[นิยายแฟนตาซี] รีวิว นิยายชุดสุภาพบุรุษโจร Gentleman Bastard Sequenceper.hours
#perhoursreview: [Book II] โจรสลัดทะเลเดือด Red Sea Under Red Skies

  • _________________________________

    เขียนโดย: Scott Lynch
    แปล: พลอย โจนส์
    สำนักพิมพ์: words wonder
    พิมพ์ครั้งที่: 1
    จำนวนหน้า: 772
    _________________________________

    Intro:


           โจรสลัดทะเลเดือด เป็นนิยายภาคต่อเล่มที่ 2 ของนิยายชุด สุภาพบุรุษโจร ใครที่ยังไม่เคยอ่านเล่มแรกสามารถย้อนไปอ่านที่เรารีวิวไว้ได้ค่ะ เนื่องจากเนื้อหาในโพสนี้อาจมีบางส่วนที่เป็นการสปอยล์เนื้อเรื่องในภาคแรก🤗  ( รีวิวเล่มแรก>> https://minimore.com/b/b3RXY/1 )
           ใครที่อ่านเล่มแรกจบแล้วก็คงต้องมีอาการติดอยู่ในใจไม่น้อยแบบเราแน่นอน เพราะจะว่าไปแล้วถึงเล่มแรกจะไม่ได้จบค้างอะไร แต่กลับมีความรู้สึกบางอย่างให้อยากอ่านเล่มที่สองต่อ เนื่องจากโดนความสนุกและความเข้มข้นของเล่มแรกดักไว้ไม่ให้ปีนออกจากหลุมง่ายๆ 555 และสำหรับเล่มสองนี้ก็ยังคงคอนเซปคัมภีร์เล่มเขื่องปาหัวหมาแตกเหมือนเคย อ่านทีข้อมือเคล็ดกันไปตามๆกัน (คงเป็นเพราะแบกรับความสนุกไว้เยอะละมั้ง) คะแนนใน goodreads ก็ไม่ได้ทิ้งห่างจากเล่มหนึ่งมากมาย เพราะได้ไปถึง 4.2/5 จากแสนกว่าโหวต เรียกได้ว่าเป็นภาคต่อการเดินทางครั้งใหม่ของล็อกกับฌองที่ยังคงสร้างความประทับใจให้กับผู้อ่านเช่นเคย
    _____________________________________________________________________________________________________

    เนื้อเรื่อง: (ไม่สปอยล์เนื้อหา)

