[BTS Fanfic ] OS/SF collectionMacbeth1995
[mini sf] Camomile Tea ep.2/?
    • BTS fan fiction

    • mini series

    • Gengre: soft and sweet

    • Pairing:Hopejin,2seok |Hoseok*Seokjin |

    • Rate:R-15









     

    ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่โฮซอกเริ่มจะเสพติดรสชาติแสนขมเข้มของกาแฟดำ

    อ่อ ตอนที่เขาเริ่มบ้างานนั่นล่ะ.


    x


    “จองโฮซอก นายยังไม่กลับอีกเหรอ?”


    หน้าปัดดิจิทัลบอกเวลาสี่ทุ่ม กลิ่นกาแฟเข้มข้นลอยฟุ้งในห้องทำงาน โฮซอกหันไปสบตากับเจ้าของลักยิ้มทรงสเน่ห์นั่น มุมปากวาดลึกพอๆ กับริ้วความเหนื่อยล้าที่ใต้ตา แม้จะดูบางเบากว่าวันก่อนๆ แล้วก็ตาม


    “ยัง อยากเคลียร์ท่อนแรปให้เสร็จก่อน”

    “อย่าฝืนนักล่ะ สุขภาพร่างกายก็สำคัญ”

    “อืม ขอบใจนะ”


    โฮซอกมองไล่หลังเพื่อนสนิทที่ยกมือขึ้นเชิงว่าไม่เป็นไร ก่อนที่แรปเปอร์หนุ่มจะหันหน้าเข้าจอสี่เหลี่ยมอีกครั้ง ปลายนิ้วกดนวดไล่ความเครียดที่ข้างขมับ จัดสรรตัวโน้ตแต่ล่ะท่อนขึ้นมาร้อยเรียงใหม่อีกครั้ง แต่ก็พบว่ามันยังมีจุดที่บกพร่องอยู่ บางอย่างที่ขาดหายไป และโฮซอกไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใด


    ‘บางอย่างที่ไม่สมบูรณ์ บางครั้งก็สมบูรณ์ด้วยเพราะความไม่สมบูรณ์ เพราะไม่สมบูรณ์จึงต้องเติมเต็มมัน’

    ‘ตอนนี้นายขาดไปเยอะเลยนะโฮซอกอ่า’


    นัมจุนเคยกล่าวไว้แบบนั้น แต่มันก็เมื่อนานมากแล้ว บทสนทนาแสนเข้าใจยาก,เหมือนเคย เหมือนปริศนาที่ว่านัมจุนทำประตูเย็นหลุดได้อย่างไร โฮซอกเองก็สงสัย เขาถึงได้ครุ่นคิดถึงทั้งประโยคและเหตุผลที่คิมนัมจุนพูดแบบนั้น

    สิ่งที่เขาขาดงั้นเหรอ? นั่นสินะ เพราะไม่รู้ถึงได้หาคำตอบอย่างไร

    ในที่สุด แรปเปอร์หนุ่มก็ต้องยอมแพ้กับงานในส่วนของวันนี้ ขึ้นรถกลับบ้าน ไม่ลืมส่งข้อความถึงใครบางคนที่คงรออยู่ที่บ้านเหมือนทุกครั้ง มุมปากวาดรอยยิ้มบางเบาเมื่อเห็นข้อความปรากฏขึ้นที่หน้าจอ

    สมาร์ตโฟน


    [Seokjinnie-hyung: คิดถึงแล้ว]



    x



    คุณนิยามคำว่าบ้านไว้เช่นไร?

    บ้านหลังใหญ่ รถฮุนไดคันใหญ่ มีสุนัขตัวโตๆ สักตัว มีเด็กๆ และภรรยารออยู่ที่บ้าน?

    นั่นคงเป็นนิยามแสนเรียบง่ายและธรรมดาตามความใฝ่ฝันของคนปกติ สำหรับจองโฮซอก บ้านอาจจะหมายถึงเจ้าของอ้อมกอดแสนอบอุ่นกลิ่นลาเวนเดอร์แสนสดชื่น เจ้าของนัยน์ตากลมที่มีประกายวิบวับไม่ต่างจากโฮซอก เจ้าของรอยยิ้มสดใสที่เป็นเสมือนโลกทั้งใบของเขา


    คิมซอกจิน,


    “อือ อาบน้ำแล้วเช็ดผมก่อนสิ”

