#experiencesเพื่อนปรึกษา
โควิด-19 มีข้อดีอะไรบ้าง
  • จากปี 2563 เราทุกคนอาจจะต้องผ่านวิกฤตไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งมีการอัพเกรดสายพันธุ์กันเกือบทุกเดือน (ล่าสุดมีสายพันธุ์ที่ชื่อว่า VUI-202012/01) ปัญหาคือเราจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้จริง ๆ เมื่อไรกันแน่ ปัญหาอาจจะยืดยาวกว่าที่เราคิด แต่เมื่อวิกฤตเกิดขึ้น มันก็เป็นทั้งทางออกและทางตันในขณะเดียวกัน.

    ผมจึงคิดหาทางออกว่าข้อดีของโควิด-19 มีอะไรบ้างเผื่อว่าเราจะสามารถมีการอัพเกรดสกิลการเอาตัวรอด และพัฒนาการที่ก้าวกระโดดเหมือนโควิด-19 กันบ้าง (แอบอิจฉาแหละดูออก).

    19 ข้อ ที่ทำให้ชีวิตก้าวกระโดด

    1. เมื่อมีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง สิ่งนั้นย่อมเกิดขึ้นโดยความสมเหตุสมผลเสมอ ไม่มีคำว่า ‘บังเอิญ’ บนจักรวาลนี้.

    2. ไวรัสเป็นสิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวตามสภาพแวดล้อม ถึงแม้ว่าไวรัสจะมีขนาดเล็ก (เกือบมากที่สุด) แต่มันก็สามารถทำลายชีวิตของเราได้ นั่นแปลว่าสิ่งเล็ก ๆ หรือสิ่งที่มองไม่เห็น ไม่ได้แปลว่าไม่มีอยู่จริง สิ่งใดก็ตามที่เกิดพลังงานสิ่งนั้นย่อมให้ผลลัพธ์อย่างแน่นอน.

    3. เมื่อสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นมาบนโลก ภารกิจหลักอย่างเดียวคือการ ‘เอาตัวรอด’ แล้วไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น การทำลายกันจึงเกิดขึ้น แต่มนุษย์มีความคิดและสติปัญญา (สูงที่สุด) จึงเลือกช่วยเหลือกันมากกว่าทำลายกัน มนุษย์จึงมีการพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมกว่ามาก.

    4. ความเหงาที่เข้ามายังชีวิตของเรา มันจะเข้ามาหนักหน่วงตอนที่เราอยู่บ้าน ทั้ง ๆ ที่ในชีวิตบางคน อาจจะไม่เคยอยู่บ้านเลย สิ่งนั้นแหละเป็นตอนที่ความสร้างสรรค์จะบังเกิดขึ้นได้ จงใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด.

    5. เมื่อมีเวลาว่างมากขึ้น มันก็ทำให้ความคิดอาจจะทำลายตัวเราเอง หรือว่าเราอาจจะได้ความคิดที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองสามารถคิดได้ ให้ลองสังเกตตัวเองในช่วงเวลานี้.

    6. ความฟุ้งซ่าน จะเข้ามาเยือนเป็นระยะ ไม่ว่าจะเป็นการด่าไวรัส การก่นด่าคนที่นำไวรัสเข้ามา อย่าลืมที่จะสังเกตความคิดว่า ไม่มีใครอยากเจอเหตุการณ์แบบนี้หรอก การโทษกันจึงไม่ใช่ทางออกของการทำให้ไวรัสสูญสิ้นไป.

    7. เมื่อมีเวลาอยู่บ้านมากขึ้น เราอาจจะได้ไอเดียในการทำธุรกิจ เช่น ทำอาหาร, ทำขนม, ทำสื่อออนไลน์ หรือแม้กระทั่งลองนำเงินเก็บ (ถ้ามี) ลองไปลงทุนในหุ้น, กองทุน หรือตราสารหนี้ ดูบ้าง.

    8. กิจกรรมที่เราไม่เคยทำมาก่อน เราก็จะนำมาปฏิบัติใช้มากขึ้น เช่น วิ่งตอนเช้าตรู่, ขี่จักรยานตอนยามเย็น, ทานอาหารในบ้านกับครอบครัว หรือแม้กระทั่งนั่งสนทนากับคนรู้ใจก็ตาม.

    9. คนที่ตกงาน หรือเป็นอาสาสมัครออกจากงาน กระนั้น เราจะได้อะไรจากการกลับมาทบทวนบางสิ่ง เช่น เรามีเงินสำรองพอกับช่วงไม่มีงานประจำทำหรือไม่, เรามี Passive Income หรือไม่ หรือเรามีหนี้สินอะไรบ้าง ช่วงนี้มีการช่วยเหลือจากรัฐบาล เช่น การลดหย่อนภาษี รวมถึงช่วยผู้ที่มีสินเชื่อรายย่อย และสินเชื่ออื่น ๆ อีกเพียบ.

    10. หากเรายังเรียนอยู่ การเรียนออนไลน์อาจจะไม่ตอบโจทย์ (สำหรับบางคน) หน้าที่เราคือตั้งใจเรียนในระดับนึง ฝึกวินัยไปในตัว หากิจกรรมอย่างอื่นทำด้วยเช่น ไปหาหนังสือในหมวดที่ตัวเองสนใจ ไม่ว่าจะเป็น นิยาย, การ์ตูน, หรือหมวดสาระก็ตามแต่ เพื่อจะได้รู้ว่ามีสิ่งอื่นนอกจากการเรียนในโรงเรียนอีกเยอะแยะ.

