ฉันรักหนัง แล้วหนังรักฉันไหม?Dominicky
ย้อนวัยปี1 ep1
  • ปี1เป็นปีแห่งการเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ เป็นการเริ่มเรียนในสิ่งที่เราเลือกที่จะเรียน(หรือเลือกเรียนๆไปก่อนก็ตาม) ช่วงเวลา1ปีการศึกษานี้ก็จะเป็นเหมือนสารตั้งต้นที่จะทำให้เรารู้ว่าที่เรียนๆอยู่เราควรจะไปเวย์ไหน ถนัดอะไร ชอบหรือไม่ชอบอะไร หรืออย่างมากที่สุดคือ ไม่เอาแล้ว และที่เราได้เรียนมาทั้งหมด ขอยืนยันว่าเราเรียนเกี่ยวกับภาพยนตร์ที่เป็นหลักสูตรนิเทศศิลป์ ไม่ใช่นิเทศศาสตร์

      ที่จะมาเล่าในตอนนี้ก็คือวิชาเรียนที่เจอ วิชาแรกที่นับได้ว่าที่สุดของความทรมาณคือวิชาที่ชื่อว่า Visual Art 1 ก็ถามพูดกันตามภาษาไทยก็คือวิชาทัศนศิลป์1นั่นแหล่ะ แต่วิชานี้เราจะเปลี่ยนช่อกันไปตามชิ้นงานที่จะทำกันไปเรื่อยๆ เพราะแต่ละช่วงจะได้งานที่ไม่เหมือนกัน อารมณ์เหมือนเราเรียกชื่องานหรือชื่ออาจารย์แทนชื่อวิชานั้นๆ 
      งานแรกๆที่เจอในวิชานี้คืองานDrawing ซึ่งวิชานี้ของพวกเราก็จะให้วาดรูปหุ่นนิ่งนั่นแหล่ะ เริ่มจากขึ้นโครงทรงพื้นฐาน สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลม ไต่เรื่อยๆไปจนถึงวาดคน ฟังดูอาจจะแบบ ก็น่าจะถนัดกันอยู่แล้วอะไรทำนองนี้ แต่อยากจะบอกว่า บางคนก็ไม่ได้วาดรูปได้ มันก็ต้องใช้เวลาระดับนึง

      แต่ระดับนึงที่ว่านั่นแหล่ะ มันไม่เกิดขึ้นที่นี่....

    สำหรับคนที่เคยเรียนติวพวกวาดรูปเหมือนขาวดำมา จะรู้ว่ากว่าจะไปถึงขั้นที่จะวาดหุ่นคนหรือภาพเหมือนคนได้มันต้องเจออะไรมาบ้าง ทั้งแจกัน แก้ว ไหเล็ก ขวดพลาสติก กาน้ำแบบเซลามิก กาน้ำแบบอะลูมิเนียม มาม่า ห่อหนังสือพิมพ์ ผ้า กระดาษมัน กระดาษด้าน ช้อน ช้อนในแก้ว ช้อนจมน้ำ คือ..วาดแม่งทุกอย่างที่ติวเตอร์จะสรรหามาให้ได้อ่ะ กว่าจะวาดคนได้จริงๆก็แล้วแต่ที่ที่ไปติว ว่าเขาสอนยังไง หรือการพัฒนาศักยภาพของแต่ละคนช้าหรือเร็วแค่ไหน 
    บางคนก็อาจจะไม่ได้ถนัดวาดของ แต่จู่ๆมามาวาดคนดันสวยก็มี แต่ทั้งหมดที่บอกเล่ามาคือคนที่มีพื้นฐานมาพอตัว

      เพื่อนบางคนไม่มี หรือมีไม่มากพอ

    ในตอนนั้น เสียงในหัวดังขึ้นมา

    "กูจะรอดมั้ย?"

