ZOEY's REVIEWZoeyeah / Han Hyojin
ฉากจบปลายเปิดที่เป็นปลายปิด : ปรมาจารย์ลัทธิมาร (สปอยล์และหวีดหนักมาก!)
  • ออกตัวก่อนว่าคอนเทนต์นี้เป็นเรื่องของการหวีดตอนจบล้วนๆ
    เต็มไปด้วยสปอยล์และการตีความโดยยึดตนเองและบทซีรีส์เท่านั้น
    ไม่เกี่ยวข้องกับนิยายต้นฉบับแต่อย่างใด
    โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

     

    หลังจากดูซีรีส์จบก็พบว่าเรายังไม่สามารถเดินทางออกจากยุทธภพนี้ได้
    เพราะเฉินฉิงลิ่งไม่กล่าวคำอำลา เราก็เลยยังไปไม่ได้จึงเกิดเป็นคอนเทนต์หวีดนี้ขึ้นมา
    เรื่องความดีงามของบท ไดอะล็อก ฉากเสื้อผ้าหน้าผม เราจะขอข้ามไป เพราะด้วยฉันทคติหรือความรักใคร่ที่มีต่อเรื่องนี้สิ่งที่บรรยายออกมาคงจะมีแต่การอวย 555
    ก็เลยจะขอรวบรัดตัดตอนกล่าวถึงตอนจบ (อีพีที่ห้าสิบ) โดยเฉพาะ

    .

    เริ่มจากประเด็น “หัวใจของจินกวงเหยาและการถูกสั่นคลอนจิตใจของพี่
    ซีเฉิน”

    จินกวงเหยาเป็นตัวละครที่พื้นเพชีวิตน่าสงสารมาก และเป็นตัวละครที่แสดงความเป็นมนุษย์ได้ชัดที่สุดแต่เรากลับไม่ค่อยรู้สึกสงสารเขาเท่าไรนัก เราไม่ได้เกลียดเขาแต่ก็ไม่เอาใจช่วยเขา
    เรียกว่าเป็นตัวละครที่เราเพียงแค่เข้าใจเหตุผลที่เขาทำไป แต่เราจะไม่พยายามเห็นด้วยกับเขา

    ทว่าสิ่งหนึ่งที่คลุมเครือแต่ก็ชัดมากคือความรู้สึกที่จินกวงเหยามอบให้ประมุขหลานของเรา
    ถึงมันจะซับซ้อนและเคลือบไว้ด้วยความไม่น่าเชื่อใจ และก่อนที่เขาจะไปก็ได้ทิ้งคำพูดที่แสดงถึงความแค้นเคืองนิดๆ เจ็บใจที่อีกฝ่ายไม่เชื่อใจกันได้ลง แต่สุดท้ายเขาก็เลือกแสดงออกว่าอย่างน้อยตัวเองก็มีหัวใจรักใครสักคนเป็น และไม่มีวันทำร้ายคนที่ตัวเองรัก

    ขณะเดียวกันเราก็ไม่สามารถโทษพี่ซีเฉินได้ว่าทำไมเสี้ยวเวลาสุดท้ายถึงได้ทำเช่นนั้น
    เช่นเดียวกับที่ไม่ควรโทษน้องเนี่ยแม้ว่าทางที่น้องเลือกมันก็ไม่ใช่ทางที่บริสุทธิ์นักก็ตาม เพราะความเจ็บปวดของน้องก็ไม่ได้น้อยไปกว่าใคร

    สิ่งไหนขาว สิ่งไหนทำไม่อาจแบ่งแยกได้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับใจคนทั้งสิ้น อาจเป็นเพราะหลานซีเฉินยึดถืออยู่กับสิ่งนี้ ตลอดมาถึงได้ยอมรับจินกวงเหยาและเชื่อใจจินกวงเหยามาตลอด เพียงแต่เมื่อได้รับรู้เหตุผลและความจริงหลายอย่างก็ทำให้ความเชื่อมั่นนั้นแกว่งไกวไปเอาจริงๆ ส่วนตัวในอีพีนี้ต้าเกอของเราน่าจะอยู่ในสภาพช็อก จิตใจเขาอ่อนแอมากเมื่อรับรู้ว่าคนที่ตนเองรักและเชื่อใจทำอะไรไปบ้าง
    มันจึงเกิดความตะขิดตะขวงและไม่ไว้ใจขึ้นมา ตอนนั้นถึงได้ทำแบบนั้นลงไป