    11. สำหรับคนที่เจอปัญหาหนี้สินรุมเร้า ให้ลองพิจารณาดูว่าในอดีตที่ผ่านมาเราเคยทำงบการเงินบ้างหรือไม่ หากไม่เคยทำให้เริ่มต้นทำเลย ณ ตอนนี้ ลองดูว่ามีเงินออมบ้างหรือไม่ หากไม่มีก็ลองตัดรายจ่ายคงที่ไปบ้าง ส่วนรายจ่ายไม่คงที่เราอาจจะไม่สามารถไปบังคับมันได้มาก ลองสอบทานงบการเงินดูในช่วงนี้.

    12. ช่วงนี้เป็นช่วงทดสอบของคนที่รักตัวเองเป็น หรือไม่เป็นอย่างแท้จริง การที่เราไม่รักตัวเองเมื่อเจอปัญหาเข้ามา เราจะรู้สึกล้มเหลวทางจิตใจอย่างหนักหน่วง หน้าที่ของเราตอนนี้คือ เยียวยาด้วยการฝึกสติ นั่งสมาธิบ้างตามกาล และฟังธรรมเพื่อขัดเกลากิเลส เพียงเพื่อให้ฝึกปัญญาในการรู้เห็นตามความเป็นจริง.

    13. บางครั้งเราอาจจะละเลยสิ่งรอบตัวเราไป ให้หัดสังเกตสิ่งรอบตัวเราบ้าง เช่น บริบทของความสัมพันธ์, สภาพแวดล้อมของธรรมชาติ หรือสัตว์เลี้ยงกับสัตว์ป่า แล้วสิ่งภายในตัวเรา เช่น สุขภาพร่างกาย, ทรงผม, เสื้อผ้า หรือแม้กระทั่ง บุคลิกภาพ ลองดูว่าเราควรจะเปลี่ยนสไตล์ของชีวิตไปมากน้อยแค่ไหน.

    14. ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นความสุขหรือความทุกข์เป็นสิ่งที่เข้ามาชั่วคราว ไม่มีอะไรอยู่กับเราตลอดไป การที่ไม่มีอะไรตลอดไปก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แล้วข้อดีคือ โควิด-19 จะไปจากเราแน่นอน และข้อเสียคือ ความสุขของเราก็อาจจะไปพร้อมกับโควิด-19 เช่นกัน การเข้าใจว่าสุขหรือทุกข์อยู่ที่ใจจะช่วยได้มาก.

    15. เริ่มต้นฟังพอดแคสต์ในรายการที่เราสนใจ มีทั้งมีสาระและไม่มีสาระ ซึ่งเราสามารถโหลดแอปพลิเคชันมาฟังกันได้เลย พิมพ์ไปว่า Podcast เราก็สามารถมีอะไรดี ๆ ฟังโดยที่ไม่ต้องเสียเงินสักบาท.

    16. ถ้าเราชอบอ่านหนังสือกันฟรี ๆ มีแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า Libby (เฉพาะหนังสือภาษาอังกฤษ) แต่เราต้องเข้าไปที่ TK park Thailand ก่อน ซึ่งเราต้องสมัครในเว็บไซต์นี้ แล้วเราก็เอา Username & Password เข้าไปกดยืมหนังสือที่เราต้องการจะอ่าน แล้วสำหรับแอปพลิเคชั่น TK library และ 2ebook library ก็สามารถโหลดยืมหนังสือได้เช่นกัน (เฉพาะหนังสือภาษาไทย).

    17. หากชีวิตยังไม่มีความสุข เพราะไม่รู้จะมีความสุขได้ยังไง โดยบางที เราอาจจะตั้งเงื่อนไขความสุขไว้มากเกินไป ลองลดระดับความสุขลง และเพิ่มระดับความทุกข์ให้มากยิ่งขึ้น สเกลของชีวิตจะสมดุล แล้วเราจะค้นพบว่า “ความหมายของชีวิตอยู่ตรงนี้เองเหรอ” มันจะทำให้เรามีภูมิคุ้มกันความทุกข์ที่แข็งแกร่ง และเราจะสัมผัสถึงความสุขที่รายล้อมเราได้ง่ายยิ่งขึ้น.

    18. การเรียนรู้เริ่มต้นได้ทุกเมื่อเชื่อวัน ไม่ใช่เมื่อวาน หรือพรุ่งนี้ แต่กลับกลายเป็นวันนี้ หากวันนี้เราไม่สามารถเรียนรู้ได้ เราก็จำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับข้อมูลต่าง ๆ ให้มากเข้าไว้ ซึ่งประสบการณ์ในชีวิตไม่ได้มาจากที่ทำงาน, ที่บ้าน หรือว่าที่ใดในโลก แต่เป็นสมการของ เหตุการณ์ + การขบคิด = ประสบการณ์ ทว่า การไม่ขบคิดต่อเหตุการณ์จะไม่สามารถนำมากลั่นกรองเป็นประสบการณ์ได้ เราจึงต้องขบคิดกันอยู่เนือง ๆ.

    19. ทิ้งท้ายด้วยปรัชญาของเล่าจื๊อ ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของผู้เปิดรับการเรียนรู้อย่างแท้จริง “ยามใดศิษย์พร้อม ครูจะปรากฏตัว”.

    แม้ว่าปีนี้อาจจะไม่มีอะไรที่ดีมากพอ แต่อย่างน้อยความคิดที่ดี และประโยคที่อ่านแล้วเราสามารถเป็นแรงบันดาลใจได้ ก็สามารถมาเป็นกำลังใจให้เราใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้เช่นกัน.

    ความหวัง + ความมุ่งมั่น = ความสำเร็จ

    สวัสดีปีใหม่ 2564 ครับ.

    __________________________________________ .

    สามารถติดตามได้หลากหลายช่องทางได้แก่ facebook or twitter
    และสามารถร่วมแชร์ประสบการณ์ผ่าน facebook messenger ได้เลยครับ.
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in