(Fanfic) shironeko projectNimmanNapatra
บทที่ ๑ พิธิส่งมอบพลัง
  • อาณาจักรอัสตราเป็นอาณาจักรที่มั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ ชาวเมืองอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขและมีผู้นำคือตระกูลฟาลูค ซึ่งมีพลังพิเศษเพราะพวกเขาครอบครองธาตุน้ำแข็งที่ส่งผลให้ลูกหลานของตระกูลนี้มีความสามารถแช่แข็งสิ่งต่าง ๆ ได้ ตระกูลฟาลูคจึงมั่งคั่งด้วยการทำอาหารแช่แข็งส่งไปยังอาณาจักรอื่น ๆ และมีผู้คนนับหน้าถือตามากมาย และยังมีตระกูลที่ทรงอิทธิพลอีกตระกูลคือตระกูลครูซ ซึ่งเป็นเปรียบเสมือนคู่ค้าที่สำคัญทางธุรกิจ ตระกูลครูซนั้นเชี่ยวชาญด้านการขนส่งอาหารไปยังอาณาจักรข้าง ๆ ด้วยมังกร เพราะพวกเขามีฟาร์มมังกรที่ใหญ่มาก


    ทั้งสองตระกูลมีลูกสาววัยสะพรั่ง ลูกสาวของตระกูลฟาลูคชื่อโซฟี เธอมีดวงตาสีฟ้าและผมสีทอง มีความสามารถหลายด้าน ส่วนลูกสาวของตระกูลครูซชื่อเอ็กเซเรีย เธออายุน้อยกว่าโซฟีสองปี และเป็นเด็กที่มีจิตใจเมตตากรุณาอย่างที่สุด


    เด็กสาวทั้งสองถูกเลี้ยงเติบโตมาด้วยกัน และด้วยความที่เป็นลูกคนเดียวทั้งคู่ ทั้งสองจึงสนิทสนมกันราวกับพี่น้อง


    วันนี้เป็นวันเกิดครบรอบสิบแปดปีของโซฟี ซึ่งถือเป็นวันแห่งการรับช่วงพลังของธาตุน้ำแข็ง โซฟีจึงต้องทำพิธีเพื่อทำการรับธาตุศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลฟาลูค ทายาทของตระกูลทุกคนจะต้องทำพิธีรับพลังเมื่ออายุครบสิบแปดปี


    โซฟีแต่งชุดเข้าพิธีซึ่งเป็นชุดกระโปรงยาวสีฟ้าใส มีเครื่องประดับสีทองเย็บประดับประดาทั่วทั้งตัว เครื่องเพชรสีน้ำเงินที่เธอสวมใส่นั้นล้วนเป็นอัญมณีน้ำดี ขึ้นรูปเป็นตุ้มหูและสร้อยคอรูปเกล็ดหิมะเข้าชุด รวมทั้งมงกุฏอันเล็กที่มีเพชรสีฟ้าประดับประดาบนเรือนผมสีทองที่ไว้ยาวถึงกลางหลัง ความงามของโซฟีนั้นมีสเน่ห์ฉ่ำเย็นที่ทำให้ทุกคนที่มาเห็นมีความสุขเย็นใจ ดวงตาสีฟ้าทอประกายสดใสเปล่งปลั่ง ใบหน้าเนียนผุดผ่องราวกับหิมะภายใต้แสงจันทร์ ยิ่งได้รับการแต่งองค์ทรงเครื่องยิ่งทำให้ความงามของเธอสะกดลมหายใจของคนที่ผ่านมาพบเห็นได้ง่าย ๆ


    เอ็กเซเรียเข้ามาเยี่ยมโซฟี แม้ว่านี่จะเป็นพิธีการส่งต่อพลังจะเป็นประเพณีภายในครอบครัวของตระกูล แต่เนื่องจากตระกูลฟาลูคนั้นเป็นเปรียบดั่งผู้นำของอาณาจักร จึงมีผู้คนมากมายมาแสดงความยินดี และจัดเป็นพิธีใหญ่พิธีหนึ่ง แต่ก็มีเพียงไม่กี่ตระกูลที่สามารถเข้ามายังพื้นที่ชั้นในของคฤหาสน์ตระกูลได้