    ถึงจะเคยเรียนมา แต่ก็วางมือไปบ้าง บางคนก็ชอบเข้าใจว่า ชอบวาดรูป = วาดรูปเก่ง เฮ้ยย ขอตอบแทนหลายๆคนเลยว่า ไม่จริง ไม่จริงที่สุด คือไอ้ที่ชอบวาดๆเนี่ย มันก็การ์ตูนบ้าง แฟนอาร์ตบ้าง แรงบันดาลใจในการวาดคือผู้ชายหรือ inspiration ส่วนตัวล้วนๆ ตอนสอบเข้าที่นี่ที่มีให้วาดรูปก็ไม่ถึงขั้นดรอว์อิงมันเลยมีทักษะอื่นๆนาๆมาช่วย 
    คลาสแรก เจอแจกันทรงต่างๆนาๆ ก็แบบ เออ พอได้ ก็วัดๆกะๆเอา และก็ลงดินสอเบาๆ 

    เพื่อน นามย่อ จจ
    จจ : มึง เหลาEEยังไงให้มันแหลมอ่ะ
    เรา : เอ่อ... (กำลังคิดคำพูด) เอามานี่มา

    ก่อนอื่นขอแนะนำ จจ ว่า นางเป็นเด็กต่างจังหวัด มาจากเชียงราย สาวเหนือใสซื่อ(ที่ดูอย่างนั้นตอนแรก) พูดกลางยังไม่ค่อยคล่อง มีเรียงคำผิดไปบ้างบางครั้ง แต่เวลาพูดเหนือที คือยังกับthe rapperมากๆ ตั้งแต่รู้จัก จจ ก็ลบภาพที่ว่าคนเหนือพูดเชื่องช้าไปจากหัวทันที
      
    และแล้ว การเหลาดินสอEEให้แหลมนั้น สุดท้ายก็...เหลาให้มัน

    สักพัก...

    จจ : มึง กูต้องเริ่มยังไง
    เรา : อ่อ มันใช้ดินสอยกขึ้นมา ทาบแทนสายตา และก็วัดได้เลย
    จจ : กูทำไม่เป็นอ่ะ...
    เรา : หือ? (งงจริงๆ)
    จจ : กูไม่เคยเรียนวาดรูป 
      ตอนนั้นในใจ เออว่ะ ไม่ได้มีคนวาดรูปเป็นทุกคนแบบพวกนิเทศ สาขา นิเทศศิลป์นี่หว่า แถมเจ้า จจ นี่ก็เด็กรอบโควต้าเรียนดีด้วย มีผลงานด้านที่เด่นพอตัวแต่ไม่ได้มีด้านวาดรูป
      เราตอนนั้นก็ไม่ได้เก่งอะไรมาก เพราะเคยติวนิเทศตอนม.5แล้วก็เลิกเรียนไปปีนึงเต็มๆ งานที่ส่งในพอร์ตหรือทักษะเก่าๆก็มาจากตอนม.5ทั้งนั้น แต่เทียบกับจจที่กำลังทำตาละห้อยแล้ว ก็เข้าใจเลยว่าความรู้สึกของคนที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นยังไง

    เรา : เฮ้ย อย่าไปซีมึง กูก็วางมือมานาน มาเกลาๆกับมึงนี่แหล่ะ
    จจ : อ่าวเหรอ? เออ งั้นช่วยๆกูนะๆ

      จากนั้น จนจบคาบ ก่อนส่งงาน ให้ทายงานใครเสร็จ

    คำตอบคือ ไม่มี

    และที่แย่ที่สุดคือ คนที่ได้แค่โครงเส้นสี่เหลี่ยมคือเรา อีที่อย่างน้อยได้เป็นไหกับแจกันคือ จจ 

      


  • เผื่อนึกภาพตามกันไม่ออก จะลองวาดคร่าวๆให้ดู



    ที่นี่มีคติประจำใจที่ต้องท่องไว้ "งานที่ดี คืองานที่เสร็จ"

    งานที่ถูกเลือกบางงานอาจจะไม่ได้ลงแสงเงาแล้วดูสวยสมจริงที่สุดเท่าคนที่ลงเงาได้แค่อันเดียวแต่ดูสมจริงมากๆ แต่ภาพรวมต้องลงแสงเงาครบทุกอัน ซึ่ง6-7คนที่ถูกเลือกนั้นเขาจะเลือกเพื่อเป็นหัวหน้ากลุ่ม เพื่อเอาไว้ให้ช่วยเหลือเพื่อที่ไม่ได้วาดเก่ง+แบ่งกลุ่มตรวจงานได้

    ช่วยเหลือเรื่องอะไรน่ะเหรอ?