    ทว่าสุดท้ายเขาก็ต้องทุกข์ทนอยู่กับการสูญเสีย เรียกได้ว่าเป็นโศกนาฏกรรมความรักเลยสำหรับคู่นี้

    .

    ฉากที่เสียน้ำตาหนักมาก ร้องไห้เป็นเข่งก็คือ “เหตุใดเจียงเฉิงถึงเสียจินตานไป”

    ตอนที่ดูเราไม่เคยคิดโทษอาเฉิงหรือต่อว่าเพราะเข้าใจการกระทำของน้อง เข้าใจว่าความปากร้ายเอาแต่ใจที่น้องทำไปมันสวนทางกับสิ่งที่อยู่ในใจและเป็นการปกป้องตัวเอง
    ความสัมพันธ์ของพี่น้องสกุลเจียงเป็นอะไรที่สั่นคลอนหัวใจเราได้ดีมาก อินหนักสุดๆ ในแต่ละซีนที่ซีรีส์
    นำเสนอ ความสัมพันธ์ของบ้านนี้มันเริ่มจากแน่นแฟ้น พวกเขาสามคนรักกันมาก แต่มันก็ค่อยๆ พังลง
    ทีละนิด ทีละน้อย...

    เราคิดว่าเราร้องไห้มากพอแล้วสำหรับคู่นี้ แต่พอรู้ว่าน้องเฉิงเสียจินตานไปเพราะอะไร น้ำตาก็พรั่งพรูออกมาอย่างห้ามไม่ได้อีกทำนบ!
    การที่เจียงเฉิงเลือกที่จะเก็บความลับนี้ไว้กับตัวเอง ตรงนี้เราว่าเป็นเหตุผลเดียวกับเว่ยอิงที่ไม่บอกเรื่องสละจินตานกับเจียงเฉิง เราว่าสองพี่น้องต้องมีสภาพไม่ต่างกัน
    เป็นคู่ที่เสียน้ำตาหนักมากๆ และเจ็บใจที่ความสัมพันธ์ของเขามันไม่อาจกลับไปอยู่ในจุดเดิมได้อีกต่อไป  แม้ว่าเขาจะปรับความเข้าใจกันแล้วก็ตาม

    สกุลเจียงและพี่น้องแห่งอวิ๋นเมิ่งเรียกน้ำตาได้ตลอด เว่ยอิงรักอาเฉิงมาก อาเฉิงก็รักเว่ยอิงมาก และพี่เยี่ยนหลีก็รักน้องทั้งสองเช่นเดียวกับที่น้องทั้งสองรักพี่เยี่ยนหลีสุดหัวใจ
    การสูญเสียของสกุลเจียงเป็นอะไรที่ไม่อาจฟื้นฟูกลับมาให้เป็นรูปแบบเดิมได้อีกแล้ว ฮือออออออ

    .

    ซีรีส์ทิ้งจังหวะปาดน้ำตาให้เราไม่นานจากนั้นก็ทิ้งระเบิดลงมาอีกด้วยประโยค “ข้าคืออาเยวี่ยน”

    การเลือกเล่าเรื่องโดยใช้ภาพอดีตสลับกับปัจจุบันกับฉากนี้มันแอ็ตแท็กมาก ดึงเราเข้าไปอยู่ในเรื่องจนน้ำตาไหลไม่หยุด (ฮือออออ) แต่ก็มีฉากให้ยิ้มเหมือนกันตอนที่หลานซือจุยระลึกว่าเว่ยอิงเคยสอนอะไรไว้บ้าง ก่อนกลับมาร้องแบบสะอึกสะอื้นตอนเจ้าเด็กหัวไช้เท้าลงไปกอดขาเว่ยอิง โฮฮฮฮฮฮ

    เด็กคนนั้นเติบโตมาได้ดีขนาดนี้ เด็กคนนั้นที่เป็นสีขาวในช่วงเวลาที่มืดหม่นของเว่ยอิงและคนในล่วน-
    จั้งกังเด็กคนที่เลี้ยงมากับมือ (แม้จะด้วยวิธีปลูกลงดินก็ตาม) เว่ยอิงจะต้องภูมิใจในตัวน้องมากๆ แน่นอน

    .