    “พี่โซฟีสวยมากเลยค่ะ” เอ็กเซเรียชื่นชม ดวงตาสีน้ำเงินเข้มของเธอเป็นประกาย วันนี้เอ็กเซเรียก็สวยมากเช่นกัน เธอแต่งกายด้วยชุดกระโปรงสีน้ำเงินเข้มเรียบร้อย มีลูกไม้ประดับตามชายกระโปรงและผูกโบว์ข้างหลัง เอ็กเซเรียตัดผมสั้นน้ำตาลเทาหม่น ทรงผมปกติของเธอคือมัดจุกด้านข้างและม้วนผมปอยนั้นเป็นลอน วันนี้เอ็กเซเรียประดับปอยผมนั้นด้วยดอกกุหลาบสีน้ำเงินเข้าชุด


    “ไม่ขนาดนั้นหรอก” โซฟีปฏิเสธ หน้าแดงด้วยความเขิน พิธีการวันนี้ถือเป็นการเปิดตัวที่ยิ่งใหญ่ของเธอต่อหน้าคนหมู่มาก แม้โซฟีจะเป็นที่รู้จักของคนทั่วอาณาจักรอัสตรา แต่เธอไม่เคยมีประสบการณ์ยืนต่อหน้าคนมาก ๆ มาก่อน ดังนั้นโซฟีจึงตื่นเต้นจนประหม่า


    เอ็กเซเรียย่อมรู้ว่าโซฟีตื่นเต้น เธอจึงมาช่วยโซฟีแต่งตัวตั้งแต่เช้าและคอยพูดคุยให้โซฟีคลายความกังวล


    “พี่โซฟีทานอะไรบ้างหรือยังคะ” เอ็กเซเรียถามด้วยความเป็นห่วง


    “ยังเลย วันนี้ข้ายุ่งมาก ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย”


    เอ็กเซเรียหยิบขนมปังเมล่อนที่เธอถือติดมือมาจากห้องครัวออกมาจากกระเป๋าถือแล้วยื่นให้โซฟี


    “ทานนี่สิคะ ถ้าพี่เป็นลมกลางงานพิธีล่ะก็วุ่นวายแน่ ๆ”


    โซฟีรับมาแล้วยิ้ม ยังมีความกังวลอยู่ในรอยยิ้มของเธอ “ขอบคุณมากนะจ๊ะ”


    เด็กสาวทั้งสองนั่งคุยกันอีกสักพักหนึ่ง สาวใช้ของตระกูลฟาลูคจึงมาเรียกโซฟีให้ไปหาแม่ของโซฟี เอ็กเซเรียจึงออกจากคฤหาสน์ไปยังสวนที่เธอปล่อยมังกรสัตว์เลี้ยงไว้


    เอ็กเซเรียมีมังกรสัตว์เลี้ยงชื่อรัปเซล รับเซลเป็นมังกรเกล็ดเงินขนาดเท่าลูกม้าตัวเล็ก แต่ด้วยความแข็งแรงของสัตว์วิเศษชนิดนี้ทำให้เธอสามารถขึ้นขี่รัปเซลไปไหนมาไหนได้


    “รัปเซล รอพี่สาวนานไหมจ๊ะ กลับมาแล้วนะ” เอ็กเซลเรียตรงเข้าไปกอดรัปเซลอย่างรักใคร่ เธอมองเห็นมังกรตัวนี้เป็นเหมือนน้องสาวของเธอ รัปเซลเอาจมูกดุน ๆ เอ็กเซลเรียอย่างรักใคร่ เอ็กเซเรียนั่งลงไปกอดมังกรน้อยจนเสื้อผ้าสวยงามที่เธอใส่นั้นเปื้อนดินบนพื้นโดยไม่ได้ตั้งใจ


