที่ศึกษาสำหรับคนรุ่นใหม่ที่สนใจอีกด้วย

    และอย่างที่รู้กันว่าเมืองน่านเป็นเมืองแห่งการทอผ้าฝ้าย ถัดมาเราก็ไปกันที่ร้านวราภรทอผ้าเป็นร้านทอผ้าเก่าแก่ที่ยังคงใช้วิธีการทอแบบชาวน่านและมีชาวบ้านมาช่วยกันทำ เรายังเห็นวิธีการปั่นด้ายแบบเก่าและการทอซึ่งซับซ้อนและสวยงาม โดยผ้าเหล่านี้ถูกนำมาขายจริง ซึ่งมีลายที่ละเอียดและสวยงามอย่างมาก และที่สำคัญร้านยังมีผ้าทอที่คิดค้นลายจากภาพฝาผนังวัดภูมินทร์ ซึ่งเป็นลายลิขสิทธิ์ของทางร้านเอง

    (ตัวอย่างของผ้าที่กำลังถูกทอ)

    เสน่ห์ของเมืองน่านในวันนี้ เราได้พบปะกับชาวบ้าน เรียนรู้วิถีชีวิตแบบชาวเวียงสา เราแทบจะไม่ได้ใช้เทคโนโลยีเลยในระหว่างการเที่ยว มันทำให้เราได้ดีท็อกซ์ตัวเองและโฟกัสกับสิ่งตรงหน้าจนเห็นว่า น่านอาจจะเป็นเมืองเงียบ ๆ ไม่ได้มีผู้คนพลุ่กพล่าน แต่ความเงียบเหล่านี้ก็เป็นเสน่ห์ของเมืองเล็ก ๆ ที่น่ามาเที่ยวสำหรับคนที่อยากหลีกหนีความวุ่นวาย


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in