รีวิวนิยายแปลจีน✿ Peony ✿
รีวิว มังกรอำพราง
  • มังกรอำพราง《潛龍在淵》

     ผู้แต่ง: เมิ่งซีสือ 夢溪石
     สำนักพิมพ์: everY
     จำนวน: 2 เล่มจบ

         เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นจาก ศาตราจารย์หลิว ผู้เชี่ยวชาญทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในยุคฉินฮั่นได้รับหยกโบราณลึกลับซึ่งมีประวัติเกี่ยวพันกับเมืองโบราณโหลวหลัน เขาจึงตัดสินใจพาเซียวหลัน และ เฉินไป๋ สองศิษย์คนโปรดและนักศึกษาอีกจำนวนหนึ่งไปสำรวจยังเมืองโบราณแห่งนั้น 

         ในเรื่องจะมีคำอธิบายเชิงประวัติศาสตร์ของเมืองโบราณโหลวหลัน ว่าเป็นแคว้นเล็กๆที่มีชื่อเสียงบนเส้นทางสายไหม แต่จู่ๆแคว้นนี้ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยจากหน้าประวัติศาสตร์ บ้างก็บอกว่าอาจจะเป็นเพราะจำนวนประชากรลดลงเรื่อยๆจนแคว้นดับสลาย บ้างก็มีสมมุติฐานว่าชาวโหลวหลันรวมกลุ่มกันอพยพลงใต้ดินแบบฉับพลัน  โดยแคว้นนี้มีการเอ่ยถึงในบทกวีสมัยถัง แต่สำหรับแวดวงนักประวัติศาสตร์ ความเข้าใจที่มีต่อเมืองโบราณนี้มีน้อยเหลือเกิน ทั้งนี้รัฐบาลเคยจัดตั้งทีมเพื่อไปสำรวจเมืองโบราณแห่งนี้  ทว่าทีมนักสำรวจที่ส่งไปหลายๆทีมนั้น กลับหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยเกือบทุกคน 

         เมื่อเริ่มเดินทาง ก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดมากมาย ทั้งศพบนรถไฟ พายุทรายที่โหมกระหน่ำแบบผิดปกติ และนักศึกษาที่หายตัวไปลึกลับอีกด้วย ระหว่างนั้นก็พบกับกลุ่มโจรขุดสุสานที่กำลังมุ่งหน้าไปค้นหาของมีค่าที่เมืองโบราณเช่นกัน รวมถึง เฮ่อยวน ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยที่ถูกว่าจ้างให้มาดูว่าเมืองโบราณใต้ดินอยู่ตรงไหน จากนั้นก็มีเหตุการณ์ให้ทั้งสองกลุ่มตกลงร่วมเดินทางไปด้วยกัน

         หลังจากการพบเจอกัน เฮ่อยวนสนใจ (ดวงชะตา) เซียวหลันมาก น้องจึงสบโอกาสในการเกาะติดและคุยเจ้อ (อยู่ฝ่ายเดียว) กับเฮ่อยวนอยู่ตลอดเวลา และเพราะเฮ่อยวนสวมใส่ชุดสีดำทั้งตัว ดังนั้นน้องจึงเรียกว่า เสี่ยวเฮย แต่แล้วจู่ๆ เฮ่อยวนกลับพูดถึงชะตาลิขิตของเซียวหลันให้ฟังว่า เขาจะต้องตายในไม่ช้า ถึงรอดไปได้ไม่นานก็ตายอยู่ดี และคิดว่าเซียวหลันจะต้องถามถึงวิธีการแก้ไขดวงชะตาแน่นอน แต่สิ่งที่เซียวหลันตอบกลับมากลับนั้น เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เฮ่อยวนสนใจในตัวเซียวหลัน 

