ぶつぶつ【บ่นไปเรื่อย】อคิราห์
มะ-นุดโซเชียล
  • มะ-นุดโซเชียล

    มีคำกล่าวมากมายถึงข้อดีและข้อเสียของโซเชียลเน็ตเวิร์ก บ้างก็ว่ามันดีเพราะทำให้ติดต่อสื่อสารง่ายดายมากขึ้น บ้างก็ว่ามันแย่เพราะทำให้ศักยภาพในการสื่อสารกันโดยตรงของมนุษย์ลดต่ำลง ไม่ว่ามันจะดีหรือแย่ สำหรับตัวเราแล้วเราอยากประณามว่ามันทำให้ชีวิตเราแย่ลง


    ทำให้ชีวิตแย่ลงที่ว่าหมายความว่าอย่างไร? 

    หมายความว่าเรารู้สึกถูกตัดขาดจากสังคม จริงๆแล้วเราไม่รังเกียจกับการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กหรอกนะ มีไว้ใช้มันก็สะดวกดี อย่างไรก็ตามเรามองว่าคนเราสนิทสนมกันได้เกิดจากการเจอหน้ากันบ่อยๆ พูดคุยกันด้วยเสียงและแสดงออกด้วยสีหน้าไม่ใช่การส่งข้อความหรือส่งสติ๊กเกอร์ เพราะแนวคิดแบบนี้ของเรา เราจึงไม่ได้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กมากเท่าเพื่อนคนอื่น เราใช้แค่รับข่าวสารสำคัญที่เพื่อนหรืออาจารย์ต้องการแจ้ง ใช้ตามข่าว ใช้อัพเดตข้อมูลข่าวสารในชีวิตแต่ไม่ได้ใช้ติดต่อสื่อสารกับคนอื่นอย่างเป็นกิจวัตร


    การที่ไม่ได้คุยอย่างต่อเนื่องยาวนานเป็นเหตุให้คนหลายคนมองว่าเราเป็นคนที่ปิดตนเอง ติดต่อยาก เวลานานไปเราจึงกลายเป็นคนนอกของกลุ่มเพื่อนฝูง เวลาอยู่ในกลุ่มไลน์เรามักอ่านผ่านๆไม่ได้ตอบ พอพิมพ์ตอบไปครั้งหนึ่งก็เหมือนทำลายบรรยากาศของทุกคนที่คุยเล่นกันอย่างสนุกสนาน สุดท้ายแล้วเราก็เลยได้แต่เพลาความพยายามมีส่วนร่วมในการสนทนาในห้องแชทลงเรื่อยๆจนกลายเป็นไม่มีปากเสียงในที่สุด สุดท้ายทุกคนก็เกือบลืมตัวตนของเราไป


    อาจมองว่าเราโทษโซเชียลเน็ตเวิร์ก แต่เราคิดว่าการมีโซเชียลเน็ตเวิร์กนั้นทำให้ความมั่นใจในการเข้าสังคมของเราตกต่ำลงเรื่อยๆ เพราะไม่ว่าใครๆต่างก็เล่นกันอย่างหนัก หลายๆคนสไลด์หน้าจอกันทุกเวลาที่ว่าง แม้แต่ยามเมื่ออยู่ในกลุ่มเพื่อนฝูง หลายครั้งที่มีการตั้งกลุ่มแยกไปคุยกันเอง เรารู้สึกเหมือนถูกทิ้งเพียงเพราะเราไม่ชอบที่จะเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์ก เราไม่ได้ใช้อินเตอร์เน็ตรายเดือน เราใช้มือถือแบบเติมเงินดังนั้นหลายครั้งที่เราก็ติดต่อเพื่อนไม่ได้นอกจากการโทรศัพท์หา เพื่อนหลายคนเอือมระอาที่จะโทรหาเรา


    เรามีกลุ่มเพื่อนฝูงอยู่แต่เมื่อเวลาผ่านไปมันก็เหมือนเป็นแค่กลุ่มเพื่อนที่เราไม่สนิทแค่ใกล้ชิดที่สุด เป็นแค่สังกัดสังกัดหนึ่งที่เราอยู่เพื่อใช้ทำงานกลุ่มเท่านั้น เราไม่ใช่เพื่อนสนิทสำหรับพวกเขา 


    โซเชียลเน็ตเวิร์กอาจเป็นเครื่องมือสร้างความใกล้ชิดให้คนจำนวนมาก แต่เป็นเครื่องสร้างความห่างเหินทางความสัมพันธ์สำหรับเรา อาจมองว่าเราไม่ปรับตัวแต่จริงๆแล้วเราพยายามปรับตัวหนักมาก เราอยากมีความสามารถในการพิมพ์แชทคุยเล่นกับคนอื่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ ส่งสติ๊กเกอร์ได้ถูกจังหวะ ถูกท่าทาง แต่มันไม่ง่ายเลยในเมื่อสิ่งเหล่านี้มันไม่ได้เข้ากับธรรมชาตินิสัยของเรา ดังนั้นสถานการณ์ตอนนี้ของเราจึงขัดแย้งในตัวเองสูงมาก ใจหนึ่งก็อยากจะทิ้งการเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์กไป ไม่ต้องคุยกับใคร ใจหนึ่งก็รู้สึกว่าต้องหาที่ยืนให้ตัวเองโดยการพยายามปรับตัวเข้ากับสังคมแบบนี้ไม่งั้นในอนาคตก็คงอยู่ยากกว่าเดิม


    ดังนั้นเราจึงมีความพยายามที่จะทำตนให้เป็น ”มนุษย์โซเชียล” แต่มันไม่ง่ายเลยจริงๆ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in