2200-Characters Challenge รีวิวใดๆ ใน 2200 ตัวอักษรจับฉ่ายต้องสู้สิวะ
ท้าลิขิตพลิกโชคชะตา / Mao Ni (2156/2200)
  • ท้าลิขิตพลิกโชคชะตา / Mao Ni

    เรื่องของการท้าทายลิขิตฟ้า เปลี่ยนตัวเองจากของไร้ค่ากลายเป็นยอดคนนั้นอาจจะไม่ใช่ประเด็นใหม่เท่าไรสำหรับนิยายแนวกำลังภายใน แต่ทุกเรื่องก็มีเสน่ห์ต่างกัน และสำหรับเสน่ห์ของ "ท้าลิขิตพลิกโชคชะตา" นั้น นอกจากความค่อยเป็นค่อยไปและการเติบโตของตัวละครแล้ว ก็คงเป็นการให้พื้นที่สำหรับตีความคำว่า "โชคชะตา" ด้วย

    ท้าลิขิตพลิกโชคชะตา เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มชื่อเฉินฉางเซิง เขากำพร้าพ่อแม่ อาจารย์เก็บขึ้นมาจากแม่น้ำในวัยทารกถึงเติบโตขึ้นมาได้ แต่โชคร้ายของเฉินฉางเซิงยังไม่จบเท่านั้น เพราะเขาป่วยร้ายแรง อาจารย์จึงเรียกอาการป่วยที่ไร้หนทางรักษาของเขาว่า "โชคชะตา" และโชคชะตาของเฉินฉางเซิงก็คือเขาจะอายุสั้น มีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินยี่สิบปี

    แต่ที่จริงแล้วจะเรียกว่าโรคนี้ไร้หนทางรักษาก็ไม่ถูก เพราะที่ถูกคือ "ไร้หนทางที่คนธรรมดาจะทำได้" ต่างหาก เฉินฉางเซิงในวัยสิบสี่ปีจึงลาอาจารย์ เดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อดิ้นรนเปลี่ยนชะตาให้ตัวเอง ถือเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้

    แน่นอนว่าตามสไตล์นิยายกำลังภายใน เส้นทางการเปลี่ยนชะตาของพระเอกก็ต้องเป็นการบำเพ็ญเพียร ออกกระบี่ต่อสู้ช้งเช้งๆ นับครั้งไม่ถ้วน แต่จุดเด่นของท้าลิขิตพลิกโชคชะตาก็คือ คำว่า "โชคชะตา" ของเรื่องนี้ไม่ได้วางกรอบเอาไว้ตายตัว การอ่านเรื่องนี้ชวนให้ตั้งคำถามว่าที่แท้แล้วโชคชะตาคืออะไร คือสิ่งที่ถูกเขียนไว้ในดวงดาว คือความป่วยไข้ที่พระเอกเผชิญ หรือคืออย่างอื่น

    สำหรับเรา "โชคชะตา" อีกอย่างหนึ่งที่เรื่องนี้หมายความถึงก็คือ "การตัดสินของคนนอก" คนนั้นเหยียดหยามอย่างนั้น อีกคนขีดเส้นอย่างนี้ โดยเฉพาะช่วงแรกๆ ของเรื่องที่ความเห็นของชาวบ้านชาวช่องรุนแรงมากจนอยากถามว่าเป็นบ้าไรอะ (และเป็นจุดที่ทำให้เกือบเลิกอ่านไปกลางคัน) แต่พออ่านไปถึงจุดหนึ่งแล้ว ความคิดเห็นที่น่ารำคาญของคนที่ไม่รู้อะไรเลยดันเป็นส่วนที่สื่อถึงการ "ต่อสู้กับโชคชะตา" ออกมาได้อย่างเฉียบคม เพราะเวลาคนนอกตัดสินแล้วว่าพระเอกไม่มีทางทำได้ ผลก็จะออกมาเป็นอีกอย่างทุกครั้งไป เรียกได้ว่าหน้าม้านกันไปเป็นแถบ

