ฉันรักหนัง แล้วหนังรักฉันไหม?Dominicky
ย้อนวัยปี1 ep 2
  • ตอนที่แล้วเราเล่าถึงเพื่อนนามสมมติ จจ ที่ร้องไห้ไปกับวิชา Visual Art 1 ที่เริ่มด้วยการเรียกมันว่าวิชาDrawing(วิชาวาดเส้น) การเรียนวิชานี้ที่อยู่ในมหา'ลัย ไม่ใช่ติวเตอร์ เราจะไม่มีทางมีเวลาspendtimeกับมันได้นานเพราะเป็นเพียงพื้นฐานต่อยอดไปยังการเรียนตัวอื่นๆในวิชานี้ วันนี้จะไม่มีเม้าท์มอยอะไรเกี่ยวกับเพื่อนแบบตอนที่แล้ว แต่ว่าจะเข้าสาระมากกว่าเดิมหน่อย 

     

    ก็เจ้าวิชาที่ชื่อว่าVisualArt นี่แหล่ะที่จะเรียนเกี่ยวกับเหล่าองค์ประกอบศิลป์ตั้งแต่เหลาดินสอEEไปยันตอกตะปูทาสีเย็บผ้าล้างแปรงซ่อมของเก่ารีโนเวทบ้านร้างลุยแดดขุดดินทรายทำระเบิดเผาป่าแบกหินฯลฯเวอร์ป่ะ? 5555 แต่เราขอบอกก่อนเลยว่านี่เรื่องจริง

     

    หากคุณยังจำได้ว่าตอนที่แล้วที่เราบอกว่าวิชานี้จะเปลี่ยนชื่อวิชาไปเรื่อยๆตามชิ้นงานที่ได้มอบหมายมาเริ่มที่วิชาแรกที่เราได้เริ่มความทรมาณกันซึ่งก็คือDrawing

     

    Drawingคือวิชาวาดภาพพื้นฐานเราจะได้เริ่มตั้งแต่ขึ้นพวกปริซึมข้าวของเครื่องใช้(หลากหลายพื้นผิว)หุ่นเหลี่ยมและก็ไปจนวาดคนจริง


     




    บรรยากาศตอนเรียน

     

    อันนี้งานเราเท่าที่หารูปมาได้ไว้เจอเพิ่มจะเอามาลงให้ดูกันเพื่อที่จะได้รู้กันว่าไม่จพเป็นต้องฝีมือเทพปรมาจารย์เซียนหกพิภพกังฟูอะไรขนาดนั้นแค่พยายามและก็ตั้งใจพัฒนางานมากพอครูก็จะเอาใจช่วยและก็ให้คำแนะนำเสมอๆ

     

    เพราะเราเองก็ได้คะแนนไม่เกิน7/10มาตั้งแต่งานแรกๆแต่พอเริ่มวาดเรื่อยๆเรื่องแสงเงาสัดส่วนมันจะเริ่มตามมาเองแบบคงเพราะเกิดจากการฝึกฝนเรื่อยๆแถมถึงเราจะไม่ได้เป็นพวกวาดเก่งมากๆแต่ก็จะมีคนที่วาไม่ได้เลยเวลานัดกันที่หอเพื่อนสักคนเพื่อเอางานไปทำก็จะช่วยเหลือกันเราได้ฝึกตัวเองเพิ่มขึ้นเพราะเหตุผลนี้ด้วยแหล่ะมั้ง

    ต่อจากวาดขาว-ดำก็จะเป็นงานสีแค่งานนี้เป็นงานแค่ช่วงเดียวเน้นขายคอนเซปและก็การจัดองค์ประกอบหลัก

     


     

     

    ปล.อันนี้งานเพื่อนคือโหดสัสรัสเซียมากที่เรานำมาก็คือถูกนำไปติดบอร์งานที่ถูกติดบอร์ดจะเป็นงานที่9คะแนนขึ้นไปมีทั้ง9และ10คะแนนจ้า(ที่จริงมีอีกราวๆ5-6งานแต่อันนี้คือของเพื่อนกลุ่มเรา+โขมยมาอีกงานนึง)งานเพื่อนคนอื่นก็คือดีมากๆเพราะนี่เป็นสีไม้แต่ขนาดกระดาษA2 ย้ำว่าA2นาจาาามันเมื่อยมือมากๆเลยนาจานายจ๋าาา