         และเฮ่อยวนยังพูดถึงชะตาชีวิตของตัวเขาเองด้วยว่า ชีวิตของเขาจะมีภัยอย่างนึง และกุญแจสำคัญก็อยู่บนตัวเซียวหลัน หากเซียวหลันตาย ภัยนั้นของเขาจึงจะแก้ไขได้ และครั้งนี้ที่มาเมืองโบราณนี้ก็เพื่อตั้งใจมาดูเซียวหลันตาย เอาละสิคะ พี่เฮ่อจะใจร้ายปล่อยให้น้องตายเพื่อแก้ไขภัยของตัวเองหรือไม่ ต้องมาติดตามกันนะคะ

         จากนั้นไม่นานทั้งกลุ่มก็ค้นพบเมืองโบราณที่อยู่ใต้ดิน แต่เหตุการณ์ประหลาดต่างๆยังคงเกิดขึ้นกับพวกเขาไม่มีหยุดหย่อน ทำให้สมาชิกในคณะลดลงทีละคนๆ ซึ่งเหตุการณ์ช่วงที่อยู่ใต้ดินจะมีหลากหลายมากค่ะ ทั้งเหนือธรรมชาติและน่าตื่นเต้น และพี่เฮ่อได้แสดงความสามารถในการใช้คาถาอาคมด้วย ยังมีเหตุการณ์ที่น้องเซียวหลันและพี่เฮ่อตกลงไปยังช่องลับของเมืองใต้ดินด้วยกันสองคน และก็เป็นช่วงเวลาที่พี่เฮ่อเริ่มเปลี่ยนแปลงมุมมองและความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อเซียวหลัน

         และระหว่างที่สำรวจกันอยู่ใต้ดิน ก็จะมีหลักฐานภาพวาดสีบนผนังที่บ่งบอกที่มาของวัฒนธรรมของเมืองโบราณโหลวหลันว่าได้รับอิทธิพลมาจากจงหยวน แต่จะมีวัฒนธรรมบางอย่างที่ดูลึกซึ้งกว่า มีการเอ่ยถึงการบูชาเทวรูป การสื่อสารระหว่างมนุษย์และเทพเจ้า และการอธิบายถึงลักษณะของสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจของโหลวหลันโบราณใต้ดินด้วยค่ะ ซึ่งรายละเอียดในเรื่องจะเยอะเลย นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงจุดร่วมของอารยธรรมทั้งหลายบนโลกและตามตำนานต่างๆอีกด้วย และจุดนี้จะเป็นการค้นพบทางออกของเมืองโบราณแห่งนี้หรือไม่กันนะ ต้องมาเอาใจช่วยพวกเขากันนะคะ

         ส่วนการพจญภัยครั้งที่สองของเฮ่อยวนและเซียวหลัน เริ่มต้นอีกครั้งที่ถ้ำใต้น้ำกลางทะเลที่ได้ชื่อว่าสามเหลี่ยมเมอร์บิวด้าของจีน บริเวณนั้นเป็นเหมือนสะดือทะเล จึงเรืออับปางมากมาย และปัจจุบันก็ยังค้นหาเรือเหล่านั้นไม่พบ เนื่องจากอาจารย์อาที่สำนักเต๋าของเฮ่อยวน เหยาซันเตา ได้เข้าร่วมโครงการกู้ซากเรือญี่ปุ่นโบราณที่อับปางไปบริเวณนั้น แต่ระหว่างทำภารกิจกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ลูกสาวของอาจารย์อา เหยาถง และนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายของโครงการนี้ จึงมาขอร้องเฮ่อยวนให้ไปช่วยค้นหา