    หลังจากเวินหนิงและหลานซือจุย (หลานเยวี่ยน / เวินเยวี่ยน / หัวไช้เท้าบอย) บอกลาก่อนเดินทางกลับไปสร้างหลุมศพคนสกุลเวิน ก็มีฉากที่ทำให้สะอึกนิดหนึ่ง
    เมื่อเว่ยอิงชวนหลานจ้านออกเดินทาง ถามว่าจะไปที่ไหน แต่เพื่อนรักก็ไม่ตอบแถมยังทำหน้าเหมือนจะไม่ไปด้วยอีกต่างหาก ซึ่งตรงนี้มันชัดเจนมาก...

    หน้าเว่ยอิงแสดงออกชัดเจนว่าเสียใจและไม่เข้าใจที่หลานจ้านทำแบบนั้น

    ก่อนเรื่องจะเฉลย เมื่อภาพตัดไปที่อวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่ (ไม่สามารถพิมพ์โดยไม่ดูได้เลย เศร้าใจ) และใช้การเคลื่อนกล้องหมุนไปมาเพื่อให้รู้สึกว่าเวลาผ่านไปนาน
    สรุปก็คือที่พี่ปฏิเสธน้องอิงในฉากก่อนหน้าก็คือ
    ไม่ไปที่อื่นกลับไปรักษาตัวก่อน
    ในฉากที่อยู่กูซูตามมุมมองของเรามันสื่อความสัมพันธ์ของทั้งสองคนชัดมาก ชัดม้ากมาก (แต่ก็สามารถตีความไปอีกทางเพื่อหลอกกองเซ็นเซอร์ได้)

    พี่วั่งขึ้นเป็นเซียนตู น้องอิงก็เป็นฟูเหรินหรือเมียเซียนตูอย่างแน่นอนไม่ต้องสงสัย เขายืนข้างกันตลอดและเว่ยอิงเป็นคนพูดกับน้องเนี่ย โดยคำพูดก็สื่อถึงความเป็นคนใน (ตระกูล) มากๆ มีความเป็นเจ้าบ้านสูง ตรงนี้ก็เลยเป็นฉากที่เรากรี๊ดหนักมาก ไม่ไหวแล้วแม่ เค้าแต่งงานกัน! (ขอแอบหวีดพี่วั่งหน่อยพอขึ้นไปเซียนตูแล้วพี่ทวีความหลัวแบบไม่บันยะบันยังเลย เยี่ยมจริงๆ เยี่ยมจริงๆ เยี่ยมจริงๆ)

    ในวินาทีที่เฉลยเรื่องคำอธิษฐานของหลานจ้านการปล่อยโคมครั้งนั้นทำให้เราประทับใจมาก

    ไม่มีคำบอกว่ารักเลย แต่เรารู้สึกได้ว่าหลานจ้านประทับใจความคิดของเว่ยอิงและรู้สึกตกหลุมรักน้องมาตั้งแต่ตอนนั้น ถึงได้อธิษฐานเหมือนกัน ให้สัญญากับอีกฝ่ายกลายๆ ว่าจะร่วมกำจัดคนชั่วและช่วยเหลือ
    ผู้อ่อนแอไปด้วยกัน
    เป็นการให้สัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างเว่ยอิงตลอดไป (แม้พี่วั่งจะอธิษฐานในใจก็ตาม)