     

    อย่างว่าแหล่ะมันเมื่อยมาก  แต่แรงความพยายามของและไม่ย่อท้อ



    อันนี้งานเราแบบงงมากเพราะตอนส่งคือเขาติอะไรสักอย่างแล้วเราส่งข้างๆไอ้คนที่เป็นรููปพญาครุฑนั่นด้วยตอนนั้นคิดในใจว่างานกูด้อยมากค่ะอีด๊กแต่พองานได้ขึ้นบอร์ดก็รู้สึกได้ถึงคำว่า"พัฒนา"และก็"กำลังใจ"มากๆเหมือนนอกจากเราต้องรอให้เวลามันขัดเกลาความพยายามของเราแล้วก็คือต้องรอให้เวลามันShine Brightด้วย <3

  • ต่อมาๆ เราก็เจอวิชาเดิม เพิ่มเติมคือเปลี่ยนชื่อ

     

    ครั้งนี้ เราเรียกวิชานี้ไม่เหมือนกัน โดยมี4ชื่อ

    มึงๆ ต่อไปเรียนไรวะ

    ไม่น่าจะเรียนว่ะ ครูเขาปล่อยให้ทำโนแลน

    เออว่ะ กูต้องไปซื้อของทำฮิตช์ค็อต

    เออ ทิม เบอร์ตันแม่งเริ่มไปและ กลุ่มกูยังไม่ทาสีไม้พื้นหลังเลย

    มึงกลุ่มไรวะ

    อ่อ กูคุโรซาว่า

     

    อ่ะ งงใหญ่ แต่ถ้าใครเป็นคอหนังนี่ไม่น่าจะเดายากว่าชื่อเหล่านี้หมายถึงอะไร

    โจทย์ใหม่ครั้งนี้เป็นงานกลุ่มครั้งแรกในวิชานี้เลยก็ว่าได้เราได้แยกกับเพื่อนกลุ่มเราจริงๆครั้งแรก (แต่มี จจ มากับเราด้วย)เลยได้ลองทำงานกับเพื่อนๆคนอื่นในสาขาเป็นครั้งแรก(ที่เกี่ยวกับงานเรียนนะ)

    งานคือ portrait จากวัสดุที่บ่งบอกถึงคนนั้นๆซึ่งบุคคลที่เราได้ให้มาเป็นโจทย์ในปีนี้ มี

    คริสโตเฟอร์ โนแลนด์

    อัลเฟต ฮิตช์ค็อต

    ทิม เบอร์ตัน

    อากิระ คุโรซาว่า


    แต่ละกลุ่มหลังจากได้โจทย์ ก็จะมีการทำการบ้านหลักๆเลยก็คือต้องไปทำความรู้จักผู้กำกับคนนั้น แนวหนังของเขา ความคิดของเขา แล้วเราจะใช้วัสดุอะไรในการมาทำเป็นรูปใบหน้าของเขา จากนั้นก็เอาไปพรีเซ้นต์ ใครผ่านก็เริ่มทาสีแผ่นไม้เป็นพื้นเตรียมสร้างงานได้เลย

     

    นี่ก็เอารูปเพื่อนๆจากตอนนั้นที่ใช้มือถือเครื่องเก่ามาถ่าย และก็ได้จากเพื่อนมาด้วย


    คือไม่แน่ใจนะว่าเราจำได้แม่นขนาดนั้นมั้ย แต่งานนี้ใช้เวลาราวๆ3อาทิตย์ได้ รวมตั้งแต่เริ่มทาสีไม้ที่เอามาเป็นพื้นติดวัสดุ หาของ ปะติด กลางวันเรียน เย็นกลับหอ อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อ หาข้าวกิน แล้วก็ค่อยทำต่อ บางคนก็ข้ามขั้นตอนอาบน้ำไปเลย 555555 เพราะขยัน? เปล่าจ่ะ ขี้เกียจกลับหอ อยู่ตั้งแต่เช้ายันเช้าอีกวันเพื่อทำงาน

