Katoey Diary in the UKprincelebii
รีวิวการเรียนป.โท ที่ The UK และวิธีการเอาตัวรอดเมื่อเงินหมด
  • [PROLOGUE]
    สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน ที่กำลังอ่าน บล็อคของเรานะคะ เราชื่อ คริสตินนะคะ ตั้งใจเขียนเว็บบล็อกนี้ขึ้นมาเพื่อรีวิวและบอกต่อการไปเรียนต่อในสหราชอาณาจักรค่ะ นะคะว่าควรลงทุนไม๊ กับ ศก.แบบนี้นะ

    ก่อนอื่นเลยต้องบอกก่อนว่า มีความคิดที่จะเรียนต่อ ปโท เพราะว่า เบื่องานประจำ และอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่อยากใช้ชีวิตซ้ำซากจำเจอยู่แบบนั้น

    ในระหว่างเวลางานอันสุดแสนจะโคตระ น่าเบื่อฉิบหาย ณ ออฟฟิศแห่งหนึ่งย่าน พระราม 9 เราก็แอบเล่น FB (เป็นพฤติกรรมที่ไม่ดีกรุณาอย่าลอกเลียนแบบ) ไถฟีดๆๆเลือกเรียนไป ณ มหาวิทยาลัย อุ๊ย ดั๊นไปเจอมหาลัยที่ไม่ต้องสอบ IELTS ....

    พูดถึงการเรียนก่อน

    ค่าเรียนต่อเทอมจะตกอยู่ที่ 2016 ; 1GBP = 43 THB แพงงงงงงงค่ะ เป็นช่วงค่าเงินผันผวนพอดี

    นะคะ แต่ละมหาลัย ก็จะมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันออกไป อย่างมหาลัยที่คริสตินเรียน ชื่อ
    University of Northampton ซึ่งจะอยู่ East Midland ทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศอังกฤษ เดินทางจากเมืองนี้ ด้วยรถไฟ

    และเพราะด้วยค่าเล่าเรียน offer ต่างๆ ที่เย้ายวนใจ ยิงแอดมาตกคนใน Facebook ทุกๆวัน 
    ดังนั้น เด็กไทยโง่ๆ อย่างเรา ก็เตรียมตัวสละชีวิตเก่าๆ ออกจาก comfort zone ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ที่นี่..


    ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
    [INTRODUCTION]
    .
    .
    .
    .
    .
    ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย ณ ต่างแดน โอ๊ย อิชั้นก็เล่าไม่เก่งหรอกค่ะ ตอนเนี้ยนึกอะไรได้ในหัวกบาลก็ปล่อยของหมดค่ะ

    และไม่ได้ถ่ายยรูปมาเยอะเท่าไหร่ค่ะ ด้วยส่วนตัวเป็นคนมีความคิด ไม่ค่อยเหมือนชาวบ้าน+ ตรรกะประหลาดบวก ความเคยชิน คิดว่าตัวเองอยู่เมืองไทย เลยปล่อยตัว ชิวมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เรียนชิวสัดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    แล้วเป็นไงล่ะ ห๊ะ อิดวก สมใจมึงไม๊ เทอมแรกมาถึงก็โดนตกเลยค่าาาาาาาาาาาาาาาา


    จริงๆ การมาเรียนเนี่ยแทบไม่ต้องเตรียมอะไรมาก สำหรับเด็กที่เรียนนานาชาติมา ไม่ว่าจะจบนอก หรือเรียนในมหาลัย/โรงเรียนไทยใช้หลักสูตรอิ้งทั้งหมด ย้ำ! ทั้งหมด ในการเรียนการสอน ! เข้ามาได้เลย ไม่ต้องใช้ IELTS คือ อิชั้นเนี่ย ไม่อยากสอบ IELTS เพราะว่าเพื่อนๆ ที่เคยได้ยินหรือเคยสอบเองก็น่าทราบกันว่า มันแพง!!! และมันเยอะ!!!! ในที่นี้ ก็คือ สอบเยอะ  กฎระเบียบเยอะ hetaed นะคะ 

    ลำพังว่าสอบ TOEIC เสีย 1xxx กว่าบาท ว่าเหนื่อยแล้ว พอมาเจออิไอเอ๊ล เสียมากกว่า 6xxx-7xxx บาทและราคาขึ้นทุกปีค่ะ (ปรับไปตาม UK government policy นะคะ) 

    บอกเลยในฐานะที่เคยทำงาน Study Abroad Counselor มา แนะนำให้สอบค่ะ ถ้าอยากได้มหาลัยดีๆ เข้ายากๆ ยูท็อปกว่าเนี้ย หัวเด็ดตีนขาด ยังไงก็ต้องสอบ IELTS ทั้งนั้น จะคะแนนง่อย คะแนนสูง ก็สอบไปเพื่เป็นการ วัดความสามารถภาษาอังกฤษเชิงวิชาการของเราค่ะ

    อีสัสนรก มึงจะทำตัวเข้าใจยากไปไหน ภาษาที่ใช้ โดยมาก ไม่ใช่ภาษาที่คนปกติเขาใช้สื่อสารกันง่อยๆ แบบ TOEIC 