    ซอกจินว่าแบบนั้น พลางดันคนที่โถมตัวลงนอนทับอยู่ด้านบนออกเล็กน้อย นิ้วไล่สางผมเปียกชื้นที่ปรกใบหน้าของคนอ่อนกว่าขึ้นเผยใบหน้าเนียนใสที่เห็นอยู่ทุกวันจนเป็นภาพความเคยชิน นัยน์ตาไล่มองสบองค์ประกอบใบหน้าหล่อเหลาด้วยความรักใคร่ ปลายนิ้วเกลี่ยริ้วความเครียดใต้ตาแผ่วเบา ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มเลื่อนกดจูบที่ปลายคาง


    “ลุกขึ้นนั่งสิ พี่จะเช็ดผมให้”


    คนเด็กกว่าฉวยหอมแก้มนุ่มครั้งหนึ่งถึงค่อยลงมานั่งกับพื้นพรมด้านล่างให้ ซอกจินจึงลุกขึ้นบ้าง นึกซนนิดหน่อยตอนที่ยกขาเรียวพาดไหล่ของโฮซอกหยอกเย้าเล็กๆ


    “ถ้าเจ็บก็บอกนะ”

    “นิ้วน้ำอย่างพี่ จะทำให้ผมเจ็บได้ยังไงล่ะ”


    แรปเปอร์หนุ่มว่าเสียงแผ่ว เปลือกตาปิดสนิท แรงและน้ำหนักสม่ำเสมอแสนนุ่มนวลทำให้เขาสบายแทบจะเคลิ้มหลับ ซอกจินค่อยๆ เช็ดอย่างเบามือที่สุด จนกระทั่งคิดว่ามันพอแล้วจึงก้มลงไปฝังปลายจมูกลงกลับกลุ่มผมนุ่ม สูดกลิ่นแชมพูกลิ่นเดียวกันบนเรือนผมอีกฝ่าย แต่พออีกฝ่ายใช้กลับหอมกว่า


    “เสร็จแล้ว ขึ้นมานอนได้แล้ว”


    คนขี้แกล้งถือโอกาสใช้ต้นขาล็อกหัวทุยๆ ก่อนขยับโยกไปมา จองโฮซอกเลยแก้เผ็ดด้วยการหันไปงับต้นขานั่นเบาๆ ครั้งสองครั้งจนซอกจินสะดุ้งตัวโยน


    “ย่าห์! อย่ากัดสิ!”

    “ก็นุ่มดีนี่ครับ”


    แรปเปอร์หนุ่มว่าแบบนั้นก่อนขยับลุกขึ้นนั่งบนเตียง มองคนที่กำลังกอดอกหน้ามุ่ยด้วยรอยยิ้มเอ็นดู สุดท้ายก็เป็นโฮซอกนั่นล่ะที่หลุดขำ วงแขนวาดกอดรวบรั้งร่างกายอีกฝ่ายมาใกล้ จุมพิตเบาที่ริมฝีปากแผ่ว


    “ผมหยอกเล่นน่า ถ้าไม่อยากก็ไม่เป็นไร”

    “ขอบตาดำเป็นแพนด้าอยู่แล้ว ยังมาอยากอะไรอีกเหรอ?”


    ซอกจินว่าหน้ายู่ ดีดหน้าผากเบาๆ แรปเปอร์หนุ่มแสร้งร้องโอดครวญว่ามันเจ็บมาก แกล้งงอแงออดอ้อนออเซาะจนคนแก่กว่าอดหลุดยิ้มขำไม่ได้ ภาพซอกจินที่หัวเราะจนตาหยีทำให้โฮซอกอดยิ้มตาม รอยยิ้มที่จองโฮซอกหลงรักตั้งแต่แรกเห็น เสียงหัวเราะค่อยๆ เบาลงไปจนเหลือเพียงเสียงของเครื่องปรับอากาศ นัยน์ตาสบประสานกัน, ไม่ช้าแรงดึงดูดก็ทำหน้าที่ของมัน เมื่อกลีบเนื้อเริ่มคลอเคลีย ลมหายใจร้อนปะปนกัน, ร่างกายขยับแนบชิดกันจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงผิวและเนื้อผ้าเสียดสี ริมฝีปากแนบชิด ดูดดึง กวาดกระหวัดหารสชาติแสนคุ้นเคยจากปลายลิ้นพวกเขา เกินพรรณา,หาสิ่งใดเปรียบยามเราเคียงสอง กลีบเนื้อแดงฉ่ำผละจากกันเมื่อขาดอากาศ โฮซอกฟังเสียงพร่าของลมหายใจที่ขาดห้วง ไล้กลีบเนื้อร้อนคลอเคลียไปตามแก้มแดงปลั่ง


    “ไหวเหรอ?”


