ฮ่องกงตรงไหนก็หว่องChérie K.
หวานใจ
  • นั่งแทรมมาเดินเล่นย่านหว่านจ๋าย (Wan Chai) หรือร้านที่เราแอบเรียกในใจตามประสามนุษย์โรแมนติกแห่งเมืองหว่องว่าย่าน “หวานใจ” แต่จะหว่านจ๋ายหรือหวานใจก็คงไม่น่ารักเท่ากับคำว่า “วันชัย” ของบิดาข้าพเจ้าแน่ ๆ ขุ่นพ่อเรียกซะเป็นจังหวัดที่ 78 ของประเทศไทยเลย แต่มาคิด ๆ ดูแล้วเนี่ย อ่านจากภาษาอังกฤษดูจะใกล้เคียงกับคำว่า “วันชัย” มากกว่าคำว่า “หว่านจ๋าย” ของชาวฮ่องกงซะอีก แต่ใครถนัดจะเรียกแบบไหน ก็เรียกกันได้ตามสะดวกนะฮะ แต่อย่าไปเรียกวันชัยใส่คนฮ่องกงเป็นพอ เดี๋ยวอาแปะงงตายเลย

    มาย่านคุณวันชัยก็ต้องมาแวะ The Cupping Room ร้านกาแฟชื่อดังที่มีสาขาอยู่ 4 แห่งในฮ่องกง คือที่หว่านจ๋าย เชิงวาน และในย่านเซ็นทรัลอีกสอง  เป็นร้านที่คอกาแฟทุกผู้ทุกนามควรค่าแก่การมาเจิม  The cupping room เองก็ไม่ต่างจากร้านกาแฟดี ๆ ร้านอื่น ๆ ในฮ่องกง ที่นำเข้าเมล็ดกาแฟมาจากทั่วทุกมุมโลก เอามาคั่ว มาเบลนด์ที่ฮ่องกง และแน่นอนเลยว่า เดอะ คัพพิง รูม ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นโรสเตอร์คุณภาพมืออันดับต้น ๆ ของฮ่องกงด้วย แต่ก่อนมีแค่สาขาเดียวตรงย่านสแตนลีย์ เป็นร้านที่เราเรียกกันว่าเป็น Independent Coffee shop หรือร้านกาแฟอินดี้ที่เป็น Specialty coffee ที่เสริฟ์กาแฟคุณภาพเยี่ยม ยิ่งไปกว่านั้นบาริสต้าที่ร้านยังได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันบาริสต้าในฮ่องกงด้วย และยังเป็นที่รู้จักในวงการกาแฟทั่วโลกด้วยค่ะ 

    รางวัลการันตีขนาดนี้ ไม่มาจะถือว่าพลาดนะ

    เมื่อผลักประตูกระจกบานหนา ก้าวเข้าไปในร้านจะพบกับพื้นกระเบื้องชิ้นเล็กชิ้นน้อยสีขาวดำเรียงออกมาเป็นคำว่า COFFEE ลูกค้าที่เดินเข้ามาก็จะก้มหน้าก้มตาถ่ายเจ้าอักษรตัวนี้ เป็นเชิงทักทายว่าได้มาเยือน เหมือนเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของร้านที่ใครไปใครมาก็ต้องถ่าย ฉันชอบโทนสีขาวดำ และดีไซน์ของร้านที่ดูเรียบง่าย มีความมินิมอล ๆ ความลอฟต์เท่ ๆ ความอินดัสเทรียลหน่อย ๆ จริง ๆ ร้านสไตล์นี้ พบได้ตามร้านกาแฟในฮ่องกง เกาหลีและญี่ปุ่น จากที่ฉันเคยไปมา จูยองอ้ปป้าบอกว่ามีความคล้ายกันกับร้านกาแฟที่ซิดนีย์ด้วย  