    พูดตรงๆ มันยากกว่านั้น อธิบายบ้านๆ เข้าใจง่ายๆ IELTS เป็นการสอบการใช้ภาษาเชิงวิชาการ มีหลายเกรด (ซึ่งไม่รู้จะแบ่งทำเชี่ยอะไรเยอะแยะ) คือ IELTS Academic , IELTS UKVI ซึ่งถ้าจะมาเรียนหรืออยุ่ The UK ต้องสอบอันนี้เท่านั้นค่ะ อันอื่นจะไม่ได้รับการพิจารณาวีซ่า ไม่เชื่อไปดูข้อมูลได้ที่ https://www.gov.uk/tier-4-general-visaเลยค่ะ ผู้เขียนไม่ได้ตอแหลค่ะ


    ซึ่ง IELTS มันก็เหมือนภาษาไทยที่จะมีระดับของภาษา ซึ่งมีภาษาเขียน ภาษาทางการ คำราชาศัพท์ อะไรประมาณเนี้ย อิภาษาปะกิดห่าเนี่ยก็มีเหมือนกัน ภาษาเว่อร์วังอลังการ ที่อ้อมโลกอ้อมเขาไป 3-4ลูก กว่าแม่งจะเก็ท คือคุณต้องตีความอ่ะ แต่พอพูดแล้วดูฉลาด ทรงภูมิ high-end อะไรประมาณเนี้ย 

    ถ้าใครอยากจะเปลี่ยน อัพลุค อัพเกรดตัวเองด้วยภาษาพวกเนี้ย มาเลยค่ะ เตรียมลับมีดให้พร้อม แนะนำว่าให้เริ่มท่องศัพท์ไฮโซ ใช้ศัพท์ให้บ่อยที่สุด ตั้งแต่วันนี้เลยจะบอกให้ (บอกตัวเองด้วยเหมียนกัล = = )  หากคุณไม่ได้มีเป้าหมายจะไป เมกา แต่มาแรด แถวๆ ยุโรป หรือ The Ukยังไง มึงก็ต้องสอบ IELTS ค่ะ เข้าเรียนสาขาอะไรมหาลัยส่วนใหญ่เขาจะบังคับหมดว่าทุกสาขาต้องสอบอิตัวนี้ให้ผ่าน หรือ waived หนีมา แล้วมาเรียนภาษาใหม่ นะคะ สำหรับคนไม่เก่งจริงแต่บ้านรวย มีตังค์ค่ะ จบนะ



    ที่เรียนๆสอบๆไปน่ะ ในความจริงแล้ว ก็อดทนไปเหอะ มันดีต่อ Part 1 และพาร์ทต่อๆ ไปนะเจ้าคะผู้อ่าน

    ฉะนั้น ถ้าไม่ได้กระสันอยากจะไปจริงๆ หรือมีเป้าหมายชัดเจนว่าจะไปเพืื่อ?? 

    คุณไม่ต้องเสร่อถอกสังขารไปนะ อิชั้นบอกให้เอาบุญเลยจ่ะ อยู่อาศัย/เรียน/ทำงานเมืองไทย เหมือนเดิมไปน่ะดีแล้ว อย่าหาทำเล๊ยแก........................


    [PART 1 : SHIT! ]

    ในคาบแรก วิชาแรกๆ ช่วงเบบี๋ อาจารย์จะ lecture ก่อน ซึ่ง วิชาที่ง่ายที่สุด อย่าง Critical issue in Business ที่ 10 credits อันนั้นแหละ มีอาจารย์เจ๊ แมคกี้ อาจารย์ฝรั่งที่สุบบุหรี่จัดๆๆนั่นแหละ สอนเอง ชีก็จะออกแนวเปรี้ยวๆ คาแรคเตอร์สตรองจัดๆ หน่อยค่ะ ดุด้วย สอนให้คิดเอง เริ่มปฐมบทครั้งแรกก็ทำวิจัยเลยจ้าาาาาาาาาาาาาา นั่นแหละ จัดไปจุก 2000 words ทีนี้ด้วยความที่ว่า เราไม่เคยเขียนงานวิจัยแบบนี้มาก่อน ไปปรึกษา พูดอังกิดแบบกากๆ ดีๆ กับอาจารย์ อ.ก็ไม่ตอบ แถมไล่ให้เข้าไปใน NILE Site ของมหาลัยดูเอาเอง เลยค่ะ ว่าจะต้องเข้ายังไงๆๆ ไอ้เราก็ไม่รู้จักว่าเฮ้ย มันคือ อิหยังว่ะ ทีนี้เพื่อนสาวคนฉลาดของเรา นังอิ๊ฝมันก็แนะนำให้ไปดู มันบอกเคยเข้าไปแล้ว มีบอกหมดเลย ดุจดั่งสายธารไหลวนชลเชี่ยว โอเค จะเลยก็ตามแม่น้ำไนล์ไปค่ะ ก็.....

    อีเหี้ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    อยู่ดีดี อาจารย์ก็ส่งอีเมล์เรียกเข้าไปพบ สอบสวนเอาผิดเฉย!!!!!!!!




    ติดตามต่อ คราวหน้า ทดลองออกอากาศเฉยๆค่ะ ถ้าขุดเจอภาพก็จะเอามาให้เพื่อนๆพี่น้องชมนะคะ ^^
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in