รีวิวเว้ย (2)Chaitawat Marc Seephongsai
ว่าด้วยศิลปะและชีวิต By จอห์น รัสกิน แปล ประสิทธิ์ ตั้งมหาสถิตกุล
  • รีวิวเว้ย (583) ปัญหาสำคัญประการหนึ่ง ของระบบการศึกษาหรือแม้กระทั่งระบบวิธีคิดของคนในสังคมหลาย ๆ สังคม ถูกวางเอาไว้บนฐานของการ "แยกขาด" สิ่งหนึ่งออกจากสิ่งหนึ่ง หลายครั้งการแยกขาดในลักษณะนี้ทำให้เรามองข้ามหรืออาจจะมองไม่เห็นถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ของระหว่างสิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่ง และการแยกขาดในลักษณะนี้เองที่ส่งผลให้เกิดการถกเถียงกันอย่างไม่รู้จบสิ้นในหลาย ๆ เหตุการณ์ เพราะการแนกขาดซึ่งความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งมันทำให้เราเข้าใจว่าของบางอย่างนั้นมี "ความบริสุทธิ์" ในตัวเอง เกิดขึ้นเอง ตั้งอยู่ด้วยตัวเอง โดยปราศจากการช่วยเหลือหรือปฏิสัมพันธ์กับสิ่งอื่นใด ซึ่งการมองในลักษณะนี้หลายครั้งก่อให้เกิดปัญหาขึ้นบ่อย ๆ โดยเฉพาะในเรื่องของข้อถกเถียงทางการเมือง ในหลายครั้งการแยดขาดของทุก ๆ สิ่งออกจากกันมันทำให้เรามองเห็นสิ่งที่ควรจะเห็นจากมุมและด้านเพียงด้านที่มันถูกนำเสนอเท่านั้น และมันเป๋นการตัดโอกาสที่เราจะได้มองเห็นอีกด้านและอีกมุมของสิ่งสิ่งนั้น การแยกวิชาการสาขาต่าง ๆ ออกจากกันในลักษณะของการแบ่งขาดตัดแยก ส่งผลต่อวิธีและระบบการศึกษาทั่วโลกมาเนิ่นนาน การแบ่งแยกการเมืองออกจากชีวิตประจำวันทำให้หลายคนมองว่าการเมืองไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับวิธีชีวิตของพวกเขาในทางใด ๆ และการตัดแยกแบ่งขาดศิลปะออกจากชีวิตทำให้หลายคนมองศิลปะเป็นเพียงศิลปะมิได้มองมันในฐานะอื่นใดที่นอกเหนือไปจากความงามที่ "เห็นอยู่ตรงหน้า" ดังนั้นปัญหาที่สำคัญที่สุดของหลาย ๆ สังคมในเวลานี้ คือ การมองโลกแบบตัดแยกแบ่งขาด มันสร้างมายาคติบางแบบซึ่งเรามองไม่เห็นและเราก็เชื่อง่ามายาคตินั้นไม่มีอยู่จริง
    หนังสือ : ว่าด้วยศิลปะและชีวิต
    โดย : จอห์น รัสกิน แปล ประสิทธิ์ ตั้งมหาสถิตกุล
    จำนวน : 127 หน้า
    ราคา : 200 บาท

    "ว่าด้วยศิลปะและชีวิต" เป็นการรวมเอาบทความ 2 ชิ้นของนักวิจารณ์ศิลปะคนสำคัญอย่าง "จอห์น รัสกิน" เข้าไว้ด้วยกัน นั้นคือบทความเรื่อง (1) กอธิค นิรมิตศิลป์แห่งชีวิต และ (2) งานของเหล็กในธรรมชาติ ศิลปะ และนโยบาย

    โดยที่งานทั้งสองชิ้นที่ถูกรวบรวมเอาไว้ใน "ว่าด้วยศิลปะและชีวิต" เป็นการแสดงให้เห็นถึงการตั้งคำามถึงบทบาทครั้งสำคัญของศิลปะ ว่าความเป็นศิลปะนั้นส่งผลต่อชีวิตของคนเราอย่างไร และศิลปะนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญต่อชีวิตของคนเราอยากแย่งไม่ออก ตัดไม่ขาด และไม่สามานถตัดแยกแบ่งขาดออกจากกันได้ เพราะหสกเราละเลยที่จะตั้งคำถามถึงความสำคัญของ "ศิลปะกับชีวิต" แล้วในท้ายที่สุดการสร้างงานศิลปะ หรืองานสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ก็อาจจะละเลยถึงความสำคัญที่ศิลปะเหล่านั้นจะช่วยยกระกับกามีชีวิตของคนเราให้ดีขึ้น ใงทั้งในเรื่องที่ปรากฎผลในเชิงประจักษ์ และเรื่องที่ปรากฎผลในลักษณะของนามธรรม

    อาจจะเรียกได้ว่า "ว่าด้วยศิลปะและชีวิต" ชักชวนให้เราลองตั้งคำถามถึงความสำคัญ และความสัมพันธ์ระหว่าง "ศิลปะ" และ "ชีวิต" ของเราว่าในท้ายที่สุดแล้ว การมองโลกแบบจัดแยกแล่งขาดนั้นอาจจะไม่นำพาความเปลี่ยนแปลงใด ๆ มาสู่พัฒนาการตลอดช่วยประวัติศาสตร์ของมนุษย์เลย แล้วเหตุอันใดในห่วงยามที่เราพัฒนากันมาแสนไกล ถึงได้หันกลับไปมองโลกและมุ่งหมายให้ "การตัดแยกแบ่งขาด" กลับมามีส่วนสำคัญต่อชีวิตของเราได้

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in