    “คุณหนูครับ” ข้าง ๆ มังกรนั้นมีบุรุษร่างสูงผมสีแดงเพลิงยืนอยู่กับมังกรของเขา เขาคือเกโอล ซึ่งทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองเอ็กเซเรียเวลาไปไหนมาไหน เกโอลปรามเอ็กเซเรียด้วยความห่วงใยว่าหากเสื้อผ้าที่ใส่มานั้นเปื้อนดินทรายคงดูไม่ดี


    เอ็กเซเรียโดนดุก็ทำหน้านิ่ว “ข้าแค่ทักทายรัปเซลเท่านั้นเอง ดูสิ รัปเซลรอข้าตั้งนานคงเหงามากเลย”


    “แต่คุณหนูเข้าไปด้านในไม่ถึงชั่วโมงเลยนะครับ” เกโอลชี้แจง


    เอ็กเซเรียทำหน้ามุ่ย


    “อย่างไรก็ตาม ประชาชนเริ่มมากันเยอะแล้วนะครับ พวกเราควรจะไปหาที่ผูกมังกรให้ปลอดภัยก่อนดีกว่า” เกโอลเสนอ แม้ว่ามังกรจะไม่ใช่สัตว์ที่ประหลาดในสายตาของคนทั่วไป แต่ก็นับเป็นสัตว์หายากราคาแพง ถ้าหากปล่อยมังกรวัยเด็กไว้ก็มีสิทธิ์โดนจูงไปขายในตลาดมืดได้


    เอ็กเซเรียหน้าเสีย เธอเข้าใจว่าเกโอลกำลังบอกเป็นนัยถึงอันตรายอะไร “ม..ไม่มีเรื่องน่ากลัวแบบนั้นหรอกน่า...แต่ แต่.. พวกเรารีบไปหาโรงม้าให้รัปเซลกันเถอะ..” เอ็กเซเรียเดินนำไปยังด้านหลังของคฤหาสถ์ทันใด


    เกโอลลอบถอนหายใจแล้วเดินตามคุณหนูของเขาไป เขารักเธอเหมือนน้องสาวเพราะได้รับหน้าที่ดูแลมาตั้งแต่เด็ก แต่บางครั้งเขาก็อ่อนอกอ่อนใจกับความอ่อนต่อโลกของเด็กสาวเหลือเกิน


    ====


    พิธีส่งมอบพลังจะต้องทำในตอนที่พระอาทิตย์อยู่กลางท้องฟ้า ซึ่งคือเวลาเที่ยง ลูกแก้วพลังที่เป็นวัตถุเวทย์มนต์ได้ถูกนำมาตั้งกลางลานพิธี เพื่อให้เป็นศูนย์รวมพลังในขณะส่งมอบพลัง โซฟีจะต้องถือลูกแก้วขนาดเท่าลูกแตงโมขนาดเล็กไว้ ให้แสงตะวันส่องสะท้อนไปยังวงเวทย์ แสงตะวันที่ส่องผ่านลูกแก้วจะค่อย ๆ ดูดพลังจากธาตุน้ำแข็งที่กระจายตัวอยู่ในบรรยากาศรอบ ๆ เข้ามาไว้เป็นจุดเดียว เมื่อลูกแก้วทอประกายสีฟ้าใสโซฟีจะต้องตั้งสมาธิและท่องมนต์เพื่อรับพลังงานจากลูกแก้ว เมื่อพลังผ่านเข้าสู่ร่างกายของโซฟีก็จะเป็นอันเสร็จสิ้นพิธี


    เนื่องจากโซฟีเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลฟาลูค เธอจึงต้องฝึกฝนการรับพลังเป็นร้อย ๆ พัน ๆ ครั้งก่อนถึงวันนี้ การรับธาตุน้ำแข็งนั้นไม่สามารถให้เด็กเล็ก ๆ ทำได้ ทายาททุกคนของตระกูลฟาลูคจึงจำเป็นจะต้องรอให้ถึงวัยอันควรก่อน มนต์บทรับพลังนั้นโซฟีท่องได้ขึ้นใจ


