รีวิวเว้ย (2)Chaitawat Marc Seephongsai
Lunch with the FT By edited by Lionel Barber แปล สมชัย สุวรรณบรรณ
  • รีวิวเว้ย (608) #เรารีวิวอยู่ข้างประชาชน สังคมไทยเป็นสังคมนิยม "การฟัง" มากกว่าการอ่านและการเขียน ในทุกการส่งมอบเรื่องราวจากครั้งอดีตมาสู่ปัจจุบันของสังคมสยามถึงไทยนั้น หลายเรื่องส่งผ่านมาจากรุ่นสู่รุ่นในลักษณะของจาก "ปากสู่ปาก" ทำให้สังคมนี้เชื่อมั่นเข้าขั้นงมงายต่อเรื่องเล่าและตำนานต่าง ๆ ของสังคม ตำนานที่ในหลายครั้งหลายตอนมันกลายมาเป็นกลจักรสำคัญของการขับเคลื่อนความเชื่อของสังคม ตำนานที่กลายมาเป็นประเพณีที่ล้าหลังและล้าสมัย แต่ใครหลาย ๆ คนในสังคมนี้ก็ยังยึดและกอดมันเอาไว้แน่นกับตัวเอง และในหลายครั้งตำนานจากเรื่องเล่าเหล่านั้นนำพามาซึ่งความรุนแรงและความขัดแย้งกระทั่งส่งผลให้คนบางกลุ่มใช้ความรุนแรงกับคนอีกกลุ่มได้อย่างหน้าตาเฉย และมันก็ยังปรากฏแนวโน้มของปรากฎการณ์ดังกล่างอยู่ตลอดเวลาในสังคมไทย เมื่อตำนานหรือเรื่องเล่าเหล่านั้นถูกตั้งคำถามหรือท้าทาย ในท้ายที่สุดกลุ่มของคนที่กอดเก็บความสุขที่ได้เสพสมตำนานเหล่านั้นมักจะออกมาชี้หน้าด่าคนที่ไม่เชื่อในตำนานและเรื่องเล่าเหล่านั้นว่าเป็นพวก "ทรยศแผ่นดินเกิด" ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วสิ่งที่พวกเขากอดเก็บมันเอาไว้ในหลาย ๆ เรื่องมันเป็นเพียงแค่ตำนาน แล้วพวกเขาจะไม่ตื่นลืมตาขึ้นมามองดูปัจจุบันบ้างเลยหรืออย่างไร (?) นั่นคือการแสดงให้เห็นว่าสังคมเน้นฟังอย่างสังคมไทย จำเป็นที่จะต้องเปิดหู เปิดตา และเปิดใจรับฟังอะไรที่หลากหลายและกว้างไกลยิ่งขึ้น อย่างน้อย ๆ ถ้าพวกเขาฟังให้หลากหลาย หรือลองใช้สมองคิดและวิเคราะห์สิ่งที่ฟังไปบ้าง แม้เพียงน้อยนิดก็คงจะดี
    หนังสือ : Lunch with the FT
    โดย : edited by Lionel Barber แปล สมชัย สุวรรณบรรณ
    จำนวน : 656 หน้า
    ราคา : 700 บาท

    "Lunch with the FT" หนังสือที่รวบรวมเอา 52 บทสัมภาษณ์คัดสรรจากคอลัม "Lunch with the FT" ของหนังสือพิมพ์ไฟแนนซ์เชียลไทมส์ ที่ถูกคัดเลือกมาแล้วว่าเป็นบทสัมภาษณ์ที่ดีที่สุดจากผู้คนในหลาย ๆ วงการ "Lunch with the FT" กำลังแสดงให้เราเห็นถึงตัวอย่างของการอ่าน และการฟังที่มาจากหลากหลายและรอบด้าน การอ่านและฟังที่หลากหลายและรอบด้านมันช่วยให้เราเห็นอะไรได้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อสิ่งที่ได้รับฟังเหล่านั้นมันท้ามายกับความเชื่อเดิมของเรา มันจะยิ่งช่วยให้เราตั้งคำถามกับความคิดและความเชื่อเดิมของเรายิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก แต่มันต้องวางตัวอยู่บนเงื่อนไขที่ว่าการอ่านหรือฟังของเราต้องทำอย่างเปิดใจและยอมรับได้ซึ่งความแตกต่างของหลากหลายชุดข้อมูล

    "Lunch with the FT" ได้ทำการสัมภาษณ์ และนำเอาบทสัมภาษณ์ที่ได้จากการพูดคุยจากผู้คนหลากหลายวงการ มาแปลงรูปให้กลสยเป็นตัวหนังสือ ให้ใครหลาย ๆ คนได้อ่าน ได้เรียนรู้ ได้ทำความเข้าใจ และได้ทำความรู้จัก กับใครบางคนหรืออะไรบางอย่างในมิติที่กว้างและหลากหลายมากยิ่งขึ้น

    สำหรับหนังสือ "Lunch with the FT" มันเป็นหนึ่งในภาพสะท้อนของสังคมที่มุ่งเน้นในเรื่องของการฟังการบอกเล่าเป็นสำคัญ ซึ่งมันก็คงไม่ต่างอะไรกับการที่สังคมไทยนิยมฟังเรื่องเล่า แต่ความต่างอย่างหนึ่งที่ปรากฎใน "Lunch with the FT" คือ ไม่ว่าคุณจะเป็นใครคุณจะได้รับสิทธิที่จะพูด บรรยาย บอกเล่า ได้อย่างเต็ม และสิ่งเหล่านี้มันคือสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนพึงได้รับอย่างเท่าเทียม ในโลกทุกวันนี้มันไม่ควรที่จะมีใครต้องถูกทำร้าย หรือถูกทำลายเพียงเพราะเขาเห็นต่างหรือพูดไม่เข้าหูใครบางคน ทั้ง ๆ ที่เรื่องที่เขาพูดมันอาจจะเป็นความจริงก็ได้ เพียงแค่เขาพูดในสิ่งที่คุณไม่เชื่อและไม่คิดจะเปิดใจให้เชื่อก็เท่านั้นเอง แล้วมันถึงเวลาหรือยังที่สังคมนิยมเรื่องเล่าอย่างสังคมไทย ควรที่จะเปิดใจและรับฟังเรื่องเล่าและตำนานบทใหม่ที่คนรุ่นใหม่คือ "ผู้เล่าหลักของสังคมนี้"

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in