         ที่กลางทะเลอันกว้างใหญ่ เฮ่อยวน เซียวหลัน และทีมภารกิจถูกสะดือทะเลดูดลงมา จึงพบกับถ้ำใต้น้ำที่เต็มไปด้วยโลกศพแขวน และซากเรือมากมายที่นั่น จากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ระหว่างที่กำลังหาทางออกอยู่นั้น เหยาถงกลับพาทุกคนเข้าไปที่รอยแยกที่นำไปสู่ดินแดนลี้ลับ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ สุสานทับซ้อน ของเจ้าครองแคว้นผู้หนึ่งในสมัยซีโจว และสุสานของ หนี่ว์ป๋า หรือผีพรายแล้ง ที่ว่ากันว่านางไปที่ไหนก็จะเกิดภัยแล้งที่นั่น เอาล่ะสิคะ ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว สุสานทับซ้อนเป็นเรื่องต้องห้ามเลยนะคะ หรือว่าที่นี่จะมีฮวงจุ้ยที่ดีมากจนใครๆก็อยากมาฝังศพกัน และเรื่องนี้จะเกิดจากความไม่รู้หรือจงใจกันแน่คะเนี่ย? และที่นี่เองก็เป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขชะตาลิขิตของพี่เฮ่อ รวมถึงความทรงจำบางอย่างของเซียวหลันอีกด้วย แต่จะเป็นอะไรนั้น อยากให้ติดตามอ่านกันนะคะ เพราะปริศนาบางอย่างเริ่มคลี่คลายออกมาให้เห็นแล้วค่ะ

         ส่วนการพจญภัยครั้งที่สาม พี่เฮ่อกับน้องหลันจะพาทุกคนไปในป่าลึกลับที่เป็นสถานที่ผนึกภูติผีปีศาจในตำนาน เพื่อค้นหาอารยธรรมปริศนาโบราณแห่งเสฉวน เรื่องราวเริ่มต้นจากศาสตราจารย์หลิวได้รับภาพถ่ายลึกลับห้าใบที่บอกใบ้ว่าเป็นสถานที่แห่งหนึ่ง จึงพาเฉินไป๋และทีมศึกษาวิจัยออกไปสำรวจยังดินแดนแห่งนั้น ทว่าไม่นาน ทุกคนกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของซากปรักหักพังของแคว้นสู่โบราณ ที่มีอารยธรรมรุ่งโรจน์ยาวนานกว่าจงหยวนเสียอีก และเป็นที่สุดของการศึกษาโบราณคดีและประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ เพราะมนุษย์ทั้งหลายไม่อาจเหยียบย่างเข้าไปได้ และพี่เฮ่อยังแน่ใจด้วยว่าที่แห่งนี้จะต้องเกี่ยวโยงกับชะตาลิขิตของน้องเซียวหลันแน่นอน 

         จะว่าไปทางเข้าแคว้นสู่โบราณในป่าทึบนั้นก็ลึกลับซับซ้อนเสียเหลือเกิน แถมยังเป็นค่ายกลสุดอันตรายอีก เมื่อหาทางออกจากค่ายกลได้แล้ว ทุกคนก็ได้เห็นต้นสัมฤทธิ์ใหญ่ยักษ์ตามตำนานเป็นการปลอบใจ แต่คงมีเฉพาะนักโบราณคดีเท่านั้นแหละค่ะที่ซาบซึ้งใจ 555 และน้องเซียวหลันกับพี่เฮ่อก็คาดเดาว่าต้นสัมฤทธิิ์นี้อาจจะเป็นทางออกของที่นี่ก็เป็นได้ แต่จะใช่มั้ยนะ ออกไปได้จริงมั้ย แล้วน้องเซียวหลันจะแก้ชะตาลิขิตได้ที่นี่หรือเปล่า มาเอาใจช่วยน้องกับพี่เฮ่อกันนะคะ 


     -----------  -----------  -----------  

         สำหรับเรื่องนี้บอกเลยว่านอกจากความสนุก ตื่นเต้นแล้ว ฉากหวานๆ คุณเมิ่งแจกเต็มอิ่มให้ฟินกันทุกระยะเลยค่ะ ปลื้มใจแทนคนอ่านมากๆ และพี่เฮ่อเค้าของจริง รักจริงรุกจริง ไม่มีถอยเลยค่ะ แถมแสดงความรักและดูแลน้องโดยไม่แคร์สายตาใครๆเลย อ่านไปก็เขินไป แต่ก็สงสารน้องโดนพี่เฮ่อรังแกบ่อย 555 นอกจากนี้เรายังชอบ อาเหมา สัตว์เลี้ยงสุดมุ้งมิ้ง ขี้อ้อน ขี้แง น่ารักทัชใจสุดๆ และยังมีคุณพ่อคุณแม่ของพี่เฮ่อ ที่เรียกได้ว่าคนละขั้วกับลูกชายสุดๆเลย 555