    ก็เพราะใครที่วาดไม่ดีจริงๆ จะมีreject(ทำงานชิ้นนี้ใหม่อีกครั้ง) 

    ตอนนั้นจำไม่ค่อยได้แล้วว่าทำไมมีเพื่อนส่วนนึงไปวาดที่ห้องดรอว์อิง ไม่รู้ว่างานrejectหรือการบ้าน เพื่อน จจ เจ้าเดิมก็โทรมาชวนเราไปวาดด้วย ตอนนั้นเราก็ไม่ได้จะไปวาดหรอก เพราะทำเสร็จแล้ว(เหลือเก็บรายละเอียดนิดหน่อย) แล้วก็รู้ว่าเจ้า จจ มันก็อยากให้ไป
    เราไปถึงก็เห็นว่ามีเพื่อนเยอะไปหมด ทั้งคนที่วาดเป็นแล้วแต่มาฝึกวาดเล่นๆ คนที่มาช่วยเพื่อน และก็คนที่มานั่งเพื่อแก้งานตัวเองให้ส่งได้กัน 

     เรื่องในวันนั้นก็คือ จจ ขอให้เราช่วยสอนขึ้นโครง ดูแสงเงา และก็วิธีลง เราก็ทั้งทำให้มันดู และก็สอนมันเท่าที่จะทำได้ วันนั้นมันมีเพื่อนอีกคนที่มานั่งวาดแล้วช่วยสอน จจ ด้วยกัน ขอเรียกเพื่อนคนนั้นด้วยนามสมมติว่า "สย"
    สย เป็นชื่อตัวย่อของมันในวงการ ไว้จะมาเล่าbackgroundนังนี่วันหลัง แต่วันนี้จะมาเล่าคร่าวๆ ว่ามันทำอะไรกับ จจ 

      จริงๆแล้ว สย ก็เป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกับเราและก็ จจ แต่ว่าช่วงนั้นก็ยังไม่ค่อยคุยกันมาก เพราะเริ่มเปิดเทอมแรกๆ รู้แค่อยู่ๆกลุ่มเดียวกันไว้ก็อุ่นใจดี คุยกันได้ด้วยความชอบคล้ายกัน แต่เพราะอีนี่แรกๆมันพูดน้อย ไม่ได้ช่างพูด ช่างเล่าอะไรมาก และก็เป็นคนไม่อ่อนโยนกับเพื่อนนัก...

    ไม่ใช่ว่าเลวอะไรขนาดนั้นหรอก แต่หลังจากเหตุการณ์นี้นี่แหล่ะ ทำให้มันเปลี่ยนเป็นคนอ่อนโยน

    เราตอนนั้นเดี๋ยวก็มีไปคุยโทรศัพท์หรือไปซื้อของให้เพื่อนนี่แหล่ะ เลยไม่ได้ช่วย จจ ดูงานวาดช่วงนึง และพอเรากลับมาอีกที คือเพื่อนบอกให้รีบเข้าไปดู จจ 

    เพื่อนคนหนึ่ง : มึงๆ เข้าไปดู จจ หน่อย มันจะตายแล้ว

    เราก็เลยเข้าไปดูมัน ปรากฎว่า หน้าตา จจ คือคนที่พร้อมจะเขวี้ยงกระดานวาดทิ้งแต่ก็ไร้เรี่ยวแรงที่แม้แต่จะจับEE เราเดินเข้าไปแล้วยังไม่ทันจะพูดหรือถามอะไร บทสนทนาก็เกิดขึ้นระหว่าง จจ และ สย

    จจ : มึง กูทำไม่ได้ กูต้องแก้ตรงไหน
    สย : เฮ้ยยย มึงก็ดูดิ! ว่ามึงผิดตรงไหน
    จจ : (เงียบ)

    จจ : น้ำตาไหล

    เรา(ที่คิดในใจ) : ชิบหาย...

