เรื่องเล่า-เล่าเรื่องnnat24
วินเซนต์ แวนโก๊ะ กับงานศิลปะสุดอัศจรรย์
  • (ภาพ Van Gogh จาก http://www.fucinemute.it)

    วินเซนต์ แวนโก๊ะ เป็นจิตรกรชาวดัชท์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด แต่ก่อนที่เขาจะเป็นศิลปินเขาเคยเป็นนักเทศน์มาก่อน เนื่องจากเขาเป็นคนที่พูดไม่ค่อยเก่ง จึงทำให้เขาถอนตัวออกมาเพื่อประกอบอาชีพศิลปิน

    (ภาพ Potato Eaters จาก https://uploads2.wikiart.org)
    งานเขียนภาพชิ้นแรกของแวนโก๊ะ มีชื่อภาพว่า "Potato Eaters" ซึ่งเป็นภาพแนวชีวิตประจำวัน โดยเป็นภาพสีหม่น ๆ ทึม ๆ แสดงให้เห็นถึงสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี หลังจากนั้นเขาก็ได้เข้าศึกษาต่อที่ แอนท์เวอป์ แต่ก็ไม่ได้สนใจในการเรียนเท่าไหร่นัก แต่โชคดีที่เขาได้รับแรงบันดาลใจจาก ปีเตอร์ พอล รูเบนส์ นักจิตรกร จึงทำให้เขามีแรงบันดาลใจในการเรียนต่อไปอีกระยะหนึ่ง

    (ภาพ Peter Paul Rubens จาก http://www.kingsgalleries.com)

    แต่แล้วเขาก็ได้เลิกเรียนเพื่อเดินทางไปยังปารีส จากการใช้ชีวิตในปารีสเกือบ ๆ 2 ปีนั้นแวนโก๊ะได้พัฒนาฝีมือการเขียนภาพของตัวเองได้ดีขึ้นมากและเขาก็ได้หันมาสนใจการใช้สีสันที่มีชีวิตชีวาและสดใสในการสร้างสรรค์ผลงานไม่เหมือนเดิมที่ใช้สีทึม ๆ ออกแนวภาพเขียนแบบเก่า ๆ

    (ภาพ Trees in the Asylum Garden จาก http://www.arthistory.cc)
    หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในปารีสไม่นาน แวนโก๊ะก็ได้ไปเช่าบ้านหลังหนึ่งอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส โดยบ้านหลังนั้นได้ถูกทาทับด้วยสีเหลืองทั้งหมด และเขาก็ได้ใช้เงินส่วนใหญ่หมดไปกับการวาดภาพ แทนที่จะแบ่งไว้ใช้จ่ายเพื่อตัวเองบ้าง เขาใช้ชีวิตอยู่แบบนี้ไปสักพักก่อนที่จะล้มป่วยลง

    (ภาพ Van Gogh Yellow House จาก http://julianhalsby.com)

    การล้มป่วยของเขาในครั้งนี้ทำให้แพทย์ได้ทราบถึงสภาพจิตใจและอาการทางประสาทที่ผิดปกติของเขาและจากอาการทางประสาทนี้ ได้ส่งผลให้เขาเข้าไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลบ้าเป็นเวลา 1ปีเต็ม และหลังจากอาการค่อยยังชั่ว แวนโก๊ะก็ออกมารับการรักษาตัวที่บ้านตามปกติ แต่อาการทางประสาทของเขาก็ยังไม่ได้หายซะทีเดียว ด้วยความเครียดและอาการทางจิตทำให้เขาได้จบชีวิตตัวเองลงด้วยการยิงตัวเองและเสียชีวิตในอีก 2 วันต่อมาในวัย 37 ปี


    ในช่วงเวลาที่เขาได้อาศัยอยู่ที่ฝรั่งเศสนั้น เขาได้สร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะเอาไว้มากมาย โดยภาพสุดท้ายในชีวิตของเขาที่ได้วาดเอาไว้นั้นก็คือภาพ Wheat Field with Crows นั้นเอง

    (ภาพ wheat field with crows จาก http://www.bbc.co.uk)
    (ภาพ the starry night จาก http://3.bp.blogspot.com)
    (ภาพ sunflower จาก https://s-media-cache-ak0.pinimg.com)

    ถึงแม้ว่าแวนโก๊ะจะได้เสียชีวิตลงไปแล้ว แต่ศิลปินรุ่นใหม่ก็ได้ยึดถือแนวการวาดของเขามาเป็นต้นแบบในการสร้างสรรค์ผลงานอยู่เสมอ เพราะงานวาดของเขาเป็นศิลปะที่มีความเป็นตัวเองสูง และมีความเป็นศิลปะสมัยใหม่อยู่เยอะมาก ภาพจิตรกรรมของเขาได้รับการยอมรับว่าเป็นงานศิลปะที่แท้จริงและสมจริงมาก ถึงแม้จะมีความหยาบของลายเส้น แต่กลับถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกที่เกินกว่าจะบรรยายออกมาได้มากมาย


    (ภาพ Loving Vincent จาก http://images.catchnews.com)
    ใครที่อยากรู้จักกับแวนโก๊ะมากขึ้นกว่านี้ เขาก็ได้มีหนังอัตชีวประวัติออกมาแล้วนะ โดยภาพยนตร์เรื่องนั้นมีชื่อว่า Loving Vincent ที่ได้ทำออกมาเพื่อยกย่องศิลปินเอกของโลกคนนี้ ขอบอกเลยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีความพิเศษไม่เหมือนเรื่องอื่น ๆ ด้วย สงสัยกันแล้วละสิ มาลองดูวิดิโอนี้กันหน่อยเป็นไง


    Loving Vincent เป็นผลงานที่สร้างขึ้นมาจากภาพเขียนสีน้ำมันจำนวนกว่า 56,000 ภาพที่ถูกนำมาเรียงร้อยต่อกันโดยฝีมือการวาดของจิตรกรจำนวน 40 คน


    เห็นไหมว่าศิลปินเอกของโลกคนนี้มีผลงานที่ไม่ธรรมดาเลย นอกจากฝีมือของเขาจะไม่ธรรมดาแล้ว ชีวิตของเขาเองก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน เพื่อน ๆ คนไหนอยากรู้จักแวนโก๊ะแบบใกล้ชิดกว่านี้ ก็ตามไปอ่านเรื่องราวของเขากันได้ โดยเราได้แปะลิ้งไว้ให้ด้านล่างแล้ว ส่วนเพื่อน ๆ คนไหนที่ชอบวาดภาพก็ลองนำเอาผลงานของแวนโก๊ะไปเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน
    กันนะ


    ขอบคุณที่มา

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in