MUSIC TO MY EARSendearmin
Hyukoh — 23
  • สวัสดีค่ะทุกคน~ เราหายไปเกือบเดือนวันนี้กลับมาพร้อมกับอัลบั้มใหม่สด ๆ ร้อน ๆ ของ Hyukoh (ฮยอกโอ) ที่เพิ่งปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 24 เม.ย. 60 เวลาสี่โมงเย็นเป๊ะ ๆ ตามเวลาประเทศไทย (หกโมงเย็นเกาหลี) แล้วก็ไลฟ์ในวีไลฟ์ทักทายแฟน ๆ ให้หายคิดถึงซะหน่อย


     

    กว่าจะได้อัลบั้ม 23  มาครอบครอง แฟน ๆ ก็โดนค่ายเลื่อนวันปล่อยอัลบั้มเรื่อย ๆ แต่หัวอกคนเป็นแฟนเพลงอะเนอะ ไม่ว่าจะเลื่อนกี่ครั้งก็โกรธไม่ลงเพราะชินแล้ว ฮ่า ๆ แต่ก็เข้าใจนะเพราะทัวร์เยอะมากจริง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ แล้วต้องทำอัลบั้มไปด้วย ซึ่งช่วงปลายปีที่แล้วฮยอกโอก็ tease แฟนเพลงผ่านอินสตาแกรมของแต่ละคนเรื่อย ๆ ว่ากำลังอัดเพลงอัลบั้มใหม่กันอยู่ที่สตูดิโอให้ได้ใจชื้นว่า เอ้อ คราวนี้ไม่เลื่อนแน่นอน!

    อันที่จริงว่าจะเขียนรีวิวอัลบั้ม 23  อย่างเดียว ไป ๆ มา ๆ แนะนำเพลงคร่าว ๆ จากอีพี 20 และ 22  ด้วยเลยแล้วกัน
    ลีอินอู: กลอง (บนซ้าย)
    โอฮยอก: ร้องนำ,กีต้าร์ (บนขวา)
    อิมดงกอน: เบส (ล่างซ้าย)
    อิมฮยอนแจ: กีต้าร์ (ล่างขวา)

      
    เรารู้จักวงนี้เพราะมีคนแชร์เพลง Comes and Goes ในเฟซบุ๊กแล้วโชคชะตาฟ้าลิขิตให้เราบังเอิญไปเห็นพอดี แล้วก็บังเอิญกดเข้าไปฟัง แต่ไม่ได้บังเอิญชอบแน่นอน อันนั้นตั้งใจ<3 

    จากนั้นเราก็ไปไล่ฟังตั้งแต่อีพี 20  มีแต่เพลงเพราะ ๆ ทั้งนั้น อย่าง Ohio, Lonely, Wi Ing Wi Ing, Feels Like Roller Coaster Ride (ส่วนตัวเราชอบ I Have No Hometown ด้วย) ต่อด้วยอีพี 22  ที่เรียกได้ว่าแจ้งเกิดสุด ๆ เราแนะนำเพลง Comes And Goes, Hooka, Gondry, Mer, Big Bird และซิงเกิล Panda Bear  สองอีพีที่กล่าวไปข้างต้นเป็นแนวอินดี้ป๊อบฟังสบาย ๆ โยกตามได้เบา ๆ 




    มาถึงไฮไลต์วันนี้กับอัลบั้มเต็ม 23  ที่หลายคนตั้งตาคอย คอนเซ็ปต์อัลบั้ม 23  คือ Youth (วัยหนุ่มสาว) เพราะอีพีก่อน ๆ ไม่ค่อยได้พูดถึงเรื่องนี้สักเท่าไหร่ อัลบั้มนี้เลยใส่มาแบบไม่ยั้งเพราะชีวิตวัยรุ่นนั้นแสนสั้น เป็นวัยที่อยู่ในช่วงค้นหาตัวเอง ซึ่งฮยอกนักร้องนำบอกว่าอยากนำเสนอชีวิตวัยรุ่นในแง่ความบ้าบิ่นเพราะการลองผิดลองถูก (เราจับใจความมาจากในวีไลฟ์เมื่อวาน) 

    เพลงที่ใส่ (*) คือเพลงที่เราชอบเป็นพิเศษ

    1. Burning Youth 
    เพลงภาษาอังกฤษทั้งเพลง ดนตรีให้อารมณ์แบบหนังฝรั่งวัยรุ่นที่ออกไปผจญภัยในโลกกว้าง เนื้อเพลงเกี่ยวกับไม่ว่าเราจะเหลวไหลขนาดไหนเราก็คงไม่ผิดขนาดนั้น และแน่นอนว่าเรา (คนแต่งเพลง) คงไม่ใช่คนเดียวที่รู้สึกเช่นนั้น ความรู้สึกโดดเดี่ยว ที่เหมือนทุกอย่างค่อย ๆ หายไป

    2. Tokyo Inn (*)
    เพลงนี้สนุกทีเดียวเพราะเสียงฮัมฮู้ ฮู้ หู่ หู่ หู่ หู่ ฮู นี่แหละ อยากร้องท่อนนี้ในคอนเสิร์ต Hyukoh จัง

