#experiencesเพื่อนปรึกษา
สาระอันสำคัญ
  • ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่...

    คงไม่มีใครไม่เคยได้ยินคำนี้กันใช่ไหม แต่ก็คงมีแต่เด็กที่ยังไม่รู้ประสีประสาเลยไม่สามารถเข้าใจได้.

    เพจนี้ก็มีอายุราวหนึ่งปีกับอีกห้าเดือน ถึงแม้ว่าการโพสต์แต่ละโพสต์อาจจะใช้เวลานานมาก คนที่ติดตามก็มีสิทธิ์เบื่อและขาดความต่อเนื่องไปแต่ผมก็ให้คำมั่นสัญญาว่าจะยังคงโพสต์ต่อไปไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยนแปลงเพื่อแชร์สาระอันสำคัญให้คนรุ่นใหม่ได้รับรู้กัน.

    โพสต์นี้ ผมอยากจะแชร์เรื่องราวในชีวิตผมโดยย่อว่าอะไรเป็น 'สาระอันสำคัญ' ในช่วงปี 2018 ที่ผ่านมาโดยแบ่งเป็นหัวข้อหลักๆ 3 หัวข้อดังนี้ 1. ชีวิต 2. ความรัก 3. จุดมุ่งหมาย.

    "ชีวิต"

    /

    การใช้ชีวิตคือการอยู่กับความจริง ไม่ผลักไสและไม่ใฝ่หาโดยเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นว่าทุกอย่างล้วนแล้วแต่มีเหตุปัจจัยทั้งสิ้นไม่มีอะไรเลยแม้แต่อย่างเดียวที่ปราศจากเหตุและปัจจัยนั้น.

    //

    ชีวิตเปรียบเหมือนกองไฟ มันเป็นแค่ช่วงสั้นๆเท่านั้นที่ชีวิตนั้นจะดำรงอยู่ได้ ถ้าไม่มีเชื้อไฟเติมเข้าไปในกองไฟก็ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ และจงใช้ชีวิตโดยคิดซะว่าไม่มีวันกลับมาแก้ไขอีกแล้ว.

    ///

    คำนี้ได้ยินบ่อยและควรนำมาพิจารณาอย่างยิ่ง โดยเมื่อบุคคลนั้นขบคิดถึงข้อความนี้แล้วควรนำไปบอกต่อแล้วก็ดื่มดำกับความสุข ณ ขณะนั้นได้เลยตามแต่สะดวก "ปัญหาที่เข้ามานั้นมีทั้งดีและไม่ดีปะปนกันไป เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ในสิ่งที่เจอได้เลย แต่เราสามารถเปลี่ยนแปลงความคิดต่อสิ่งที่เราเจอได้โดยคิดในแง่ดีว่า อย่างน้อยปัญหาก็ทำให้เราเติบโตขึ้นนะ".

    ////

    ความท้อแท้ฉุดรั้งไม่ให้เราออกจากวังวนอันหนาวเหน็บ บุคคลใดก้าวผ่านความสิ้นหวังนี้ไปย่อมเจอทางที่ปลอดภัยอย่างแน่นอน โดยการที่จะเริ่มต้นเข้าใจคนทั้งโลกก็จำเป็นจะต้องเริ่มต้นที่จะ 'เข้าใจตัวเอง' ก่อนมาเป็นอันดับหนึ่ง.

    /////

    อย่าคาดหวังว่าจะใช้ชีวิตนั้นมีแต่ความสุขโดยส่วนเดียว จงคำนึงถึงความทุกข์เอาไว้ด้วยเพราะความสุขทำให้เราประมาท แต่ความทุกข์ทำให้เราเข้มแข็งรวมถึงน้อมรับสิ่งต่างๆที่เข้ามาด้วยความจริงใจ.

    //////

    โลกที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วย่อมนำพาซึ่งสิ่งใหม่ๆมาและสิ่งเก่าๆไป ถ้าเราไม่สามารถปรับตัวให้ทันกระแสของโลกได้ ก็ย่อมเป็นทาสของโลกนี้และหนทางที่จะหลุดจากกระแสของโลกได้มีหนทางเดียวคือ 'สติ'.

