รีวิวเว้ย (2)Chaitawat Marc Seephongsai
โง่ศาสตร์กฎพื้นฐานว่าด้วยความโง่เขลา By Carlo M. Cipolla แปล สุนันทา วรรณสินธ์ เบล
  • รีวิวเว้ย (656) คำเตือน ถ้ารับไม่ได้กับการด่ารัฐบาล ก็จงเลื่อนผ่านรีวิวหนังสือเล่มนี้ไปเสีย เพราะหัวใจหลักของหนังสือที่เรากำลังจะรีวิวต่อไปนี้จะว่าด้วยเรื่องของ "ความโง่" และเราเชื่เหลือเกินว่าในเวลานี้ไม่มีใครโง่ไปกว่า "I hear Too และพรรคพวกของมัน" อีกแล้ว

    คำพระท่านว่า "พาโล อปริณายโก" หรือแปลเป็นไทยได้ว่า "คนโง่ คนพาล ไม่ควรเป็นผู้นำ"

    การใช้ความรุนแรงของรัฐในการสลายการชุมนุมเมื่อวานนี้ (16 ตุลาคม 2563) ทำให้วันในประวัติศาสตร์ที่หลายคนชอบผสมผสานระหว่าง 14 ตุลา 16 และ 6 ตุลา 19 จนหลายครั้งมันกลายเป็น "16 ตุลา" ไปได้แบบงง ๆ ซึ่งเมื่อวานนี้นั้นรัฐบาลคนโง่ก็ได้ทำให้วันที่ 16 ตุลา มีจริงขึ้นมาในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย กลับมาที่เรื่องของการสลายการชุมนุมเมื่อวานนี้ เราในฐานะคนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล ติดตาม รับรู้ เหตุแห่งการใช้ความรุนแรงของรัฐต่อประชาชนเป็นอย่างดีทั้งจากข่าวสารและจากช่องทางอื่น ๆ การสลายการชุมนุมและการให้สัมภาษณ์ของ "I Here Too" ก่อนที่จะถึงช่วงเย็นที่มีการชุมนุมนั้นแสดงให้เห็นถึง "ความโง่เขลาเบาบัญญา" ของทั้งตัว I Hear Too เอง และบริวารพร้อมของมันได้อย่างชัดเจน ทั้งเรื่องของการขาดสำนึกว่าหน้าที่ของตนเองในฐานะหัวหน้ารัฐบาลคือการ "บริการประชาชน" มิใช่บริการใครบางคนอย่างที่พวกมันเข้าใจ แต่ที่น่าประหลาดใจไปกว่านั้นคือภายหลังการสลายการชุมนุมเราจะพบว่ามีคนหลายคนที่เป็นคนจากฝ่ายของรัฐที่สั่งให้สลายการชุมนุมแสดงทัศนะคติที่โคตรจะแปลกและแสดงออกมาให้เห็นว่า "โง่ที่จะพูด" อาทิ คำพูดของคนที่ใหญ่ที่สุดของตำรวจ ณ เวลานั้น ที่พูดว่า "ที่บ้านไม่มีรถไฟฟ้าใช่ไหม...พาลูกน้องมา ดูรถไฟฟ้าชอบไหม" และยังไม่นับรวมคนจากฝ่ายของรัฐที่เรานั่งไล่อ่านไล่ดูการออกมาแสดงความเห็นภายหลังการสลายการชุมนุมซึ่งในฐานะของคนฟังทัศนะของคนเหล่านี้ เราได้แต่อุทานดัง ๆ ในใจว่า "ทำไมพวกแม่งโง่อย่างงี้วะ" โง่ทั้งในเรื่องของการใช้เหตุผล โง่ทั้งในเรื่องของการทำความเข้าใจในความเป็นมนุษย์ โง่ในเรื่องของสิทธิมนุษยชน และยังโง่ที่ยอมให้ใครบางคนจูงจมูกเหมือนควายและจูงคอเหมือนหมา ที่ไม่มีปัญญาและไม่มีสมองเป็นของตัวเอง ไอ้เหี้ยโง่ชิบหาย เราโกรธมาก โกรธในความโง่ของคนพวกนี้ โกรธจนต้องกลับมาถามตัวเองว่า "ทำไมพวกมันถึงโง่กันได้ขนาดนี้ (?)" และเมื่อโกรธได้ที่เราเลยนึงขึ้นได้ว่าเราเพิ่งซื้อหนังสือเล่มหนึ่งมา เมื่อเป็นเช่นนั้นเราพึงอ่านหนังสือเพื่อทำความเข้าใจในความโง่ของพวกมัน และระงับความโกรธในใจของตัวเอง เพื่อให้ได้ผลตามคำพระท่านว่า