    ลานพิธีมีลักษณะเป็นลานวงกลมซึ่งอยู่ในสวนหลังคฤหาสถ์ มีวงเวทย์อันวิจิตรสลักอยู่บนพื้น พื้นหินลานพิธีถูกขัดชำระล้างอย่างดีก่อนที่จะถูกจัดพิธีในวันนี้ แขกเหรื่อที่มาร่วมพิธีจะล้อมรอบลานวงกลมโดยห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปเหยียบกรายในวงเวทย์เลย ไม่อย่างนั้นพิธีส่งมอบพลังจะไม่สมบูรณ์และเป็นอันตรายต่อผู้รับพลังได้


    เอ็กเซเรียยืนอยู่ท่ามกลางบรรดาแขกเหรื่อซึ่งล้วนแต่เป็นผู้มีอิทธิพลในเมืองนี้ในพื้นที่ ๆ ถูกจัดไว้ให้ชมพิธี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้เข้าร่วมงานเลี้ยงที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนระดับสูง แต่กลับไม่เคยมีงานใดที่ให้ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์น่าเกรงขามขนาดนี้ เอ็กเซเรียยังคงนึกเป็นห่วงมังกรสัตว์เลี้ยงของเธอที่เธอฝากโรงม้าของคฤหาสถ์ฟาลูกเอาไว้ ได้แต่หวังว่ารัปเซลซึ่งเป็นมังกรเด็กจะไม่พังโรงม้าของเพื่อนรักเข้าเพราะความซน


    ความจริงแล้วเอ็กเซเรียไม่ได้ห่วงโซฟีมากนัก เพราะโซฟีนั้นนับแต่เด็กมาก็มีความสงบนิ่งซึ่งทำให้เธอสามารถทำเรื่องต่าง ๆ ได้ดีเสมอไม่ว่าจะอยู่ภายใต้ความกดดันเพียงใด ในขณะที่เอ็กเซเรียนั้นก็คล้ายเด็กทั่วไปที่เวลาเจอเรื่องตื่นเต้นมักจะทำอะไรได้ไม่ค่อยดี จุดนี้ทำให้เอ็กเซเรียภาคภูมิใจในตัวพี่สาวต่างบิดามารดาของเธอเหลือเกิน และเธอก็มั่นใจว่าครั้งนี้โซฟีจะไม่มีทางผิดพลาด


    บริเวณงานถูกตกแต่งด้วยน้ำแข็งใส่เวทย์มนต์กันละลายที่ทอประกายล้อแสงระยิบระยับราวกับอัญมณี


    “ยินดีต้อนรับแขกทุกท่านที่มาร่วมแสดงความยินดีให้กับลูกสาวของข้าในวันนี้” ออสโครว ฟาลูคก้าวออกมาด้านหน้าและกล่าวต้อนรับแขกเหรื่อด้วยเสียงอันทรงพลัง สมกับเป็นผู้นำด้านการค้าของอาณาจักร “นับแต่วันนี้ตระกูลฟาลูค จะมีทายาทคนใหม่ผู้สืบทอดพลังน้ำแข็งที่ได้รับมาจากหินศักดิ์สิทธิ์ที่กุมพลังยิ่งใหญ่หนึ่งในเจ็ดของโลก” เขากล่าวด้วยความยินดีปรีดา แขกเหรื่อปรบมือยินดี


    สิ้นคำกล่าวต้อนรับ ประตูคฤหาสต์ก็เปิดออกแล้วโซฟีก็ก้าวออกมาจากทางประตูหลัง แขกเหรื่อเงียบเสียงลงทันที บ้างก็อ้าปากค้างเพราะตกตะลึงในความงามของโซฟี ผิวเนียนเรียบผุดผ่องจนแทบจะเรืองแสง กอปรกับชุดพิธีที่ถูกตกแต่งด้วยคริสตัลสีฟ้าอย่างวิจิตรบรรจง ทำให้โซฟีสวยงามจนเหมือนเทพธิดาแห่งน้ำแข็ง


