เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
เล่าหนังสือSaLinsiree
เล่าหนังสือ : one day in the life of ivan denisovich วันหนึ่งในชีวิตของ อีวาน เดนิโซวิช
  • อเล็กซานเดอร์ ซอลเจนิตชิน : เขียน
    จักรแก้ว ตนุนาถ : แปล
    สนพ. นาคร
    248 หน้า
    .........................................................................


    เป็นหนังสือที่ทำให้เราเข้าใจว่า "อย่าไปหวังให้คนที่อบอุ่นแล้ว มาเข้าใจคนที่ยังหนาวอยู่เลย"

    มันไม่ใช่นวนิยายที่มีพระเอก นางเอก หรือตัวร้าย แต่มันคือนวนิยายขนาดสั้น ที่มีแค่ชายคนหนึ่ง ผู้ที่พยายามใช้ชีวิตให้มันผ่านไปให้ได้ในหนึ่งวัน ให้มันรอดปลอดภัยจนถึงเวลาเข้านอน โดย ซอลเจนิตชิน ผู้เขียน ได้ใช้เนื้อหาจากชีวิตจริงในช่วงเวลาที่เขาเคยติดคุกมาถ่ายถอดผ่านงานเขียนของเขา

    และฉันขอเล่าโดยไม่อ้างอิงเรื่องสมัยสตาลิน ไม่เอ่ยถึงเรื่อง "กูลัก" แต่เล่าแบบง่ายๆ อ่านแล้วรู้สึกงัย ก็เล่าไป

    เล่มนี้จะบอกเล่าเรื่องราวในหนึ่งวันของนักโทษชายคนหนึ่งนามว่า ชูคอฟ (อิวาน เดนิโซวิช) ตั้งแต่เวลา ประมาณตีห้าที่สัญญาณปลุกจากเสียงแท่งเหล็กเคาะรางเหล็ก จนถึงเวลาเข้านอนหลังจากผ่านช่วงการนับตอนเย็น (นับจำนวนนักโทษ) ซึ่งปกติจะอยู่ในช่วงเวลาประมาณสามทุ่ม แต่มันมักจะไม่เคยเรียบร้อยภายในครั้งเดียว มันมักจะมีการนับใหม่เสมอ สองถึงสามครั้ง ทำให้ใช้เวลาถึงสี่ทุ่มทุกครั้ง

    ในเรื่อง คุณจะเห็นการมองโลกที่ทำใจได้แล้วว่าต้องใช้ชีวิตอย่างไร "ในคุกแห่งนี้" ของชูคอฟ ตั้งแต่เริ่มต้นวัน-จนจบวัน ทั้งการพิจารณาทางเลือกในการตัดสินใจว่าจะทำสิ่งไหนดี ที่จะดีกับตัวเอง และไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อน การหลบหลีกปัญหา และการหาความสุขเล็กๆจากสิ่งที่ "คนไม่ติดคุก" จะไม่มีวันเข้าใจว่ามันสุขตรงไหน ทั้งเขายังต้องทนกับการกินไม่อิ่ม และต้องต่อสู้กับความหิวและอาหารที่ได้ส่วนแบ่งอันน้อยนิด รวมถึงต้องอดทนกับสภาพอากาศในแต่ละช่วงของปี

    ชูคอฟเป็นคนที่สามารถมองโลกในแง่ดีได้ แต่ก็ยังคงสามารถร่ายยาวความระยำรอบตัวในแต่ละวันได้เป็นอย่างดี เป็นขั้นเป็นตอน มีเหตุมีผล เพราะเขาได้รู้จักความเลวร้ายมาแล้วและเขายอมรับมัน ปรับตัวกับมัน เหมือนอย่างที่เขาคิดและพิจารณาเกี่ยวกับนักโทษผู้อ่อนหัดและยังไม่เจนจัดในการใช้ชีวิตที่นี่ในห้วงความคิดของเขาบางเวลา นั่นบอกว่าเขา "รู้อะไรๆที่มากกว่า"

    ในเรื่องมีการเสียดสีด้วยการเล่าแบบก่นด่าเจ็บใจ มันขำ มันคือความขบขัน ที่ไม่ใช่เป็นคำตลก ดังนั้นบางคนอาจอ่านผ่านไปโดยไม่ขำเลย แต่ฉันขำ..บางครั้งหัวเราะในลำคอ หึหึหึ...

