
เธอ..(ในอนาคต)จ๊ะ
ได้ดู zootopia หนังใหม่ของ Disney แล้วแหละ
เรื่องราวย่อๆ โลก zootopia เป็นเหมือนโลก dystopia; เทคนิคที่เค้าใช้สร้างโลกจำลองที่หนังดังๆ หลายเรื่องชอบใช้ แต่นี่ไม่ได้เปลี่ยนสถานการณ์ป่วงๆ แบบที่ hunger game หรือ divergence ทำกันหรอกนะ ... เค้าแทนโลกใหม่ด้วยสัตว์หลายชนิด
แน่นอน นัยยะที่มันเร้นเข้าไปคือการใช้ ลักษณะพ้อง ของแต่ละสัตว์ประกอบแทนมนุษย์แต่ละแบบ
เรื่องมันตั้งโจทย์อยู่ที่ Hop กระต่ายน้อยขนฟู มีความฝันอยากจะเป็นตำรวจ แต่ด้วยภาพลักษณ์ขนฟูน่ารัก และลักษณะเป็นผู้ถูกล่า เธอจึงเหมือนไม่เหมาะกับสิ่งที่โลก zootopia ต้องการ ไม่มีใครอยากให้เธอเป็นตำรวจ เพราะไม่ใช่สังคมของกระต่าง ...ถึงแม้ว่าคำขวัญ zootopia คือ เป็นทุกสิ่งได้อย่างที่ใจเธอต้องการ
คุ้นๆไหม ... เหมือนที่เราพูดกันด้วยลมปากว่า
ประชาธิปไตย คนทุกคนเท่าเทียมกัน?เรื่องค่อยๆ เพิ่มความท้าทายให้ฮอปทำคดีสัตว์ผู้ล่าหายสาปสูญไปสิบสี่ตัว และก็เป็นอย่างดิสนีย์ มีฉากสนุกสนานขำขันไปเรื่อยๆ ผ่านด่านภารกิจให้ลุ้น และคลี่คลายด้วยความสามารถของฮอป
เราสนุกกับมันเหมือนที่เคยเป็นกับ Inside out และ Up ไม่ได้แตกต่างอะไร
แต่สิ่งที่เราชอบคือ ประเด็น "รู้หน้าไม่รู้ใจ" และ "ด่วนตัดสิน"คนจากภายนอกนี่แหละเธอเอ๋ย
..........เมื่อเร็วๆ นี้แหละเธอ ตอนที่จะต้องทำงานราวน์วอร์ด จะต้องมีrotateหนึ่งที่เราต้องวนกับอาจารย์ผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ที่คนส่งต่อกันมาว่า ท่านดุ ท่านเข้มงวด ท่านนิสัยใจคอแย่มาก ตอนนั้นเรากลัวและไม่อยากไปทำงานถึงขนาดโรคปวดท้องกำเริบ เรายอมรับว่าประสบการณ์ในอดีตสอนเราให้ระวังมนุษย์เหล่านี้
แต่การทำงานก็ผ่านมาได้ ผ่านไปสองวันฉันและอาจารย์อาวุโสท่านดังกล่าวเข้าขากันได้ดี ความสนุกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนฉันอดด่าตัวเองไม่ได้ที่คิดแทนตัวเองและตีตนไปก่อนไข้
ในทางกลับกัน หลายคนที่ฉันเจอ ต่อหน้าเป็นคนดี ลับหลังก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่ .... กว่าจะรู้นิสัยใจคอ ฉันก็เสียน้ำอกน้ำใจไปมากเท่าไหร่ก็ไม่รู้
แม้แต่ตัวฉันเอง ในสายตาคนอื่นๆ หลายคนก็มองฉันเป็นคนไม่ดี ...เหมือนหมาจิ้งจอกที่ถูกตีตราว่าเจ้าเล่ห์ไร้คุณค่าความดีงาม
ใน Zootopia มีตัวละครที่ฉันชอบมากอยู่หนึ่งตัว คือ ตัวละครสิงห์โต กับ ป้าแกะ ...ที่ทั้งคู่มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่ไม่เหมือนกัน ตอนสุดท้ายของเรื่องนี้อดทำให้ฉันคิดถึงสถานการณ์การเมืองในบ้านเมืองนี้ไม่ได้ ต่างคนต่างพูดในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ ... และมันเจ็บปวดมากที่เราอนุญาตให้ทำเรื่องเลวร้ายในนามของความดี ...
การสร้างผู้ร้าย (bad guy) เพื่อให้ตัวเองเป็นคนดี ง่ายกว่าการสร้างความดีใหม่ ใช้พลังของหัวใจ และการเสียสละมากกว่า
แต่อย่างว่า สังคมที่มีผู้ร้าย...ปกครองง่ายกว่าสังคมที่ไม่มีผุ้ต้องหาให้เราหวาดกลัว
ความกลัว...เป็นเครื่องมืออันทรงพลานุภาพที่สุดในการปกครอง.....
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
Log in