    โซฟีก้าวเดินด้วยสีหน้าสงบ สองมือของเธอถือลูกแก้วพลังสีฟ้าใส ภายในลูกแก้วมีกลุ่มควันทอประกายระยิบระยับหมุนวนอยู่ มันดูบอบบางและน่าหลงไหลเหลือเกิน โซฟีเดินไปตามทางเดินที่ถูกกันไว้ หากเด็กสาวมีความประหม่าเธอก็ไม่ได้แสดงออกมาให้ใครเห็น


    โซฟีเดินผ่านกลุ่มแขกเหรื่อไปยังวงเวทย์ ชายหนุ่มบางคนถึงกับกลั้นหายใจเนื่องจากตะลึงในความงามของเด็กสาว


    เมื่อถึงกลางวงเวทย์ แสงอาทิตย์ได้ส่องลงมากระทบกับลูกแก้ว มันทอประกายระยิบระยับจับตายิ่งกว่าเดิม


    เอ็กเซเรียมองอยู่ห่าง ๆ ด้วยความประทับใจ เธอเห็นสาวสวยมามากมายในชีวิตแต่ในวันนี้พี่สาวของเธอชนะความสวยทั้งหลายที่เธอเคยเจอมาจนหมดสิ้น อีกไม่กี่ปีพี่โซฟีคงกลายเป็นคนที่สวยที่สุดในอาณาจักรแน่ ๆ เอ็กเซเรียคิด


    ลูกแก้วพลังเริ่มส่องแสงสว่าง โซฟีกลืนน้ำลาย แล้วเริ่มท่องมนต์


    แต่ทว่า… เมื่อมนต์บทแรกออกจากปากของโซฟี ก็มีกลุ่มควันสีดำสนิทกระจายล้อมตัวของเด็กสาวไว้อย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันที่โซฟีจะทำอะไร กลุ่มควันเหล่านั้นก็รวบตัวโซฟีและลูกแก้วไว้ แล้วมวลของควันดำก็กลายเป็นเชือกรัดคอของโซฟีจนเด็กสาวท่องมนต์ขาดและล้มลงสำลัก ลูกแก้วหล่นจากมือแล้วกลุ่มควันก็โอบล้อมลูกแก้วเอาไว้จนกลายเป็นสีดำสนิท ทว่ามันไม่ได้ตกลงบนพื้นแต่กลับลอยจากไปอย่างรวดเร็ว


    แขกเหรื่อแตกตื่นตกใจ มีเสียงกรีดร้องและตะโกนดังไปทั่ว เอ็กเซเรียรีบวิ่งเข้าไปคว้าลูกแก้วที่กำลังบินหนีไปโดยไม่ได้คิดล่วงหน้า แต่มันกระชากตัวเด็กสาวจน  


    “โซฟี!” ออสโครวตะโกนพร้อมเข้าไปหาลูกสาวที่ล้มลงนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น เขาจับชีพจรและพบว่าโซฟีหายใจรวยริน


    “กรี๊ดดด” เอ็กเซเรียยังคงจับลูกแก้วไว้แน่น ทว่ากลุ่มควันนั้นราวกับมีพิษ มันกัดกร่อนมือของเธอที่จับ เด็กสาวเจ็บปวดและตกใจ กอปรกับแรงกระชากเธอจึงล้มลง แต่เกโอลที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเข้าไปคว้าตัวของเด็กสาวเอาไว้ได้เธอจึงไม่ล้มกระแทกพื้น


    เอ็กเซเรียร้องไห้อย่างเสียขวัญในอ้อมกอดของเกโอล


    ท่ามกลางความอลหม่านนั้น ลูกแก้วพลังก็โดนกลุ่มควันปริศนาพาบินลอยหายไป




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in