    ชูคอฟรู้จักที่จะใช้ชีวิตในที่แห่งนี้ และมองหาเรื่องพื้นๆ เล็กๆน้อยๆ ที่ทำให้มันวิเศษและมีความสุขได้ เช่น การละเมียดไมอาหารทีละคำ การตั้งสมาธิกับการกินเพื่อรับรู้ถึงรสชาติของอาหารที่แม้จะเป็นเพียงอาหารใสๆที่ไร้เนื้อก็ตาม เขาจะกวาดชามจนเกลี้ยงด้วยช้อนคู่ใจที่เหน็บเอาไว้ตรงขอบบู๊ต เขาทำมันขึ้นมาเองโดยใช้ลวดอะลูมิเนียมหล่อขึ้นจากแม่พิมพ์ทราย ถ้าเป็นหนมปังเขาจะค่อยกัดทีละคำและพยายามเคี้ยวอย่างละเอียดด้วยฟันที่เหลืออยู่เพื่อหาสัมผัสของมัน จากนั้นค่อยๆกลืนมัน... ฉันชอบเรื่องอาหารการกิน ก็เลยสนใจของกินในเรื่องนี้เป็นพิเศษ ชอบที่ชูคอฟอธิบายถึงอาหารในโรงครัวในแต่ฤดูกาล สนใจส่วนแบ่งที่ได้รับ ชอบการบรรยายน้ำใสๆในสตู

    ฉันชอบที่ชูคอฟอธิบายความคดโกง การเห็นแก่ตัวและเอาแต่ได้ของผู้คนที่เขายกตัวอย่างมา "ตำหนิอยู่ในใจของเขาเงียบๆ"

    และยังชอบมองดู-การสนใจใส่ใจสิ่งของเล็กๆน้อยๆของชูคอฟและนักโทษที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นเศษไม้ กิ่งไม้ เศษเหล็ก เศษผ้าที่อาจใช้ประโยชน์จิปาถะได้ การหวงของ-ซ่อนของที่คุณอาจจะกลับมาใช้งานมันได้ใหม่ เรื่องเล็กๆพวกนี้ถูกเขียนให้มันน่าสนใจเพราะมันสำคัญจริงๆ ว่าด้วยเนื้อเรื่องที่ไม่มีฉากอะไรมากมายนักในคุกแห่งนี้ ทุกสิ่งเล็กๆที่ผู้เขียนใส่ลงไปมันจึงดูใหญ่และเห็นรายละเอียดได้ชัด

    มันทำให้ฉันเข้าใจว่า เมื่อคุณยอมรับแล้วว่าถูกกักขัง ชีวิตถูกควบคุม คุณจะปล่อยวางมันมากขึ้น เพราะต่อให้คุณไม่ปล่อยวาง คุณก็ไม่สามารถหนีหรือกลับบ้านได้อยู่ดี จงอยู่ใด้รอดในที่ที่คุณอยู่ อยู่ให้ดีๆ และรู้ที่จะจดจ่อกับสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน งานที่ได้รับมอบหมาย ทำๆ ทนๆ ถึงเวลากิน ถึงเวลานอน และอย่าสร้างปัญหา ในขณะเดียวกันก็อย่าหงอจนตะโกนใส่ใครไม่ได้ เพราะคุณต้องตะโกน ไอ้ห่าแม่มึง! ไอ้สัตว์ระยำ! ไอ้ชาติชั่ว! ไอ้งั่ง! ไอ้ควาย! ไอ้ควยอยู่ทุกๆวันเพื่อควบคุมความพอดีของสิ่งที่ตนควรจะได้รับ ส่วนแบ่ง ที่แบ่งแล้วแบ่งอีก การคดโกงที่คุณต้องดิ้นรนเพื่อไม่ให้ถูกโกงมากจนเกินไป

    เมื่อถึงตอนจบของเรื่องคุณจะเห็นว่าชูคอฟหาความสบายอก-สบายใจได้จากเรื่องในตลอดทั้งวันของเขา เช่น ไม่ได้ถูกส่งตัวเข้าคุก เขาได้โกงข้าวโอ๊ตมื้อกลางวันเพิ่มขึ้นอีกชาม หัวหน้าหน่วยงานได้ปรับเรตติ้งการทำงานให้สูงขึ้น และเขายังได้เพลิดเพลินกับการก่อผนังกำแพง แถมยังได้ลอบนำเศษเลื่อยตะไบชิ้นเล็กเข้ามาได้สำเร็จโดยไม่ถูกริบตอนตรวจ อีกทั้งยังอดทนต่อความเจ็บไข้ได้ป่วยจนชนะมันได้ แค่นี้สำหรับชูคอฟถือเป็นวันที่แจ่มใสเอามากๆ ในตลอด 3พัน - 4พันวันของเขา แค่นี้เขาก็พอใจแล้ว

    และในขณะที่คนถูกกักขังยอมรับแล้วจึงรู้สึกอิสระ มนุษย์บางคนที่เป็นอิสระในโลกภภายนอก บางครั้งกับรู้สึกเหมือนถูกกักขังอยู่ทุกๆวันนี่เอง มันหมายถึงอะไร แต่ละคนก็คงจะมีคำตอบในใจที่ไม่เหมือนกัน

    ........................................................................

    ©salinsiree
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in