    "ความรัก"

    /

    ในความหมายของหลายคนอาจจะมองว่าความรักคือการครองคู่กับคนรักอย่างมีความสุข แต่ทว่าในความเป็นจริงแล้วความรักนั้นปราศจากปัญหาไปไม่ได้เลยเพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่มนุษย์ยังมีความปรารถนาที่จะมีความสุขแบบขาดสติ ก็จะทำให้ความรักนั้นมีปัญหาตามมาเสมอซึ่งให้เข้าใจความรักว่าคือการ 'ให้'.

    //

    ยุคปัจจุบันนี้ก็คงหายากมากที่ใครนั้นจะมารักเราอย่างจริงใจ สรุปโดยง่ายว่าบุคคลที่จะมารักเรานั้นหาได้ยากยิ่ง เพราะเหตุนั้นเราทุกคนจึงควร 'รักตัวเอง' เป็นอันดับหนึ่ง เพราะถ้ามัวแต่รอใครต่อใครมาเข้าใจเรา หรือมัวรอใครต่อใครรักเราหมดหัวใจก็จะเกรงว่าจะแห้งเฉาตายไปเสียก่อน.

    ///

    จงรักตัวเองให้เท่ากับพ่อแม่นั้นรักเรา เพราะความรักของพ่อแม่นั้นยิ่งใหญ่ที่สุดเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงให้กองไฟนั้นลุกโชนขึ้นอีกครั้ง การอุทิศตนเพื่อความรักอันยิ่งใหญ่ก็ควรอุทิศให้คนในครอบครัวเป็นอันดับหนึ่งก่อน ก่อนที่จะไปมอบความรักให้ใครอื่น.

    ////

    เราไม่สามารถจัดการคนที่เรารักไปในจุดที่เราเดินไปได้ เมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีทางเดินของเรา เค้าก็มีทางเดินของเค้าเราทั้งสองเลือกทางเดินของตนเองและก็ยากยิ่งที่จะโคจรมาพบกันอีก เปรียบเสมือนการเดินทางไกลเราทั้งสองเป็นเพียงเพื่อนร่วมทางกันเท่านั้น เมื่อมีบุคคลใดบุคคลหนึ่งมีเป้าหมายที่ผิดแผกไปจากเรา ก็ย่อมเปลี่ยนวิถีทางไปเลยโดยสิ้นเชิงแล้วจงระลึกไว้ว่าการเดินทางนี้ย่อมเด็ดเดี่ยวแม้โดดเดี่ยวแต่มันก็ได้ซึ่งความสุขบางประการมิใช่หรือ.

    /////

    ทุกความสัมพันธ์ล้วนแต่มี 'ระยะเวลา' ที่แตกต่างกันไปไม่มีความสัมพันธ์ไหนยืนยาวตลอดกาล และไม่มีความสัมพันธ์ไหนรักกันตลอดชั่วนิรันดร์ เราทุกคนล้วนแต่มีบาดแผลที่ให้ต้องเยียวยากันทั้งนั้น เราทุกคนจึงต้องเริ่มที่จะรักษาแผลนั้นด้วยตัวเองก่อน ก่อนที่จะเริ่มมีความรักครั้งใหม่เพราะแผลเก่ายังไม่หายดีคนใหม่ที่เข้ามาก็ไม่มีหลักอะไรยืนยันว่าจะไม่มาซ้ำแผลเก่า.

    //////

    ไม่คาดหวังว่าจะเจอความรักที่สวยงามตลอดไป แล้วก็เห็นความไม่สวยงามในความรักเหมือนเห็นคนกำลังทุกขเวทนาด้วยจิตที่เมตตา น้อยคนที่เมื่อมีความรักก็จะมาแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิด และเวลาซึ่งกันและกัน ส่วนใหญ่ก็จะหวังเพื่อให้ 'อีกคน' มอบความรักให้ซึ่งนี่จะเป็นจุดอันตรายทำให้เราไม่มีความสุขในความรัก.