         พระเอก เฮ่อยวน เพราะฝึกเต๋าตั้งแต่เด็ก เลยทำให้พี่เขาเป็นคนที่เย็นชาและเฉยเมยกับทุกสิ่งบนโลก สืบเนื่องจากตอนเด็กๆ พี่เฮ่อไม่ค่อยแข็งแรงและเจ็บป่วยง่ายมากๆ จนครอบครัวหมดหนทาง จึงส่งตัวไปอยู่บนเขาเพื่อรักษาตัว จากนั้นก็ได้พบกับบุคคลหนึ่ง ซึ่งสามารถบอกได้ว่าพี่เฮ่อมีภูมิคุ้มกันบกพร่องตั้งแต่กำเนิดเพราะขาดบางสิ่งบางอย่างไป (ในเรื่องจะมีเฉลยค่ะ)  และ ‘คนนั้น’ ก็เป็นคนที่สอนวิชาอาคมในตำนาน รวมถึงนำพาสิ่งที่พี่เฮ่อขาดหายไปมาเติมเต็มได้สำเร็จ ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้ชะตาลิขิตของพี่เฮ่อและน้องเซียวหลันเกี่ยวพันกันแนบแน่นจนไม่อาจแยกออกได้

         สำหรับน้อง เซียวหลัน น้องค่อนข้างเจื้อยแจ้ว พูดไปเรื่อยน้ำไหลไฟดับ สามารถทำให้คนหมดคำพูดและโมโหได้โดยที่น้องไม่เปลืองแรงเลย 555 และนิสัยขี้อ้อนมาก น่ารัก ชอบประจบ แทะโลมคน โดยเฉพาะเสี่ยวเฮยของน้อง อิอิ แต่เห็นแบบนี้น้องเป็นคนที่มีความรู้มาก ความสามารถทางด้านโบราณคดีมากที่สุดในรุ่นเลยก็ว่าได้นะคะ แถมยังกล้าหาญ ยิงปืนแม่นอีกด้วย และชอบช่วยเหลือผู้คน แม้จะไม่รู้จักหรือสนิทกัน ช่วงอยู่เมืองใต้ดินจะเห็นได้ชัดมากๆเลยค่ะ และแม้ว่าน้องจะโดนหักหลังก็ไม่โกรธหรือแค้นด้วยค่ะ ถือว่าเป็นคนที่มีจิตใจดีมากคนนึงเลยทีเดียว

         ถ้าถามว่าอะไรเป็นสิ่งที่ทำให้เฮ่อยวนสนใจในตัวน้องเซียวหลัน ก็น่าจะเป็นทัศนคติด้านชีวิตของน้อง เนื่องจากน้องเกิดมาด้วยดวงที่อาภัพ ใครอยู่ใกล้ก็ต้องพบเจอกับหายนะ ครอบครัวของน้องก็เสียชีวิตไปหมดแล้ว แม้ว่าภายนอกน้องจะดูร่าเริง สดใส ไร้สาระไปวันๆ แต่ภายในน้องเปราะบางมากจริงๆ มีฉากนึงที่น้องถูกภาพหลอนครอบงำ พี่เฮ่อจึงบอกน้องว่า ถ้าไม่อยากตายก็ต้องเอาชนะจุดอ่อนให้ได้ แต่น้องถามกลับว่า “ถ้าจุดอ่อนคือคนที่ตายไปแล้วล่ะ?” นั่นสิคะ เราจะเอาชนะยังไงดี?