    อีกจุดหนึ่งที่ยิ่งชัดว่าความหมายของ "โชคชะตา" ในเรื่องนี้ไม่ได้ถูกตั้งไว้แคบๆ ก็คือการมีตัวละครหนึ่งบอกว่า "ไม่มีโชคชะตา มีแค่การเลือก" ในฐานะคนอ่านแล้วก็ขอออกตัวเลยว่าอยู่ทีมนี้ เพราะการบอกว่าเราเลือกเองได้ ฟังดูมีความหวังกว่ามีอะไรสักอย่างจับวางเราอยู่เป็นไหนๆ

    เราอ่านแล้วอยากเชื่อว่าไม่ใช่โชคชะตาที่กำหนดคน คนต่างหากที่กำหนดโชคชะตา และคิดว่าหากตัวละครทั้งหลายมีชีวิต พวกเขาก็คงคิดอย่างนี้เหมือนกัน


    แถมท้าย (ที่แปลว่าต่อจากนี้ไม่นับตัวอักษร และความยาวน้องๆ อันข้างบน)

    นิยามข้างบนหมายความว่าเราไม่ได้คิดว่าเรื่องนี้มีแค่พระเอกคนเดียวที่กำลังต่อสู้กับโชคชะตา เฉินฉางเซิงแค่ลำบากกว่าคนอื่นๆ ตรงที่ชีวิตมีเดดไลน์ (ที่หมายความว่าเดดจริงๆ) แต่เมื่อหันไปมองตัวละครอื่นที่เหมือนว่าจะมีชีวิตดีพร้อม เรากลับรู้สึกว่าพวกเขาก็กำลังต่อสู้กับโชคชะตาอยู่เหมือนกัน

    สวีโหย่วหรงเกิดมาพร้อมสายเลือดหงส์ฟ้า เป็นที่เคารพรักของผู้คน แต่ยิ่งเป็นอย่างนั้นกลับยิ่งเลือกชีวิตของตัวเองไม่ได้ ใครๆ ก็มองว่าเธอต้องแต่งงาน การแต่งงานของเธอนับเป็นคุณูปการใหญ่หลวงต่อโลกมนุษย์ บลาๆๆ แต่ไม่มีใครถามความคิดเห็นเจ้าตัวสักคน มีแค่จักรพรรดินีศักดิ์สิทธิ์ผู้มีสติที่สุดในเรื่อง (และอาจจะโนสนโนแคร์ที่สุดในเรื่อง) ที่บอกว่า "หากโหย่วหรงไม่อยากแต่งนางก็ไม่จำเป็นต้องแต่ง แต่ไม่มีใครเข้าใจเรื่องนี้"

    จักรพรรดินีศักดิ์สิทธิ์เป็นผู้ปกครองที่ชั่วร้ายและโหดเหี้ยม แต่หากลองคิดกลับกันว่าคนที่ทำอย่างนั้นเป็นผู้ชาย เป็นจักรพรรดิ การกระทำแบบนั้นก็คล้ายจะเป็นเรื่องเข้าใจได้ขึ้นมา ในแง่หนึ่งจักรพรรดินีศักดิ์สิทธิ์เองก็ต่อสู้กับโชคชะตาอยู่เหมือนกัน

    เหล่าคนที่กำลังดิ้นรนเพื่อใช้ชีวิตตามที่ตัวเองต้องการยังมีอีกมากมายในเรื่องนี้ ที่เลือกยกตัวอย่างสาวๆ เป็นเพราะเรารักสาวๆ ของเรื่องนี้มากๆๆๆๆ เท่านั้น ต่อให้บางครั้งจะถูกใช้เป็นเครื่องมือเซอร์วิสจนอ่านแล้วต้องกำหมัด แต่พวกเธอก็มีสีสันและสมบูรณ์ไม่ต่างจากตัวละครชายเลยสักนิดเดียว

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in