    3. Leather Jacket (*)
    ฮยอกบอกว่าเกี่ยวกับพ่อกับลูกชายไม่ถูกกัน และตามประสาเด็กผู้ชายก็จะชอบเล่นอะไรแผลง ๆ ตามเอ็มวีเลย เราชอบเพลงนี้ที่สุดในอัลบั้ม จังหวะดนตรีกึ่งร็อกเลยแหละ สนุกมาก แถมมีท่อนภาษาอังกฤษให้แฟนที่ไม่ใช่เกาหลีได้ร้องตามด้วย 



    4. Tomboy (*)
    เอ็มวี Tomboy อนิเมะสวยมากและก็เศร้าในคราวเดียว เพลงกล่าวถึงวัยเปลี่ยนผ่านจากเด็กไปสู่ผู้ใหญ่ ไม่ต้องรู้ความหมายฟังแค่เพลงอย่างเดียวก็รู้สึกอยากร้องไห้ได้ ส่วนตัวเราว่าฟังไปฟังมาคล้าย ๆ เพลง A Little Girl  ที่โอฮยอกไปร้องประกอบซีรีส์ Reply 1988 เหมือนกันแฮะ



    5. 2002WorldCup (*)
    เพลงนี้เป็นเพลงรักและน่ารักมาก ๆ ด้วย จังหวะสนุกชวนขยับแข้งขยับขามาก
    When you die (I’ll be next to you)
    When you drown (and I’ll drown for you)
    When you’re sad (can I sing you blues)
    When you’re naked (I’ll be coming through)

    6. Jesus Lived In a Motel Room (*)
    เพลงนี้เบสเท่มาก เป็นเพลงภาษาอังกฤษ เนื้อเพลงเหมือนจะถ่อมตัวเชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่ แต่ทำไมจากวิธีการร้องและการออกเสียงทำไมดูเย้ยหยันปานนี้

    7. Wanli (*)
    เพลงภาษาจีนที่ดนตรีมันพ่ะย่ะค่ะมาก เซอร์มาก ตอนดูตัวอย่างที่ปล่อยมาก่อนหน้านี้เรากรี๊ดแตกเพราะความเท่ของน้อง ๆ ตลกที่เพจ Hyukoh Th บอกว่าเป็นเพลงปรัชญาสี่บรรทัด ตัวเอ็มวีภาพสวยมาก สมกับที่ไปถ่ายถึงมองโกเลีย



    8. Die Alone (*)
    คอนเซ็ปต์เพลงนี้น่าจะ "มาคนเดียว ไปคนเดียว" เราฟังเพลงนี้ตอนขึ้นบีทีเอสกลับบ้านแล้วเข้ามาก ท่ามกลางคนมากมาย ทุกคนต่างมีเส้นทางของตัวเอง ยุ่งอยู่กับตัวเอง ราวกับว่านี่อาจเป็นช่วงเวลาเดียวที่ได้อยู่กับตัวเองอย่างแท้จริง

    9. Reserved Seat
    verse แรกเสียงร้องกับกีต้าร์อย่างเหงา เพลงเกี่ยวกับการรำพึงรำพันถึงความเศร้า ซึ่งความเศร้ามีหลายสาเหตุ เศร้าเพราะสิ่งที่ไม่อาจแก้ไข เศร้าเพราะหมดกำลังใจ หรือเศร้าเพราะสิ่งที่เป็น
     
    10. Simon
    เราชอบจังหวะกลองในเพลงนี้มาก ชิลมาก อารมณ์แบบ Sunday Morning ของ Maroon 5

    11. Paul (*)
    เปียโนกับเสียงแหบ ๆ ของโอฮยอกเข้ากันเสมอ  เป็นเพลงอกหักที่กล้ำกลืนฝืนทนดี ประมาณว่าเราต้องเดินต่อไปแม้น้ำตาจะนองหน้าก็ตาม ท่อนโหยหวนบาดใจมาก

    12. Surf Boy 
    ดนตรีน่ารักมาก ออกไปทางป๊อบแบบอีพีแรก ๆ (ประมาณเพลง Panda Bear) โยกตามได้สบาย ๆ 
    Hope for the best
    Plan for the worst~

    โดยรวมแล้วเราชอบอัลบั้มนี้ที่แสดงให้เห็นว่า Hyukoh ได้พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง เพลงโตขึ้น ซับซ้อนขึ้น มีประเด็นที่ต้องการสื่อชัดเจนทำให้เพลงทั้งหมดสอดคล้องเป็นเรื่องเดียวกัน อีกทั้งยังครบเครื่องทั้งเศร้า เหงา ซึ้ง หัวเราะ และร้องไห้ (ส่วนตัวเราฟังตอนพิมพ์งานไอเดียไหลลื่นมาก) ฝากวงเล็ก ๆ วงนี้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ 

    ถ้าอยากได้เนื้อเพลงแปลเป็นภาษาอังกฤษ จิ้ม เลยจ้า และหากพบเราแปลหรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับเพลงผิดตรงไหนทักท้วงได้เลยนะ ไว้เจอกันอัลบั้มหน้าจ้ะ ^_^ 

     
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in