         เรื่องนี้แนะนำมากๆ สำหรับคนที่ต้องการอ่านอะไรที่เข้มข้น เนื้อหาแน่นๆ สาระเพียบ เต็มไปด้วยความรู้ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม อารยธรรมโบราณ โหราศาสตร์ ความลี้ลับ คาถาอาคมและเรื่องราวเหนือจินตนาการ รับรองเต็มอิ่มมากแน่ๆ แต่ฉากน่ารักๆก็เยอะค่ะ และน้องหลันค่อนข้างมีความคิดและการกระทำที่แตกต่างจากคนธรรมดามากๆเลย คำพูดหนึ่งประโยค คนธรรมดาก็น่าจะเข้าใจไปทางนึงเหมือนกันแน่นอน แต่น้องเซียวหลันดันตีความไปอีกแบบนึง ซึ่งทำให้คนอ่านก็คิดไม่ถึงเหมือนกันค่ะว่าน้องคิดได้ไงเนี่ย ก็ถือเป็นสีสันเล็กๆน้อยที่ทำให้เรื่องราวดูไม่หนักมากไปค่ะ

         แหะๆ งานเขียนคุณเมิ่ง สารภาพว่าแรกๆจะอ่านได้ช้ามาก เนื่องจากเนื้อหาค่อนข้างเยอะ ยังมีการลงรายละเอียดและมุมมองเชิงนักประวัติศาสตร์อีกด้วย แต่จะบอกว่าพอเครื่องติดเท่านั้นแหละ จากนั้นยาวๆเลยค่ะ สนุกมากๆ วางไม่ลงเลย ตอนแรกเห็นปกแล้วนึกว่าจะวนอยู่เมืองโบราณทั้งสองเล่ม แต่ผิดคาดค่ะ มีการพจญภัยที่อื่นด้วย ส่วนตัวคิดว่าเรื่องราวค่อนข้างเร่งรีบมาก จบแบบฉับๆเลย เสียดายจบเร็วไปหน่อย เราคิดว่าถ้ามีสักสามเล่มจะกำลังดีเลยนะคะ แบบว่าพจญภัยเล่มละหนึ่งที่ไรงี้ จริงๆแล้วคืออยากอ่านต่ออีกค่ะ 555


    ✿ -----------  -----------  -----------  


         พออ่านไปก็สงสัยเกี่ยวกับชนเผ่าซานซิงตุยไปด้วย ในเนื้อเรื่องแคว้นสู่จะเก่าแก่และยิ่งใหญ่กว่าอารยธรรมซานซิงตุยนะคะ อยากรู้ว่าต้นสัมฤทธิ์หน้าตาเป็นไง และเจอโพสเกี่ยววัฒนธรรมซานซิงตุย ที่เจ้าของโพสเค้าไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ซานซิงตุยมา น่าอิจฉามาก ไปตามอ่านต่อได้ค่ะถ้าสนใจ เราตัดข้อความมาบางส่วนเกี่ยวกับต้นสัมฤทธิ์นะคะ

         “มีการค้นพบต้นไม้ที่ทำจากทองสัมฤทธิ์อีก 6 ชิ้น ในจำนวนนี้มีอยู่หนึ่งชิ้นซึ่งได้รับความเสียหาย โดยมีความสูงเหลืออยู่ประมาณ 4 เมตร ซึ่งความสูงทั้งหมดนั้นควรมีประมาณ 5 เมตร ถือเป็นเครื่องทองสัมฤทธิ์ที่สูงที่สุดที่ขุดพบในโลกในขณะนี้ในแง่ของศิลปะวัฒนธรรม ซานซิงตุยได้พัฒนาถึงระดับสูงซึ่งใครๆก็อาจคิดไม่ถึง ลำต้นและกิ่งไม้ของต้นไม้ทองสัมฤทธิ์นั้นใช้วิธีสวมเชื่อมต่อระหว่างกระบอก เวลาผ่านไปเป็นหลายพันปีจนถึงปัจจุบันนี้ส่วนด้านในนั้นก็ยังดึงออกมาไม่ได้ เล็บของนกที่เกาะอยู่บนต้นไม้นั้นใช้ของที่มีลักษณะคล้ายปูนหรือน้ำยาเหนียวๆมาเชื่อมติด ซึ่งมีความเหนียวแน่นมากกว่าการอ๊อกเชื่อมเสียอีก ส่วนผสมดังกล่าวนั้น ปัจจุบันนี้ยังไม่สามารถอธิบายได้”

      Cr. ภาพจาก wiki

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in