    ซอกจินกระซิบแผ่วยามร่างกายเราแนบชิดทุกส่วน น้ำเสียงของคนแก่กว่าฟังดูสดชื่นกว่าปกติ คำถามถูกตอบด้วยการกระตุ้นเล็กๆ ที่ทำให้ร่างกายของซอกจินกระตุกจนหลังแอ่นโค้งลอยขึ้น คนแก่กว่าหัวเราะเบาๆ ด้วยใบหน้าแดงปลั่ง


    “อืม,งั้น——

    พี่ร่ายมนตร์วิเศษให้นะ”


    คนแก่กว่าพูดแบบนั้น ก่อนขยับตัวขึ้นคร่อม,นัยน์ตากลมเป็นประกายวิบวับ ,รอยยิ้ม,กริยา, ทุกอย่างดูซุกซน โฮซอกเลยปล่อยให้ซอกจินร่ายมนตร์วิเศษตามใจ ปล่อยใจไปกับสัมผัสจาฝ่ามือเนียน ปล่อยทุกอย่างไปตามสัญชาตญาณ ซอกจินดูสวยงามอย่างน่าประหลาดยามผิวเนียนชื้นเหงื่อนั้นแดงปลั่ง ไม่ว่าจะเพราะโฮซอกเร่งเร้าหรือว่าเพราะความโลภของซอกจินเอง ผิวเสียดสี หากมีสะเก็ดเพลิงได้ก็อาจจะมี ทุกอย่างเหมือนไต่ระดับของอารมณ์ขึ้น ถึงจุดเดือดด้วยอุณหภูมิของพวกเขาเอง เติมเต็มความปรารถนาแก่กัน สุขจนแทบล้นปรี่ เหลือเพียงกลิ่นความปรารถนาที่อวลอายในอากาศและสัมผัสของผิวชื้นเหงื่อที่แนบชิดกัน


    “โฮซอกอ่า”

    “หืม?”

    “หายเครียดรึยัง?”


    อ่อ มิน่าล่ะ


    แรปเปอร์หลุดขำตาหยี กดจูบลงหน้าผาก,เปลือกตา,ปลายจมูก,แก้มใส, และริมฝีปากทว่าเนิ่นนานกว่าที่อื่นเป็นไหนๆ

    โฮซอกกระซิบแผ่ว,คิมซอกจินยิ้มแป้นด้วยสีหน้าเคอะเขิน


    “อือ มนตร์วิเศษของพี่ได้ผลจริงๆ ด้วย”


    เพราะความเครียดของจองโฮซอกหายไปจริงๆ เสียด้วยสิ


    x


    ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ยามเช้าของโฮซอกไม่ได้มีแค่กลิ่นเข้มของเมล็ดกาแฟ,แต่มีกลิ่นหวานของชาดอกไม้หอมด้วย


    กลิ่นแสนละมุนละไมของดอกไม้สีขาว กลิ่นของชาคาโมไมล์ของซอกจิน.


    กลิ่นหอมละมุนยามเช้าตรู่ โฮซอกพาร่างกายของเขาที่ยังตื่นไม่เต็มสติดีนักเข้าสวมกอดคนที่สูงกว่าไว้พลางซุกใบหน้าลงกว่าลาดไหล่กว้าง เสียงหัวเราะแผ่วๆ ของซอกจินดังขึ้น สัมผัสจากปลายนิ้วอุ่นแตะลงบนผิวแก้มทำให้แรปเปอร์ขยับยิ้มบางทั้งหลับตา “ไปล้างหน้าซะสิ แล้วมากินข้าวเช้าได้แล้ว” คนแก่กว่าว่าพลางยู่หน้าลงนิดๆ ในตอนที่ร่างกายถูกพลิกให้หันมามองสบกัน นัยน์ตาสบมองยามหน้าผากพิงซบ ปลายจมูกไล้คลอเคลียกัน ตามด้วยริมฝีปากที่แนบชิดลิ้มความหวานที่เจอรสชาดอกไม้หอมกรุ่น คนแก่กว่าถึงได้เข้าใจว่าแรปเปอร์หนุ่มแค่จะอ้อนเอาจูบรับอรุณก็เท่านั้น จึงได้กระซิบยามริมฝีปากคลอเคลียกันไม่ห่างว่า “อรุณสวัสดิ์นะ โฮซอกอ่า” แรปเปอร์หนุ่มถึงได้ยิ้มอย่างพึงพอใจ


