เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
STRUGGLEDebby, judy and cooper.
หมอคนใหม่ | Begin again
  • เวลาสิบโมงครึ่งที่ฉันนั่งรอที่เก้าอี้สีครีมเป็นเวลาเดียวกับที่ฉันเพิ่งจบ session การให้เคตามีน ฉันแทบทรงตัวไม่อยู่ อาการคลื่นไส้และปวดหัวไม่ได้ทุเลาลงแม้แต่น้อย พี่พยาบาลในวอร์ดวุ่นอยู่กับคนไข้ในที่ตะโกนและกรีดร้องด้วยอารมณ์ที่น่าตกใจ ทำให้ฉันสั่นและกลัว ฉันค่อนข้างเกลียดสถานการณ์แบบนี้เพราะเหตุการณ์นี้ทำให้ฉันนึกย้อนไปถึงเวลาที่ตัวฉันเองแอดมิดอยู่ในวอร์ด ทุกอย่างวุ่นวาย พี่พยาบาลและยามแทบจะคุมสถานการณ์ไม่อยู่ เอาเป็นว่าฉันอยากหนีออกจากตรงนี้เต็มทน 



    ฉันเริ่มต้นการหาหมอคนใหม่เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว ความรู้สึกค่อนข้างต่างไปจากเดิม ฉันรู้สึกเหมือนโดนทิ้งจากหมอคนก่อน การรักษาที่ยาวนานร่วมครึ่งปีกับหมอคนนี้ทำให้ฉันผูกพันและอยากที่จะรักษากับหมอคนเดิมอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยจังหวะเวลาที่หมอต้องย้ายไปอีกแผนก หมอคนใหม่จึงเข้ามาแทนและเริ่มรักษาฉันด้วยวิธีที่ต่างออกไป



    ฉันเดินเข้าไปในห้องตรวจหลังจากรอคิวประมาณสิบนาที วินาทีที่ฉันเจอหมอบวกกับหมออีกสามคนนั่งอยู่ข้างหลังทำให้ฉันไปต่อไม่ถูก กลายเป็นว่าในห้องนั้นมีฉันและหมอสี่คน หมอคนใหม่หรืออาจารย์หมอคนนี้เคยรักษาฉันเมื่อปีีก่อน ฉันจำได้ไม่ชัดเท่าไหร่ว่าเราเคยรักษาหรือพูดคุยกันแบบไหน สิ่งที่ฉันคุ้นเคยและชินกับมันคือการที่หมอเรียกฉันด้วยชื่อเล่น แปลว่าเราน่าจะสนิทกันประมาณหนึ่ง (จริง ๆ หมอในวอร์ดเกือบทุกคนก็เรียกฉันด้วยชื่อเล่น ไม่แปลกเลย 55555) หมอเริ่มต้นด้วยการถามว่าเป็นยังไงบ้างอาทิตย์ที่ผ่านมา อารมณ์เป็นยังไง มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง บลา ๆ ซึ่งเป็นคำถามที่ฉันสามารถตอบได้โดยที่ไม่ต้องคิดอะไรมาก ชีวิตอาทิตย์ก่อนค่อนข้างไปทางแย่และน่าเบื่อ ฉันหมดหวังกับการหางานมากขึ้นทุกทีและรู้สึกผิดที่พยายามได้ไม่มากพอ ฉันเหนื่อยกับความพยายามของตัวเองที่ไม่มีประโยชน์



    การเติบโตขึ้นของฉันบวกกับเวลาที่ผ่านไป ฉันรู้สึกเป็นต้นไม้ที่โตขึ้นด้วยการพยุงหรือค้ำยันจากคนรอบข้าง บวกกับพายุ ลม ฝนที่ถ่าโถมเข้ามาอย่างไม่มีวันหยุด ฉันหรือต้นไม้ต้นนี้พยายามประคองตัวเอง พยายามที่จะเป็นต้นไม้ที่ดี ให้ร่มเงา เป็นที่พักพิงในยามเหนื่อยล้าของผู้คนรอบข้าง แต่ด้วยอะไรหลายอย่างทำให้ฉันยอมแพ้และกำลังจะยืนต้นตาย หมอบอกว่า ฉันแบกอะไรไว้มากกว่าคนอื่น การเปรียบเทียบการดำเนินชีวิตของคนอื่นกับตัวฉันเองไม่น่าจะเป็นประโยชน์สักเท่าไหร่ ในเมื่อฉันแบกอะไรไว้หลายอย่าง การวิ่งไปข้างหน้าจึงเป็นเรื่องยาก ฉันยังไม่เชื่อคำพูดนี้ ในเมื่อฉันแบกอะไรไว้มากมาย ฉันต้องพยายามมากกว่านี้ พยายามมากกว่าคนอื่น และวิ่งไปข้างหน้าให้มากที่สุดเท่าที่คน ๆ หนึ่งจะทำได้ ฉันน่าจะรู้สึกดีและอยากมีชีวิตอยู่มากกว่านี้



    ฉันร้องไห้เป็นเผ่าเต่าเมื่อคำพูดและการอธิบายของฉันเริ่มวกวน หลายอย่างอาจจะดูไม่เป็นเหตุเป็นผล เมื่อ fixed mindset ของฉันไม่มีที่ท่าว่าจะเปลี่ยนไปตามความจริงได้ง่าย ๆ หมอเริ่มทำสีหน้าเบื่อหน่าย ฉันสัมผัสได้แบบนั้น หมอสามคนที่นั่งอยู่ข้างหลัง คนแรกนั่งฟังอย่างใจจดใจจ่อพร้อมพยักหน้าไปตามที่ฉันพูด หมอคนถัดไปก้มหน้าและพิมพ์อะไรบ้างอย่างลงมือถือ อีกคนก็เช่นกัน ฉันพยายามโฟกัสกับหมอคนที่พูดกับฉัน ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความ awkward ฉันไม่สามารถ tune กับหมอคนใหม่ได้ อาจจะด้วยระยะเวลาที่เราเพิ่งเจอกันเพียงสองอาทิตย์ ฉันไม่ควรตัดสินหรือแสดงอาการไม่พอใจออกไป 



    ในการรักษาครั้งต่อไป ฉันได้แต่ภาวนาให้ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี สิ่งที่ฉันกังวล ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเหตุการณ์ในอดีตหรือบอกประวัติของตัวเองน่าจะเบาลงบ้าง ฉันจะมองโลกในแง่ดีและพยายามปรับตัวให้เข้ากับหมอคนใหม่มากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้การรักษาง่ายขึ้นด้วย (ฉันคิดไปเองทั้งนั้น) ฉันอยากใช้พื้นที่ตรงนี้ขอบคุณหมอคนก่อนที่ดูแลรักษาเคสของฉันเป็นอย่างดี หมอทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นมากเวลาเราได้แลกเปลี่ยนอะไรบางอย่าง หรือคุยกันอย่างเปิดเผย หมอบอกว่าให้คิดว่าเราเป็น partner กัน มีอะไรก็สามารถกลับไปคุยกันได้ตลอดเวลา ฉันขอบคุณหมอและความโชคดีของตัวเอง






Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in