          
           หลังจากที่ล็อกและฌองเอาชนะคาปาและจอมเวทย์รับจ้างแล้ว พวกเขาทั้งสองก็ตัดสินใจหนีออกจากคามอร์ทางเรือไปสู่เมืองแห่งใหม่ ทัลเวอร์ราร์ เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องบ่อนพนันและธุรกิจคาสิโน ผู้คนมากมายไม่ซ้ำหน้าจากหลากหลายชนชั้นต่างแวะเวียนมาที่ หอบาป บ่อนการพนันที่ใหญ่ที่สุด หรูหราที่สุด และมีระบบความปลอดภัยที่เข้มงวดที่สุดในทัลเวอร์ร่าร์ อย่างไม่ขาดสาย เม็ดเงินจำนวนมหาศาลในทัลเวอร์ร่าร์ล้วนหมุนเวียนอยู่ในหอบาปแห่งนี้ งานนี้ก็คงถึงเวลาที่ (อดีต?)จอมโจรมือฉมังแห่งคามอร์ จะได้แสดงฝีไม้ลายมือเพื่อกอบโกยเงินจากที่แห่งนี้กลับไป      
           ล็อกและฌองใช้ตัวตนที่สร้างขึ้นมาใหม่ไต่เต้าไปถึงชั้นที่ห้าของหอบาป (จากการโกงและสารพัดลูกไม้) โดยที่ไม่เคยถูกเจ้าหน้าที่ของหอบาปจับได้เลยแม้แต่ครั้งเดียวตลอดสองปี แต่ถ้าคิดว่าเป้าหมายของพวกเขาคือการขึ้นไปถึงชั้นสูงสุดเพื่อกลายเป็นเศรษฐีใหม่ของเมืองนี้แค่นั้นละก็ ผิดมหันต์!  ทั้งหมดเป็นเพียงแผนเรียกร้องความสนใจจาก เรควิน เจ้าของหอบาปแห่งนี้เท่านั้น พวกเขาต้องการเข้าถึงตัวเรควินด้วยการ ประกาศตัว ว่าเป็นนักพนันจอมเจ้าเล่ห์ที่ยังใช้ชีวิตรอดมาได้จนถึงป่านนี้โดยที่ไม่ถูกจับยัดใส่กระสอบแล้วโยนออกมาซะก่อน        
           แน่นอนว่าสองนักพนันจอมโกงย่อมได้รับความสนใจจากเรควิน(ตามที่ตั้งใจไว้) อย่างแน่นอน ล็อกจงใจเข้าหาเรควินเพื่อบอกกับเขาว่า ตนเองได้รับการว้าจ้างจากบุคคลนิรนามให้มา ปล้นห้องนิรภัย ของเรควินที่ได้ชื่อว่าปลอดภัยที่สุดในทัลเวอร์ร่าร์ และเป็นสถานที่ที่มีการคุ้มกันหลายชั้นที่สุดในเมืองนี้ แต่ล็อกกลับเบื่อที่จะต้องทำงานให้นายจ้างที่ไม่รู้ตัวตนและก็เบื่อที่จะต้องทำงานร่วมกับเจอโรม(ชื่อปลอมๆของฌอง)แล้ว เขาแค่สนุกกับทัลเวอร์ร่าร์และอยากใช้ชีวิตที่เหลือบนกองเงินกองทองเท่านั้น จึงตัดสินใจบอกความจริงและมาเข้าร่วมกับเรควินเพื่อสืบหาตัวตนที่แท้จริงของผู้ว่าจ้าง       
           แผนการของล็อกดูเหมือนจะไปได้สวยเพราะเขาทำให้เรควินคล้อยตามและยอมทำตามแผนของตัวเองได้ แต่แล้วเรื่องราวกลับพลิกผัน เมื่อมีเหตุการณ์และบุคคลที่อยู่นอกเหนือแผนการมาทำให้แผนการที่วางไว้เสียดิบดีครั้งนี้ของล็อกและฌองต้องล้มเหลวไม่เป็นท่า เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไปต้องไปอ่านต่อในเล่มจ้าา
    _____________________________________________________________________________________________________

    Talk:

           
           หลังจากที่เราอยู่กันในคามอร์มาตลอดทั้งเรื่องจากเล่มแรก ในเล่มที่สองนี้ setting ของเมืองจะเปลี่ยนไปเป็น ทัลเวอร์ร่าร์แทน ทัลเวอร์ร่าร์ในความคิดของเราเป็นเมืองที่ค่อนข้างคึกคักพอสมควร เนื่องจากเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยบ่อนการพนันแล้วก็ธุรกิจสีเทา ดังนั้นหลายๆร้านเลยเปิดทั้งวันทั้งคืน เป็นเมืองที่ไม่มีวันหลับ แต่เนื่องจากเล่มนี้แบ่งออกเป็น 3 องก์ และดูจากชื่อเรื่องแล้วก็คงพอจะเดาได้ว่า เหตุการณ์หลักๆไม่น่าจะเกิดขึ้นบนบกอย่างแน่นอน ดังนั้นแล้วฉากที่ดำเนินในทัลเวอร์ร่าร์จะปรากฏแค่ช่วงต้นถึงกลางองก์ที่หนึ่ง และมาปรากฏอีกทีในช่วงท้ายขององก์ที่สามเท่านั้น ส่วนที่เหลือ(ตลอดทั้งองก์2)จะอยู่ในทะเลแทบทั้งหมด ดังนั้นส่วนตัวแล้วเราเลยคิดว่าค่อนข้างผูกพันกับทัลเวอร์ร่าร์น้อยกว่าคามอร์พอสมควร