    มันก็จะมีคนที่ทำกับไม่ช่วยทำเป็นธรรมดาของโลก แต่ก็จะน่าสงสารไอ้คนที่ทำตั้งแต่ต้นจนจบไม่ได้หลับไม่ได้นอนหน่อย อย่างกลุ่มที่เป็นลวดๆอันนั้นก็เริ่มทำแรกๆแต่เสร็จเกือบกลุ่มสุดท้ายได้ ส่วนกลุ่มที่มีคนใส่เสื้อบอลสีชมพูนั่นก็ทำไปได้ครึ่งทางก็โดนสั่งลื้อทำใหม่ ด้วยเหตุผลที่ว่าพวกคุณไม่ได้ทำตามแบบที่ตกลงกับผมไว้” (อาจารย์กล่าวไว้) แบบ ตอนเพื่อโดนสั่งรื้อคือหน้ากูเหวอมากอีบ้าอีบอ กลุ่มกูนี่presentไป2รอบได้ กว่าจะได้เริ่มงาน โดนแก้ขึ้นมากูจะกรี๊ดให้ไฟลุกโชนเลยคอยดู

     นอกจากจะนอนน้อยแล้ว ก็ยังจะเสี่ยงโรคภัย ทั้งยุงกัดแมลงต่อย วิงเวียนศีรษะหน้ามืด โรคกระเพาะ(เพราะกินข้าวไม่ตรงเวลา) แผลจากการทำงาน กลุ่มที่ใช้กาวนี่ก็ไม่รู้ว่าระบบประสาทกับโพรงจมูกอะไรจะพังก่อนกัน กลุ่มคุโรซาว่า(ที่มีสีแดงเยอะๆ) ใช้กาวหัวหมา เห็นช่างบอกว่ามันเป็นกาวที่ใช้ปะยางรถยนต์เพราะมันเหนียวดี เหนียวดีจริง แต่กลิ่นนี่อื้อหือมาก ที่หัวเราะกันทั้งวันนี่เพราะนอนน้อยจนเป็นบ้าหรือเพราะกาวจากกลุ่มนี้ก็ไม่รู้

     

    เมื่องานเสร็จแล้ว ทุกคนก็บอกลามันด้วยสีหน้าอิดโรยกันแทบทุกคน แล้วก็มีการทำสัญลักษณ์ติดงานกันเพื่อให้โลกรู้ว่าเสร็จแล้ว แต่ในนั้นมีความหมายแฝงว่าพอแล้วอีสัส

    หารูปเจออันเดียวนอกนั้นก็ประมาณนี้555555

     

      และก็จบวิชาVisual Art 1ได้ดี แบบถามว่าเหนื่อยมั้ยในช่วงเวลานั้นสำหรับปี1ของเราถ้าในตอนนั้นตอบได้เลยว่าเหนื่อยมากกกกมากจนขี้เกียจพิมพ์ว่าเหนื่อยอยากจจะพิมพ์แค่เหน่ยเพราะขกพิมพ์มากๆๆๆอดนอนมาเยอะแต่ครั้งนี้เยอะกว่าครั้งไหนเพราะว่าเป็นงานที่โดนสั่งช่วงfinalพอดีคณะอื่นก็จะนั่งกกกันที่ห้องสมุดหรือแบบตามที่ที่เขาจะมีติวหนังสือกันคณะอย่างพวกเรามันไม่มีอะไรให้อ่านหรอกเหมือนจะสบายนะแต่เปล่าเลยทรมาณพอกันนั่งถอนหายใจกันคนละเฮือกสองเฮือกบ้างก็สามสี่ห้าหกเจ็ดแปดเฮือกเพื่อนดูล้าแต่ก็ยิ้มหัวเราะกันตั้งแต่ทำงานยันส่งงานคือมันทั้งทุกข์เพราะไม่ได้พักแต่ก็สุขที่ได้ทำอะไรใหม่ๆต่างจากตอนมัธยมมากๆ

     


  • เราก็เลยเก็บช็อตเด็ดที่แสดงความเหนื่อยล้าให้ได้ดูกัน

    อันนี้ตอนไปช่วยกันทำดรอว์อิ้งอีที่นอนพื้นคือเจ้าของห้องเพราะได้นอนคนสุดท้าย

    อันนี้คือมึงตื่นมาทำอีที่อยู่บนหัวมึงก่อน

     

