หลงใหลในวรรณกรรมsoulju
รีวิวหนังสือ : หลุม(Holes)
  • !  WARNING SPOIL  ! 

    WARNING RASICM *เนื้อเรื่องมี เหยียดชาติเหยียดผิว*

    กดเล่นคลิปเพื่อฟังการแนะนำเนื้อเรื่องย่อ เราทำคลิปเองค่า 

            นี่คือวรรณกรรมเยาวชน (15 - 18 ปี) ตัวเอกผู้ดำเนินเรื่องของเรา สแตนลีย์ คือ เด็กประถมปลาย จากเด็กขี้กลัวและขี้ขลาด เขากลายเป็นคนกล้าหาญ เสียสละ และมีน้ำใจต่อเด็กคนอื่นแม้ตนเองจะต้องลำบาก หรือแม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากเขาก็ไม่ทิ้งเพื่อน 

    การวางเค้าโครงความคิดและการเขียนแสดงเหตุผล

    ขั้นที่ 1 : มีความคิดที่เป็นประโยคใจความสำคัญ

             เรื่อง หลุม (Holes) สะท้อนความไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคที่ถาโถมเข้ามาของมนุษย์จนสามารถก้าวผ่านอุปสรรคเหล่านั้นจนประสบความสำเร็จได้ในท้ายที่สุด

    ขั้นที่ 2 : มีโครงเรื่องที่เป็นส่วนขยาย 

    *(เป็นการสรุปจากเนื้อหาขั้นที่ 3 จึงอาจมีประโยคบางส่วนแตกต่างกัน แต่เนื้อหายังคงเดิม)

    2.1) ทรรศนะของผู้แต่ง : ทุกผู้ทุกวัยล้วนต้องเผชิญอุปสรรคปัญหาที่ถาโถมเข้ามา แต่มนุษย์จะก้าวผ่านมันไปได้ก็ต้องอาศัยความพยายามจากแก้ปัญหานั้นด้วยตัวเอง

    2.2) คำพูดของตัวละครเอก : 'เมื่อนายต้องใช้เวลาทั้งชีวิตอยู่ในหลุมทางเดียวที่นายจะไปต่อได้คือ ปีนกลับคือมา' - ซีโร (เฮกเตอร์ ซีโรนี)

    2.3) เหตุการณ์สำคัญในเรื่อง : การหลบหนีออกจากค่ายกรีนเลกของสแตนลีย์และซีโรโดยทั้งสองออกเดินทางไปตามเบาะแสที่หาได้ แม้ต้องเดินทางหลายร้อยไมล์กลางดินแดนแห้งแล้งร้อนระอุ พยายามบากบั่นปีนขึ้นเขา เพื่อไปจุดสูงสุดของเขาตามคำบอกจากเบาะแสที่ได้มา

    ขั้นที่ 3 : มีการนำใจความสำคัญและโครงเรื่องมาเรียบเรียง

              เรื่อง หลุม(Holes) สะท้อนให้เห็นว่าเมื่อมนุษย์ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคที่ถาโถมเข้ามาจนสามารถก้าวผ่านอุปสรรคเหล่านั้นไปประสบความสำเร็จได้ในท้ายที่สุดโดยในทรรศนะของคุณหลุยส์ ซัคเกอร์ มนุษย์ทุกผู้ทุกวัยไม่เว้นแม้แต่ผู้เยาว์ล้วนต้องพบเจออุปสรรคที่ถาโถมเข้ามาในชีวิต ไม่ว่าเราจะเป็นผู้ก่อให้เกิดเองหรือเป็นผู้อื่นนำพามาให้ และเมื่อเราไม่อาจหลีกเลี่ยงมันได้ สิ่งที่เราต้องทำ คือ การลุกขึ้นสู้ เพื่อที่จะก้าวผ่านมันไปให้ได้ แม้ว่ามันอาจจะลำบากยากเย็นแต่หากหัวใจเราไม่ยอมแพ้ย่อมผ่านมันไปได้ โดยผู้ที่จะแก้ไขปัญหาอุปสรรคเหล่านั้นไม่ใช่ใครที่ไหน นั้นคือตัวเราเอง ดังปรากฏในคำพูดของ ซีโร หรือ เฮกเตอร์ ซีโรนี เด็กชายผิวสีซึ่งเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญของการชักนำสแตนลีย์มายังค่ายกรีนเลก ซึ่งได้กล่าวปลุกใจตนเองกับสแตนลีย์ว่า

    'เมื่อนายต้องใช้เวลาทั้งชีวิตอยู่ในหลุมทางเดียวที่นายจะไปต่อได้คือ ปีนกลับคือมา' 

    โดยคำกล่าวนี้มีความหมายโดยนัยมาจากพฤติกรรมที่เด็กๆในค่ายกรีนเลกทุกคนต้องขุดหลุมลึกแล้วต้องปีนกลับขึ้นมาด้วยตนเองทุกครั้ง นั้นคือ หากเราล้ม การที่เราจะก้าวเดินต่อได้ คือ เราต้องลุกขึ้นมาด้วยตนเอง นี้เป็นสัจธรรมของชีวิต สอดคล้องกับการที่สแตนลีย์กับซีโรตัดสินใจหลบหนีออกจากค่าย พยายามเดินทางออกตามหาทางออกจากค่ายตามเบาะแสที่ได้มา โดยที่พวกเขานั้นมีทั้งความกล้าหาญ ความมานะบากบั่น ความเฉลียวฉลาด แม้ต้องเดินทางหลายร้อยไมล์กลางดินแดนแห้งแล้งร้อนระอุ ต้องพยายามบากบั่นปีนขึ้นเขาเพื่อไปยังจุดสูงสุดของยอดเขาตามคำบอกจากเบาะแสที่ได้มา จนในท้ายที่สุดพวกเขาก็สามารถเอาชนะผู้คุม ปลดแอกจากพันธการความผิดที่ถูกกล่าวหา สแตนลีย์ได้หลุดพ้นจากข้อกล่าวหา ได้กลับมาใช้ชีวิตดังเดิม ส่วนซีโรเองก็ได้โอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ อุปสรรคที่ผ่านมาไม่ได้เลวร้ายเสียทีเดียว เพราะระหว่างทางมันได้ถักทอมิตรภาพที่งดงามระหว่างสแตนลีย์กับซีโรให้เกิดขึ้น

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in