    ‘บางอย่างที่ไม่สมบูรณ์ บางครั้งก็สมบูรณ์ด้วยเพราะความไม่สมบูรณ์ เพราะไม่สมบูรณ์จึงต้องเติมเต็มมัน’

    ‘ตอนนี้นายขาดไปเยอะเลยนะโฮซอกอ่า’


    สิ่งที่นัมจุนพูดในตอนนั้น เหมือนโฮซอกจะเริ่มเข้าใจมันขึ้นมาบ้างแล้ว

    ก่อนหน้านี้ชีวิตของโฮซอกมีแต่รสชาติแสนขมกับกาแฟดำที่เขาเสพติดมันนักหนา จนแทบจะลืมไปแล้วว่า ความหวานละมุนนุ่มบางเบาที่ทำให้จิตใจผ่อนคลายนั้นเป็นเช่นไร จนกระทั่งเขาได้สัมผัสกับรสชาตินี้อีกครั้งตอนที่ได้พบซอกจินที่หยิบยื่นมันมาให้เป็นของขวัญยามเช้าของทุกวัน

    สงสัยคราวนี้โฮซอกคงต้องงดกาแฟดำอย่างจริงๆ จังๆ เสียแล้ว.


    x


    ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่โฮซอกเริ่มจะเสพติดรสชาติแสนขมเข้มของกาแฟดำ

    แต่ตอนที่มีความหวานละมุนนุ่มของชาดอกไม้หอมเข้ามากล่อมเกลาอวลอายเคียงคู่

    ก็คงเป็นตอนที่จองโฮซอกมีคิมซอกจินเคียงค้างนั่นล่ะ


    แด่กาแฟดำและคาโมไมล์ที่ไม่น่าจะเข้ากันได้เลยแต่อวลอายเคียงคู่กันทุกอรุณรุ่งของทุกวัน.



    -to be continued-







    Story by Macbeth1995


    Twitter; @astronaut1995

    #สถานีอวกาศno95






    Talk;

    คิดถึงคู่นี้ คิดถึงคุณชาคาโมไมล์

    ตอนนี้กำลังคิดอยู่ว่าเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น Coffee or Tea?จะดีกว่าไหมนะ

    เพราะเดิมทีก็เป็นคนตั้งชื่อเรื่องไม่ค่อยได้เรื่องได้ราวอยู่แล้วค่ะ

    เซ้นส์การตั้งชื่อแย่พอๆกับที่ชอบพิมพ์ตกหล่นกับพิมพ์ผิดเลยล่ะค่ะ เฮ้อ.


    ตอนถัดไปจะมาแบบที่คุณไม่ต้องรอ เพราะคุณจะลืมไปเอง (ขำ)





Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
jjjx97 (@jjjx97)
อหหหหหหนี่แหละค่ะที่ต้องการรรรรรมันดีมากจริงๆค่ะแงงงงงงงง ชอบการบรรยายของพี่ที่สุดแล้วค่ะฮือออออออขอบคุณที่แต่งมานะคะ🥺💖💖💖💖
bell_khnr (@bell_khnr)
ละมุนมาก!!!!!!!!!สุด!!!!!!!!!!!ใจ!!!!!!!!!!แงงงงงงงงงงงงงงละมุนไปหมดจริงๆๆๆๆค่ะะะ กลั้นยิ้มจนปวดแก้มไปหมดแล้ววววว ฉากร่ายมนตร์ก็คือ //ไหลตาย โอ๊ยยยยยยยยยไม่รู้จะกรีดร้องยังไงให้สมกับที่น้องแต่ง มันดีม้ากกกกกกกก มากกกกกจนจะร้องไห้เลย ฮือ ขอบคุณที่แต่งมาให้ได้อ่านกันนะคะ แงงงงงงงงงงงงงงงง พิยังไม่ลืมแพนเค้กนะ! ขอบคุณเสมอเลยสำหรับฟิคดีดีที่มีให้ ฮรุก ยักงับ ;—; ❤️