Spoiler, we die in the endsherii
11: เสียงข้างห้อง
  • ⠀⠀ ตุบ.. ตุบ.. ตุบ

    ⠀⠀ เสียงทุบกำแพงจากห้องข้างๆ ดังขึ้นเป็นจังหวะเดิมซ้ำๆ ตามมาด้วยเสียงเหมือนกับลูกแก้วหรืออะไรสักอย่างตกลงกระแทกพื้น เสียงแบบนั้นดังติดกันมาสองอาทิตย์นับตั้งแต่หล่อนย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่


    ⠀⠀ ร่างกายขยับพลิกตัวนอนตะแคงก่อนรั้งหมอนใบโตขึ้นมาปิดหูไว้ เมื่อหลังจากสิ้นเสียงนั้นมันกลับตามมาด้วยเสียงกึ่งร้องไห้กึ่งหัวเราะเบาๆ ที่มุมห้องฝั่งที่เธอนอนหันหน้าไปหา เปลือกตาปิดข่มลง เลือกที่จะไม่มองฝ่าความมืดของห้องไปสบกับอะไรก็ตามที่ ‘อาจจะ’ ปรากฏอยู่ตรงนั้น


    ⠀⠀ แต่สำหรับเจ้าหล่อนแล้ว, ความอยากรู้อยากเห็นเอาชนะความกลัวได้แทบทุกครั้ง


    ⠀⠀ ริมฝีปากแห้งผากเม้มเข้าหากันแน่น ขณะเอื้อมมือสะเปะสะปะไปด้านหน้า คว้าเอามาร์ทโฟนมาถือไว้ในมือ แสงไฟจากหน้าจอสว่างวาบจนต้องหรี่แสงลง จุดโฟกัสเดียวในขณะที่ลืมตาตื่นคือตัวเลขดิจิตอลบนหน้าจอมือถือ


    ⠀⠀ 02:56


    ⠀⠀ เปลือกตาสีอ่อนกระพริบถี่เพื่อปรับให้สายตาคุ้นชินกับความมืดมิด แฟลชไลท์ถูกเปิดขึ้นมาตามๆ กัน แสงสว่างส่องไปยังต้นตอของเสียง แต่กลับมีเพียงแค่ความว่างเปล่า


    ⠀⠀ ลมหายใจถูกทอดถอนออกหนักขณะหยัดกายขึ้นนั่ง ลากร่างกายอันหน่ายเหนือขึ้นไปตบสวิทช์ไฟระเบียง มวนบุหรี่ถูกคาบไว้บนริมฝีปากอย่างเคยชินขณะหันไปปิดประตูระเบียงให้สนิท


    ⠀⠀ 03:03


    ⠀⠀ อุ้งมือบางเท้าลงบนขอบระเบียงหลังปล่อยให้ควันขาวลอยคลุ้งในอากาศ ปรายสายตามองไปยังระเบียงห้องข้างๆ ที่อยู่ติดกันและเขาอยู่ตรงนั้น ยืนหันหลังพิงสะโพกลงบนราวระเบียงตามเคย หล่อนทำเพียงแค่ยิ้มตอบกลับไป


    ⠀⠀ ความรู้สึกเย็นยะเยือกแถวไขสันหลังแล่นวาบขึ้นมาจนถึงท้ายทอยยามนัยน์ตาสีดำสนิทไร้ประกายใดๆ เลื่อนมามองสบ ปลายมวนนิโคตินถูกลามเลียด้วยเปลวไฟสีแดงฉานขณะที่เธอเริ่มสูบอัดเอาควันเข้าปอดอีกครั้ง หวังให้จิตใจปั่นป่วนสงบลง


    ⠀⠀ มีคนเคยบอกว่าเวลาตีสามมันไม่ใช่เวลาที่สิ่งไม่มีชีวิตจะออกมาเพ่นพ่าน แต่มันแค่เป็นเวลาที่เงียบที่สุดในช่วงกลางคืนเท่านั้น หล่อนฟังด้วยความรู้สึกฉงนใจเล็กๆ แต่เลือกที่จะไม่ซักไซร้ต่อในเรื่องที่อาจจะเก็บเอาไปฝัน


    ⠀⠀ หล่อนมักจะพบกับ ‘เขา’ ในเวลานี้เสมอ

    ผู้ชายเจ้าของเรือนผมยักศกสีดำสนิท ผิวกายขาวซีดจนบางครั้งก็นึกกลัวว่าหากจ้องมองไปนานกว่านั้นแล้วเธออาจจะมองทะลุกายเนื้อเขาไปก็ได้


    ⠀⠀ เขาคนนั้นไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ เพียงแค่ยืนนิ่งๆ อยู่ตรงนั้นกระทั่งบุหรี่ของเธอถูกดับลง เขาก็หายกลับเข้าไปในห้อง


    ⠀⠀ เช้าวันถัดมาประตูห้องข้างๆ ถูกล็อคด้วยแม่กุญแจจากด้านนอกตามเคย เธอไม่คิดอะไรมากไปกว่าเขาออกไปทำงานเช้ากว่าเธอ เหตุผลทั้งหมดคงแค่นั้น


    ⠀⠀ กระทั่งสายวันหนึ่ง เสียงเคาะผนังดังขึ้นซ้ำปลุกให้คนที่จมอยู่ในห้วงฝันลืมตาตื่น ใบหน้ากึ่งงัวเงียโผล่ออกมาจากกรอบประตูเพื่อมองหาที่มาห้องเสียงนั่น


    ⠀⠀ ฝ่าเท้าใต้สลิปเปอร์เดินลากเอื่อยไปตามทางเดิน ก่อนชะโงกมองเข้าไปในห้องข้างๆ

    ห้องของคน ๆ นั้น


    ⠀⠀ “เจ้าของคนก่อนเขาย้ายไปแล้วหรอคะพี่” ฉันเอ่ยถามขณะที่คนดูแลหอกำลังปัดกวาดเช็ดถูพื้นเพื่อทำความสะอาดห้อง-- ซึ่งมันดูสกปรกราวกับถูกปล่อยทิ้งไว้นานกว่านั้น

    ⠀⠀ “เปล่าจ้า จะมีคนย้ายเข้ามาอยู่น่ะ”

    ⠀⠀ “คะ?”

    ⠀⠀ “หือ?”

    ⠀⠀ “เจ้าของคนเก่าไม่ได้ทำความสะอาดห้องเลยสินะคะ” เธอว่า

    ⠀⠀ “ห้องนี้มันไม่มีใครเข้ามาอยู่ได้สามเดือนแล้วน่ะนะ มันเลยฝุ่นจับขนาดนี้”

    ⠀⠀ “...”

    ⠀⠀ “เดี๋ยวอีกสองสามวันคงไม่เหงาแล้วสินะ อยู่ห้องริมสุดมันไม่ค่อยเจอใครแบบนี้แหละ”


    ⠀⠀ หล่อนนิ่งเงียบ หัวใจเต้นระรัวจนต้องยกมือขึ้นมากุมอกไว้ขณะที่ฝีเท้าก้าวถอยหลังจนชนเข้ากับกำแพง


    ⠀⠀ ชั่วจังหวะที่ผ้าม่านปลิวไสว ‘เขา’ ยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับรอยยิ้มประหลาดที่เริ่มฉีกขึ้นทีละน้อย แม้ว่าเธอจะไม่เห็นว่าริมฝีปากนั้นขยับเอื้อนเอ่ยคำได้ออกมา แต่เสียงนั่นกลับดังขึ้นราวกับเขามากระซิบอยู่ข้างหู


    ‘รู้จนได้สินะ’
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in