           
           อีกส่วนหนึ่งในความเห็นของเราเรื่องเนื้อหาคือ รู้สึกแปลกใจที่ในเล่มสองนี้มีกลิ่นอายที่แตกต่างจากเล่มหนึ่งค่อนข้างมาก ตามที่ผู้เขียนได้เกริ่นไว้ว่า เขาไม่ต้องการเขียน คำลวงของล็อก ลาโมรา ซ้ำเป็นครั้งที่สอง ซึ่งเราเองก็รู้สึกแบบนั้นจริงๆ เพราะหลังจากที่อ่านเล่มที่สองจบกลับไม่ให้ความรู้สึกเลยว่ากำลังอ่านเล่มต่อของนิยายเรื่องไหนสักเรื่องอยู่ เหมือนกำลังอ่านนิยายอีกชุดนึงเลย😂 ในส่วนนี้เราคิดว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่มาก เพราะส่วนตัวเป็นคนที่ชอบอ่านนิยายที่มีหลายเล่ม เวลาเราอ่านเล่มสองสามสี่ มันก็จะยังรู้สึกได้ว่ากำลังอ่านนิยายเซ็ตเดียวกันกับเล่มก่อนหน้าอยู่ แต่ไม่ใช่เลยกับนิยายชุดนี้ แต่ๆๆ แม้ว่าผู้เขียนจะตั้งใจให้ธีมในแต่ละเล่มต่างกันออกไป ความสนุกก็ไม่ได้ลดลงน้า หายห่วงได้ เพียงแต่ส่วนตัวแอบเสียดายที่เล่มสองไม่ค่อยมีโอกาสให้พวกล็อกได้ทำภารกิจหลอกชาวบ้านเหมือนเล่มแรก (เล่มนี้กลายเป็นฝ่ายโดนหลอกเองซะมากกว่า😅) ปมหลักๆของเล่มนี้จะค่อนข้างเน้นไปที่การต่อสู้เพื่อแย่งยิงอำนาจกันระหว่างพวกไพรออริ(ขุนนางชั้นสูงในทัลเวอร์ร่าร์) กับสตรากอส(เจ้าทัพ) มากกว่าเรื่องราววางแผนดักปล้นเหมือนเล่มแรก(แต่ถึงปมหลักจะต่างกัน แต่ก็ลงเอยเหมือนกันเปี๊ยบ คือตอนจบโดนเตะก้นออกมาจากเมืองเหมือนกัน555) แล้วก็ส่วนตัวคิดว่าตรงกลางๆเรื่องแอบเรื่อยๆไปนิด มาเร่งเครื่องอีกทีตอนใกล้จะจบ ส่วนตอนจบขอบอกเลยว่า จบแบบหนังไตรภาคฮอลลิวู้ดอีกแล้วจ้าา เป็นการตัดจบที่(เหมือนจะ)แฮปปี้เอนดิ้ง แต่สุดท้ายก็ลงแดงเหมือนเดิมมม...
    _____________________________________________________________________________________________________

    Ps:       
           ช่วงที่เขียนรีวิวเล่มแรกตรงกับช่วงปลายปี 2020 ตอนนั้นยังมีคนรู้จักนิยายเรื่องนี้ไม่ค่อยมาก แต่พักหลังๆมานี้เราเห็นว่ามีเพื่อนๆหลายคนเริ่มพูดถึงนิยายเรื่องนี้กันมากขึ้น ทำให้เราดีใจมากก (มีเพื่อนเม้ามอย) อยากให้นิยายดีๆแบบไปอยู่ในมือนักอ่านและนัก(อยากจะ)อ่านหลายๆคน แล้วพบกันอีกทีตอนเราเคลียร์กองดองในตู้และอ่านเล่มสามจบนะคะ5555 💕


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in