    ด้วยความเป็นคนที่หลงใหลในกลิ่นและรสของกาแฟ  
    จึงค่อนข้างถูกจริตกับร้านกาแฟแนวนี้มากกว่าร้านที่ตกแต่งสวย ๆ เพื่อดึงดูดสายถ่ายรูปแต่กาแฟรสแย่ แต่ถ้าร้านไหนทั้งสวยด้วยและกาแฟอร่อยด้วย มหาชนก็จะหลั่งไหลไปมหาศาลเช่นกัน ด้วยความที่เป็นมนุษย์อินดี้ อะไรที่แมส ๆ กลับรู้สึกไม่เท่ 

    บางทีเราก็ตื้นเขินเกินไป กับการตัดสินความแมสด้วยอะไรแบบนี้ 

    ADVERTISEMENT

    กลิ่นกาแฟในร้านหอมกรุ่น ที่สาขานี้มีอยู่สองชั้น ชั้นล่างคนแน่นขนัดเหมือนเคย อาจด้วยจำนวนโต๊ะที่มีไม่มากนัก เมื่อประมาณ 4 ปีก่อนฉันมาที่ร้านนี้ครั้งแรก เคยต้องนั่งรอคิวเพราะโต๊ะเต็มหมด  วันนี้น้องบาริสต้าบอกว่ายังมีที่นั่งด้านบนพอว่าง แต่อาจจะต้องแชร์โต๊ะกับลูกค้าท่านอื่น ด้วยความที่เริ่มชินกับวัฒนธรรมการแชร์โต๊ะของฮ่องกงเกอร์ เรื่องนี้จึงไม่เป็นปัญหา แต่โชคดีที่พอฉันขึ้นไปชั้นบน โต๊ะที่นั่งอยู่ก่อนหน้าก็ลุกพอดี ถือเป็นเพอร์เฟค ไทม์มิงจริง ๆ เลย

    ฉันกวาดตาดูเมนูอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสั่งกาแฟร้อน เมล็ดซิงเกิล ออริจิน ตัว Ethiopia Aricha บาริสต้าบอกว่าตัวนี้จะมีความ Raspberry, Winey และ Fruity ด้วยความที่ไม่ค่อยปลื้มกับกาแฟที่มีรสเปรี้ยวจัด ๆ เลยไม่ค่อยชอบเมล็ดนี้เท่าไหร่ ถ้าใครชอบกาแฟเปรี้ยวก็แนะนำตัวนี้นะคะ ได้เปรี้ยวสมใจแน่นอน ตามสไตล์เมล็ดเอธิโอเปีย ไวน์นีไม่รู้ รู้แต่ฟรุตตี้ชัดมาก ชัดมาก ๆ

    ฉันเป็นคนชอบกาแฟรสละมุนกลมกล่อมมากกว่ารสเปรี้ยว คือมีความขมนวลนำและเปรี้ยวตาม แต่ไม่ขมปี๋ดุจดื่มบอระเพ็ดอันเข็ดขมอะไร ชอบความคาราเมล ช็อคโกแลต วานิลลา ชอบความนวลนัวที่มีความเปรี้ยวจาง ๆ ของเบอร์รีแทรกอยู่ รสที่ชอบมาก ๆ ที่ดื่มแล้วประทับใจไม่รู้ลืมคือกาแฟร้อนจากร้าน Gucci Café ที่มีโอกาสได้ไปชิมตรงสาขากินซ่า โตเกียว รสกาแฟขมนวล นุ่มละมุนเหมือนดื่มกาแฟกำมะหยี่ เปรี้ยวนิดหน่อยพองาม ไม่ได้โอเวอร์เกินจริงนะ แนะนำให้ไปลองเลยค่ะ เป็นความขมละมุนแบบเปรี้ยวแทรกจาง ๆ เป็นความนุ่มนวลของกาแฟที่มีอยู่จริงในโลก แต่ราคาก็พุ่งไปไกลเลยทีเดียว 