    หันกลับมา...คือเจ้า ตอนจบปลายเปิดที่ทำให้ตีความได้ล้านแปด

    หลังรักษาตัวเสร็จหลานจ้านขึ้นเป็นเซียนตู ซีรีส์ละการเล่าเรื่องบางอย่าง และคล้ายว่าจงใจการเล่าเหตุผลที่ว่าทำไมเว่ยอิงถึงออกไปท่องยุทธภพและหลานจ้านไม่ได้ตามไป

    ตรงจุดนี้สามารถตีความได้หลายทางมาก แอบไปดูที่มีแฟนฝั่งจีนเอาตอนจบมาเรียงไทม์ไลน์ แล้วพบว่าแบบนั้นมันเข้าข่ายและสมเหตุสมผลมาก แต่ก็จะขอพูดในมุมมองของเราที่ดูจากการเรียงลำดับภาพใน
    ซีรีส์นะคะ

    นิสัยของเว่ยอิงไม่มีทางอยู่กับที่ได้นานๆ น้องมีความรักอิสระมาก แม้กฎของสกุลหลานที่เขียนเพิ่มขึ้นมาพันข้ออาจจะมีข้อที่เอื้อประโยชน์ให้อาอิงของเรา แต่คนรักอิสระก็ต้องเบื่อกันบ้าง ดังนั้นน้องถึงตัดสินใจออกท่องยุทธภพช่วยเหลือคนอื่นๆ

    เหตุผลที่หลานจ้านไม่ไป ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าหลานจ้านรับตำแหน่งเซียนตูมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ทั้งที่ใจจริงเขาก็ไม่ได้อยากให้น้องไปคนเดียว สังเกตได้จากความอาลัยอาวรณ์ตอนที่บอกลากัน ทั้งฝั่งพี่และฝั่งน้องมันชัดเจนมาก (นักแสดงใช้สายตากันเก่งมากจริงๆค่ะ ขอชื่นชม) แต่พี่มีแผนเตรียมไว้แล้ว เหมือนที่พี่คิดชื่อเพลงไว้ตั้งแต่วันนั้นที่แต่งเพลงให้แล้ว ดังนั้นถึงได้ยอมปล่อยน้องไป
    ตรงนี้หลายคนอาจจะรู้สึกขัด เพราะหลานจ้านที่สูญเสียคนสำคัญไปถึง 16 ปี ไม่มีทางที่จะยอมปล่อยให้น้องอยู่ห่างสายตา
    แต่ส่วนตัวเรากลับไม่ขัด รู้สึกว่าพี่เขาวางแผนอนาคตไว้แล้ว แค่ปล่อยน้องไปเที่ยวเล่น ด้วยความที่เข้าใจความเป็นเว่ยอิงมากๆ (ตามใจทุกอย่างแล้วค่ะคุณ รักมาก) แล้วตัวเองกลับไปสะสางเรื่องราวต่างๆ เพื่อปูทางไว้ให้อิงตอนกลับมา เผลอๆ ระหว่างที่น้องท่องยุทธภพอาจจะไม่ได้ห่างสายตาพี่ขนาดนั้น เป็นถึงเซียนตูอะเนาะ เรื่องอะไรก็ต้องมีคนรายงานอยู่แล้ว (อันนี้คิดแบบเข้าข้างตัวเอง)
    ประมาณว่าเขารู้อยู่แล้วว่าต้องได้กลับมาเจอกัน น้องก็ไม่ได้บอกว่าตัวเองจะไม่กลับมาแล้ว

    .

    ซีรีส์ทิ้งระหว่างบรรทัดไว้เยอะมากให้เราไปจิ้นกันเอาเองว่าช่วงเวลาที่เขาไม่ได้เจอกันมันนานแค่ไหน

    ที่แน่ๆ คือไม่ใช่พี่วั่งเดินแยกแล้ววิ่งกลับมาหาน้อง เพราะเสื้อผ้าเปลี่ยนไป

    น้องอิงเป่าขลุ่ยเพลงที่พี่แต่งให้อยู่บนเขาลูกเดิมอย่างเหงาๆ สื่อให้รู้ว่าคิดถึงใครบางคนมาก กำลังรออยู่นะ