    "โกธํ ปญฺญาย อุจฺฉินฺเท" หรือ "พึงตัดความโกรธด้วยปัญญา"  
    หนังสือ : โง่ศาสตร์กฎพื้นฐานว่าด้วยความโง่เขลา
    โดย : Carlo M. Cipolla แปล สุนันทา วรรณสินธ์ เบล
    จำนวน : 96 หน้า
    ราคา : 165 บาท

    "โง่ศาสตร์กฎพื้นฐานว่าด้วยความโง่เขลา" เป็นหนังสือเล่มเล็กจำนวนหน้าไม่หนาเท่าไหร่นัก เมื่อเทียบกับหน้าของผู้นำรัฐบาลในเวลานี้ โดยที่เนื้อหาของหนังสือ "โง่ศาสตร์กฎพื้นฐานว่าด้วยความโง่เขลา" ได้นำเสนอเรื่องของ "ความโง่เขลา" ในมิติของวิชาเศรษฐศาสตร์ ที่ในยุคนี้เราอาจจะเรียกมันได้ว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของสาขาเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม

    โดยในหนังสือได้บอกเล่าถึงกฎของความโง่เขลาเอาไว้ด้วยกัน 5 ข้อ ดังนี้

    (1) เราทุกคนประเมินจำนวนคนโง่ที่เวียนวนอยู่ในสังคมน้อยเกินไปเสมอปราศจากข้อยกเว้น

    (2) โอกาสที่ใครสักคนจะเป็นคนโง่นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับบุคลิกลักษณะอื่นใดของเขาเลน

    (3) คนโง่คือคนที่สร้างความเสียหายแก่คนอื่นกลุ่มอื่น ทั้งที่ต้นไม่ได้รับประโยชน์ กระทั่งอาจได้รับความเสียหายด้วยซ้ำ

    (4) คนไม่โง่มักประเมินอำนาจทำลายล้างของคนโง่ต่ำเกินไป

    (5) คนโง่เป็นคนประเภทที่อันตรายที่สุด คนโงเป็นอันตรายยิ่งกว่าคนโฉด

    โดยที่กฎทั้ง 5 ข้อนั้นแสดงให้ถึงรูปแบบของความโง่เขลาเบาปัญญาที่ปรากฏขึ้นมาในสังคมโลกผ่านรูปแบบและวิธีการศึกษาทางด้านวิชาการ โดยที่ในหนังสือนอกจากจะบอกเรื่องของกฎของความโง่แล้ว "โง่ศาสตร์กฎพื้นฐานว่าด้วยความโง่เขลา" ยังบอกเล่าถึงวิธีในการจำแนกคนออกเป็น 4 กลุ่มหลัก อันได้แก่ (1) คนกระจอก (2) คนฉลาด (3) คนโฉด และ (4) คนโง่

    โดยที่ใน "โง่ศาสตร์กฎพื้นฐานว่าด้วยความโง่เขลา" ได้อธิบายความแตกต่างของคนทั้ง 4 กลุ่มเอาไว้อย่างพอสังเขปและเน้นหนักไปที่เรื่องของการอธิบายลักษณะของคนโง่ที่มีทั้ง "คนโง่" และ "คนโง่+คนโฉด" ผ่านรูปแบบของการแสดงลักษณะบนแกนของกราฟแกน x และแกน y ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นมิติของ "ความโง่" ของคนโง่ที่เปลี่ยนตัวเองไปมาได้อย่างน่าสนใจ และใน "โง่ศาสตร์กฎพื้นฐานว่าด้วยความโง่เขลา" ยังคงบอกอีกด้วยว่าหายนะที่เกิดขึ้นมาจากคนโง่ที่มีอำนาจแต่ปราศจากสมองนั้นเปรียบได้กับ "ความชิบหาย" อันยิ่งใหญ่ ในส่วนนี้เราคงไม่ต้องอธิบายมากมายนัก เพราะเราคนไทยน่าจะเห็นกันดีว่าผู้นำที่มีสมองแค่ 84,000 เซลล์นั้นสร้างความชิบหายและบรรลัยให้กัลประชาชนและประเทศชาติได้มากขนาดไหนกัน

    อาจจะเรียกได้ว่า "โง่ศาสตร์กฎพื้นฐานว่าด้วยความโง่เขลา" ช่วยให้เราทำความเข้าใจ "ความโง่" ได้มากขึ้นในระดับหนึ่ง แต่ในท้ายที่สุดแล้ว "โง่ศาสตร์กฎพื้นฐานว่าด้วยความโง่เขลา" ก็ยังตอบเราไม่ได้ชัดเจนเท่าใดนักว่าเพราะเหตุใด I Hear Too และพรรคพวกที่โง่เขลาของมันถึงยังลอยหน้าไปมาได้อยู่อย่างทุกวันนี้ น่าเหนือยใจแต่ยังไงก็ยังมีหวังเพราะ "เวลา" อยู่ข้างพวกเรา

    I I I

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in