    กลับมาที่ฮ่องกงกันต่อ ไปไกลถึงญี่ปุ่นเฉยเลย จิตคนเรานี่ไวกว่าแสง แถมไม่อยู่นิ่ง เดี๋ยวแว้บไปทางนั้นทางนี้ การจะมีสติตามจิตให้ทันเป็นเรื่องยากจริง ๆ

    จูยองอ้ปป้าบอกว่า Flat white ที่นี่อร่อยมาก เรียกได้ว่าเป็นแฟลตไวท์ที่ซุปเปอร์เพอร์เฟค แต่พนักงานในร้านจะเหวี่ยง ๆ เหมือนคนเลือดลมไม่ดี ราวกับโกรธผนัง หงุดหงิดกับเพดานอยู่หน่อย ๆ จูยองอ้ปป้าผู้จัดจ้านในย่านหว่านจ๋ายบอกมาแบบนี้ แต่ฉันได้รับการต้อนรับและปรนนิบัติอย่างดี เท่าที่ลูกค้าคนหนึ่งพึงจะได้รับ ถ้ามีการให้คะแนน ฉันก็คงจะกดให้คะแนนเต็ม 5 อย่างไม่ลังเล 

    ฉันสั่ง Egg Benedict w/smoked salmon และเอสเพรสโซร้อน แต่กินคาวแล้วไม่กินหวานเดี๋ยวจะหาว่าสันดานไพร่ เลยสั่งบราวนีมาล้างปากอีกชิ้น เผื่อจะเป็นผู้ดีเก่าเหง้าผู้ดีเหมือนใครเขาบ้าง

    All day breakfast ของที่นี่ไม่ได้มีแค่ Egg benedict แต่มีสปาเกตตีที่อร่อยมาก ๆ อย่าง Spaghetti & mushroom w/spinach creamy sauce สำหรับชาวมังสวิรัติ Avocado on toast with poached egg ก็เด็ดสะระตี่ มีความครีมมีๆของมายองเนสและรีคอตตาชีส อร่อยมาก มาทีไรต้องสั่งตามนี้ เพราะเมนูมีแค่นี้ สั่งอย่างอื่นเดี๋ยวจะโดนพี่เค้าโบกด้วยจานสปาเกตตี 

    จริง ๆ คืออร่อยมาก ๆ นั่นเอง

    หลังจากที่สำราญกับอาหารจนเกลี้ยงจาน เอสเพรสโซในถ้วยกาแฟใบจิ๋วและบราวนีก้อนน้อยบนจานใบเล็กก็ถูกนำมาเสิร์ฟในเวลาที่เหมาะเจาะพอดิบพอดี แต่ถึงวันนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่าดื่มกาแฟก่อนทานข้าว หรือทานเสร็จแล้วค่อยดื่มกาแฟ แบบไหนเป็นวิธีที่โอเคกว่าไม่รู้ รู้แต่บราวนีไม่อร่อย รสของบราวนีมีความหวานมากกว่าขม เนื้อเค้กแห้งร่วนอย่างไม่ถูกจริต แต่ถ้าใครชอบหวานและเนื้อสัมผัสเค้กแบบนี้ก็สั่งได้จ้ะ ไม่ว่ากัน



    เมื่ออิ่มหนำสำราญกับกาแฟ อาหาร และขนมแล้ว วิญญาณเด็กเสิร์ฟดีกรีสี่สมัยก็อดไม่ได้ที่จะเก็บแก้วเก็บจานไปคืนพนักงาน ก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายที่บรรจุข้าวของไว้เต็มราวกับย้ายบ้าน เดินออกจากร้าน จุดหมายคือการนั่งแทรมไปตลาดหว่านจ๋าย ซื้อวัตถุดิบสำหรับทำข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นในมื้อเย็น และผลไม้สองสามอย่างไว้ล้างปาก 

    วันนี้จะมีผู้ชายเกาหลีมาดินเนอร์ด้วย ;)











เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in