    จจ : ก็กูทำไม่ได้!!! ฮืออออออ

    อีสัส ทั้งห้องตอนนั้น ไปไม่เป็น เพื่อนแบ่งออกเป็น3กลุ่ม
    1. ทำเป็นไม่รู้อะไร เพราะทำตัวไม่ถูก
    2. เข้ามาปลอบ จจ 
    3. ด่า สย 

    คือ จจ ร้องไห้ไม่หยุด แล้วก็พูดเล่าให้ฟังว่า สย มันกดดันกู กูทำไม่ได้แล้วทำไมไม่พูดกับกูดีๆ บลาๆ คือตอนนั้นเราก็หันไปอธิบายมันแล้วก็พยายามยิ้มให้อี สย ที่กำลังโดนประชาทันฑ์จากสายตาหน้าจ๋อยไปมากๆ จากนั้น จจ ใช้เวลาสักพักใหญ่ที่จะใจเย็นลง ก่อนจะกลับมาโฟกัสที่งานตัวเองต่อ

    โฟกัสที่งานไม่ถึงนาที ก่อนจะเก็บของ และกลับหอ

    เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า บางอย่างที่เราคิดว่ามันง่าย มันอาจจะยากเหี้ยๆสำหรับคนอื่นมากๆ 

    หลังจากวันนั้นคือ สย พยายามเข้ามาทัก จจ และก็ขอโทษเรื่องนี้ แต่ช่วงแรกๆ แค่ จจ เห็น สย เดินมาแม่งน้ำตาก็คลอเบ้าแล้ว 5555 ถามมัน กลัวไรขนาดนั้นวะ มันบอก "กูกลัวมันอ่ะ เหมือนเวลามึงกลัวอาจารย์คนไหนแล้วมึงไม่อยากเจอ"

    โอ้ยยย กูตลกมึงจริงๆ เรารู้สึกว่ามันมีมุมเด็กๆของมัน แล้วก็รู้สึกว่าแม่งเป็นสีสันในชีวิตมาก ปีหนึ่งมากูมีเรื่องกลับไปเล่าให้แม่ฟังว่า เพื่อนร้องไห้เพราะโดนเพื่อนอีกคนดุเรื่องวาดรูป




  • จะว่าไป เราอยากพูดเรื่องนึง เรื่อง "งานที่ดี คืองานที่เสร็จ"

    ซึ่งบางคนก็อาจจะมองว่า เฮ้ย บางงานเสร็จเร็วแต่ไม่สวยก็เท่านั้นป่ะ? ก็ต้องทำให้ดี ช้านิดหน่อยก็ต้องมีรอกันบ้าง 
    NO...

    การทำงานจริงเรื่องคือคุณต้องทำงาน in time ที่ลูกค้ากำหนดมา และ on time ตอนส่ง ก็ถ้าโชคดีเจอลูกค้าที่หยวนเวลาได้ก็ดีไป แต่การทำงานให้เสร็จตามแบบแผนที่วางไว้ก็คือเรื่องที่ดีกว่า เราเรียนที่นี้เรารู้สึกว่า คำนี้มันจะใช้ได้ไปจนตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเรื่องการตื่นนอนไปจนการเดินทาง เราไม่สามารถย้อน ยืด หด ขยาย เวลาได้ภาพใน24ชม.ต่อ1วัน 
      
    เราก็มาเล่าเรื่องราวไรงี้เป็นตอนแรกให้ได้อ่านกัน ไม่รู้ว่าเป็นยังไงบ้าง แต่ก็อยากได้คำติชมมากๆ เพื่อพัฒนาเรื่องการเล่าการเขียน เรารู้สึกว่าการทำBlogให้คนอ่านมันเป็นอะไรที่ท้าทายเหมือนกัน เลยอยากได้ feedback กลับมา หรือ อยากถามอะไรเรา ก็ถามได้ อะไรที่ตอบได้ก็จะตอบตามความจริงหรือเท่าที่จะตอบได้ 

    ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนถึงตรงนี้หมดนะจ๊ะ จุ๊บๆ
    #หนังรักฉันไหม

    draft : 19/02/2019
    publish : 20/02/2019

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in