    "จุดมุ่งหมาย"

    /

    โลกให้ทางเดินมาสองทาง อนึ่งคือความดี และสองคือความไม่ดีมันขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่าเราจะเลือกทางเดินไหน ส่วนตัวผมมั่นใจแล้วว่าทางแห่งความดีนั้นมีปลายทางที่ดีกว่าทางแห่งความไม่ดีเป็นแน่ จึงแนะนำให้ทุกคนเลือกทางแห่งความดีไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นอย่าหันกลับไปเด็ดขาด.

    //

    สังเกตผู้คนให้มากเท่าที่มากได้ว่าบุคคลใดสมควรแก่การที่เราจะรับฟัง รับความคิดนั้นๆ เพราะในความเป็นจริงแล้วหายากมากที่จะเดินตามทางเดินของใคร แต่ถ้าเจอก็เป็นสิ่งที่ดี ซักถามถึงปัญหาชีวิตแก่บุคคลนั้นๆว่าเค้ามีความคิดต่อตัวเค้าเองเช่นไร หลังจากนั้นถามต่อไปว่าจุดมุ่งหมายชีวิตของเค้าคืออะไร ถ้าจากคำถามข้างต้นที่กล่าวมานี้แบ่งประเด็นไปได้อยู่ในทางแห่งความดี ก็ควรจะรับฟังเค้าบ้างเพื่อประโยชน์ของตัวเราเอง.

    ///

    การเดินทางไกลย่อมเจอผู้คนมากมายก่ายกอง ไม่ว่าจะเป็นคนดี คนไม่ดี คนที่ช่วยเหลือ หรือคนที่คอยฉุดเราลงไป แต่ให้นำสิ่งต่างๆ ที่เค้าสอนกับเราผ่านในรูปแบบที่เค้าใช้สิ่งนั้นปฏิบัติตัวต่อเราเอง นั้นนำไปปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข ให้เกิดกระบวนการตกผลึกเพื่อนำไปใช้ต่อยอดในชีวิตของเราเอง.

    ////

    ทดสอบจุดยืนที่เรายืนด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง เมื่อไหร่ก็ตามที่มีตัวนำมาทำให้เราเปลี่ยนจุดยืนก็จะต้องยืดหยัดอยู่ตรงจุดยืนนั้นให้จงได้ ไม่สำคัญว่าจะนานแค่ไหน จะเหนื่อยสักเท่าไรแต่สิ่งที่ต้องทำคือยืนจนกว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะกลับสู่สภาวะปกติแล้วก็มั่นคงในจุดยืนต่อไป.

    /////

    ต้นตอของปัญหาส่วนใหญ่ไม่ใช่ 'ภายนอก' แต่ล้วนมาจาก 'ภายใน' ทั้งสิ้น ทุกสิ่งจะฉุดดึงรั้งไม่ว่าจะเป็น ความคิด จิตใจ หรือแม้กระทั่งความล้มเหลวก็ตาม สิ่งต่างๆจะไม่มาช่วยเราให้ยืนหยัดอยู่ได้เว้นเสียว่าเราจะมีปัญญาที่สมบูรณ์เพียงพอ ความเข้าใจถูกต่อสิ่งต่างๆจะช่วยชี้ทางสว่างให้เอง.

    //////

    บทสุดท้ายของความสำเร็จจะมีแต่ความว่างเปล่า เราจะไม่เจออะไรบนนั้นแต่สิ่งที่จุดมุ่งหมายที่ทำให้ถึงความสำเร็จนั้นจะมาบอกว่า "ทำวันนี้ให้ดีที่สุด สุดท้ายแล้วจงดื่มด่ำกับช่วงเวลานั้นๆเถิดคุณคือคนที่ประสบผลสำเร็จไปแล้วในทุกๆขณะ" ความจริงมีเพียงแค่หนึ่งเดียวจงค้นหาความจริงนั้นด้วยตัวของคุณเอง.

    __________________________________________ .

    สามารถติดตามได้หลากหลายช่องทางได้แก่ facebook or twitter
    และสามารถร่วมแชร์ประสบการณ์ผ่าน facebook messenger ได้เลยครับ.
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in