    ในจังหวะนี้เอง...เสียงเรียก เว่ยอิง’ ของคนที่คุณรู้ว่าใครก็ดังขึ้นเท่านั้นแหละ เรานี่หึตามหวังอี้ปั๋วเลยครับ ตามด้วยกรี๊ดแตก

    เราประทับใจงานสายตาของจ้านเกอมาก
    ตอนที่
    หันกลับมา’ แล้วรู้ว่า เป็นเจ้า รอยยิ้มและสายตาเว่ยอิงได้บอกทุกอย่าง...
    ว่าคนที่เขาหันกลับไปเจอเป็นใคร บอกว่าเขาคิดถึงคนคนนั้นขนาดไหน และดีใจแค่ไหนที่ได้พบกันอีกครั้ง

     .

    แม้ว่าซีรีส์จะไม่ได้ให้ซีนตรงๆ แต่ฉากจบมันเก็ตสึโนว่ามากๆ...ปลายเปิดที่เป็นปลายปิด

    แฮปปี้เอ็นดิ้งค่ะ สามีมารับภรรยากลับบ้านแล้ว!

    ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตอนนี้ค่ะ กว่าจะเดินทางมาถึงตอนจบ เราต้องผ่านอะไรกันมามาก
    เฝ้ารอวันจันทร์ เสียน้ำตา หิวน้ำแกง
    ประทับใจกับบทประพันธ์มาก สิ่งที่เขาต้องการจะสื่อ การถ่ายทอดแง่มุมความคิดในเรื่องความเป็นมนุษย์เป็นอะไรที่ชัดมาก มิตรภาพลูกผู้ชายก็เช่นกัน
    ซีรีส์เก็บรายละเอียดที่เป็นสัญลักษณ์สื่อความหมายได้ดีมาก ตามเก็บกันสนุกเลยทีเดียว
    ที่สำคัญคือเสียงดี มุมกล้องสวย โทนสีสวย คอสตูมงาม และอื่นๆ ที่อยากจะอวยอีกมากมาย

    สรุปก็คือเป็นซีรีส์ที่ดูแล้วประทับใจมากเรื่องหนึ่ง และคงตราตรึงใจไปอีกนาน

     

    เราจะไม่มูฟออนแต่จะกลับไปดูอีพีหนึ่งใหม่

    ขอบคุณค่ะ

     

     

    ของแถม (สปอยล์ Goblin)
    สำหรับใครที่เคยดูซีรีส์เกาหลีเรื่องก็อบลินขอเม้าท์ว่าตอนจบของเรื่องปรมาจารย์ลัทธิมารกับเรื่องนี้มีรูปแบบที่คล้ายคลึงกันมากแต่ก็
    แตกต่างกันเช่นกัน ฉากจบในพื้นที่กว้าง เป็นการรอคอยของตัวละครและการกลับมาเจอกันของตัวละครเหมือนกัน
    ก็อบลินเป็นปลายปิด เล่าโต้งๆว่านางเอกกับมาเจอพระเอก ซึ่งถือว่าแฮปปี้เอ็นดิ้ง แต่ก็สามารถคิดแบบปลายเปิดต่อไปได้ว่าพระเอกกับ
    นางเอกจะกลับมาเจอกันได้อีกแค่สามชาติเท่านั้นนางเอกจะไม่เกิดอีก แต่พระเอกจะต้องมีชีวิตอยู่ตลอดไป ซึ่งก็คล้ายๆ ว่าเป็นแบดเอ็นกลายๆ
    ขณะเดียวกันปรมาจารย์ลัทธิมารกลับเล่าตอนจบแบบคลุมเครือเป็นปลายเปิดที่เหมือนจะแฮปปี้ไม่สุด ไม่เห็นตัวละครว่าเขากลับมาเจอกันจริงๆมีเพียงเสียงเท่านั้น แต่หากคิดต่อไปแล้วก็จะพบว่าเขาได้กลับเคียงข้างกันซึ่งมันแฮปปี้กว่าอีกเรื่องมากๆ

     

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in