    อีนี่ก็ด้วยตื่นมาทำงานตรงหน้ามึงก่อน

     

    ทำทุกที่ให้เป็นเตียงนอน

     

    ให้เขารู้ไปว่าใครคือนักล่าฝัน

     

    บันไดมันแคบ ต้องแบ่งกันนอนทีละขั้น

     

    จนเพื่อนต้องลงไอจีเพื่อเป็นการตักเตือน


    เราไม่เกี่ยงแม้ไม่กวาด ไม่สะอาดก็นอนได้


                                                    จองโต๊ะให้เพื่อนทั้งที ไม่เห็นต้องทำขนาดนี้

    ก็อปวางกันเลยทีเดียว

     

    จริงๆมีอีกเยอะมาก 5555 แต่หลายคนก็น่าจะเคยเห็นอะไรแนวนี้จากพวกเด็กถาปัตย์ตามเพจแหล่ะ แต่ใครจะไปคิดว่าเด็กนิเทศศิลป์ สาขาภาพยนตร์ต้องมาเจออะไรแบบนี้ที่ไม่ต่างไรจากเด็กตัดโม พอเราเอากลับมาเล่าและก็มองย้อนดูรูปเหล่านี้ก็แบบ เออ ตลกว่ะ ปีหนึ่งงานเยอะแต่ไม่เครียดเท่าตอนนี้เลย เทียบความเครียดแล้ว ไม่มีทางมาล้มตอนนี้ได้แน่นอน

      ก็อยากจะบอกผู้อ่านทุกคนว่า เราทุกคนที่ทำงานกันมามันได้อะไรหลายอย่างมาก ทั้งในแง่ดีและแง่ไม่ดี อย่างเช่น คนที่ทำงานกับไม่ทำงาน บางคนที่ไม่ช่วยงานเพื่อน เขาอาจจะยังไม่ถนัดอะไรหรือเขาไม่กล้าเข้าหาเรารึเปล่าหรือเหตุผลอื่นๆก็ตาม เรื่องนี้เป็นอะไรทีถ้าไม่อยากคาใจกันก็ควรจะคุยกัน แต่ถ้าคุยไม่ได้ก็ปล่อยเขาไป(ส่วนตัวเราเองจะไม่ชอบมากๆก็ตาม แต่ก็ต้องทำใจ สัจธรรมโลก ท่องไว้ๆส่วนบางคนที่ทำงาน ก็ทำๆๆ ทำชิบหาย บางทีทำไปผิดก็มี ต้องรื้อทำใหม่ ความขยันอ่ะมันดีแต่ต้องมีความรอบคอบด้วย

      เราก็ไม่ได้เก่งไปกว่าใครหรอก จากที่พิมพ์ๆมาก็คือมีการคุยกับเพื่อน ได้ข้อคิดจากมันบ้าง เรียนรู้เองเจอกับตัวเองบ้าง ประสบการณ์มันสร้างเราอ่ะแหล่ะ ในเรื่องนี้ก็อยากให้เพื่อนๆหรือผู้อ่าน มีกำลังใจทำในสิ่งที่ตัวเองเผชิญอยู่ตอนนี้ แม้จะเหนื่อยมากๆแต่ถ้าเกิดว่าเราเลือกแล้ว จากความรู้สึกที่ว่า “มันใช่” อดทน แล้วเดินหน้า อะไรที่พลาดไป ปล่อยให้มันเป็นเพียงพายุฝนในวันเก่า แล้วเราจะเจอแสงแดดที่สดใสอีกวัน

      และแม้ว่าพายุฝนจะตกหนักใส่คุณทั้งสัปดาห์หรือแดดจะแผดเผาคุณแทนที่จะสดใส ก็ขอให้ยิ้มรับไว้แม้ไม่ได้นอน

     

    ไว้มาเล่าถึง Visual Art 2และ3 กันในตอนหน้าๆ ตอนนี้ยาวมากพอละ 55555 ไว้เจอกันอีกที ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตอนนี้ และฝากติดตามผลงานที่เพจ JO DMN และก็IG @jj_dominicc หรือtwitter ที่ @DominiccJj


    ขอบคุณมากจ้า

                                                                        #หนังรักฉันไหม

    draft : 23/02/2019

    publish : 24/02/2019

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in