รีวิวเว้ย (2)Chaitawat Marc Seephongsai
ความสำเร็จดีใจได้วันเดียว By ธนินท์ เจียรวนนท์
  • รีวิวเว้ย (480) เวลาที่เราพูดถึงกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ในสังคมไทยและสังคมโลก โดยเฉพาะกับกลุ่มของบุคลที่มีอุดมการณ์บางอย่างแรงกล้า กระแสการมองกลุ่มธุรกิจเหล่านั้นในแง่ลบมักปรากฎขึ้นเสมอ ๆ อย่างในกรณีของประเทศไทยเองก็มีกลุ่มธุรกิจในลักษณะดังกล่าวอยู่มิใช่น้อย โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่กลายเป็นเป้าหมายในแทบทุกมิติทั้งด้านดีและร้าย แน่นอนว่าชื่อของ "CP" หรือเครือเจริญโภคภัณฑ์ กลายเป็นเป้าในแทบทุกมิติของคนแทบทุกกลุ่มในสังคมไทย โดยเฉพาะในมิติของการเอาเปรียบ "กินรวบ" ที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ถูกมองว่าเป็นสิ่งชั่วลายที่จงใจจะทำลายระบบบางอย่างของชุมชนและสังคม เพื่อให้กลุ่มทุนใหญ่กลายเป็นเจ้าเดียวที่สามารถแสวงหากำไรในผืนแผนดินนี้ได้ หลายครั้งเรามักจะเห็นคนลุกขึ้นมาจุดกระแส "ต่อต้าน CP" แต่ก็ยังเข้า "7-11" รวมไปถึงการต่อต้านอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ในท้ายที่สุดก็ยังต้องใช้ของของ CP อยู่ดี เพราะชื่อเขาก็บอกอยู่แล้วว่า "CP All" 
    หนังสือ : ความสำเร็จดีใจได้วันเดียว
    โดย : ธนินท์ เจียรวนนท์
    จำนวน : 304 หน้า
    ราคา : 295 บาท

    CP ดูจะกลายเป็นเป้าใหญ่ในหลาย ๆ เรื่องในรอบหลายปีที่ผ่านมาในสังคมไทย โดยเฉพาะในเรื่องของการทำการเกษตรแบบ "พันธสัญญา" ทีหลายคนรุมต่อยและตีว่าเป็นการทำการเกษตรแบบ "เอาเปรียบเกษตรกร" ปัญหาอย่างหนึ่งของภาพการรับรู้เกี่ยวกับ CP ของคนในสังคม โดยเฉพาะคนที่เสพสื่อแบบตามกระแส มักจะเชื่อว่ากลุ่มทุนใหญ่เหล่านี้มักเอาเปรียบผู้บริโภคและผูกขาดตลาดผ่านกลไกทางอำนาจและเงินตราของตนอยู่เสมอ ในมิตินี้เราเองไม่แน่ใจว่า CP ดำเนินการเช่นนั้นหรือไม่และอย่างไร

    หากแต่มิติของการทำเกษตรแบบพันธสัญญาที่ CP ถูกโจมตีในฐานะเป้าใหญ่ ในเรื่องนี้เรามองว่าการโจมตีการทำเกษตรแบบพันธสัญญาของ CP ไม่ถูกต้องนัก เพราะเอาเข้าจริงแล้วเราเคยมีโอกาสได้ทำงานวิจัยในเรื่องของตัวสัญญา ของการทำเกษตรแบบพันธสัญญาของ CP ชิ้นหนึ่ง จากการทำงานวิจัยชิ้นนั้นเราพบว่าเกษตรแบบพันธสัญญา ไม่ได้เอสเปรียบผู้บริโภคหรือไม่ได้ทำให้ผู้บริโภคล้มละลาย หากการทำตามเงื่อนไขของ CP สามารถดำเนินไปได้ตามกระบวนการบนตัวสัญญา จากการลงพื้นที่สัมภาษณ์เกษตรกรหลาย ๆ กลุ่ม เราพบว่ากลุ่มที่ล้มเหลวจากการมำเกษตรแบบพันธสัญญา น่าจะมีองค์ประกอบสำคัญอยู่ 3-4 ประการ คือ (1) ไม่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่เพียงพอและหย่อนมาตรฐาน (2) ขาดความรู้และตัดโอกาสในการเรียนรู้เพราะมองว่ามันยุ่งยาก (3) ขาดความจริงใจในการทำหน้าที่ของตนต่อผลผลิตที่ตัวเองทำ และ (4) ขาดทุนทรัพย์และขาดการบริหารทุนทรัพย์ที่ดีเพียงพอ อาจจะเรียกได้ว่าก่อนการทำวิจัยชิ้นนี้เราเองก็มองว่าการทำเกษตรแบบ "พันธสัญญา" ของ CP เป็นการเอสเปรียลเกษตรกร แต่พอได้ลงไปทำงายจริง ๆ แล้วเราพบว่าถ้ามีความผิดจากเกษตรพันธสัญญาจริง ๆ คนผิดควรจะต้องรับผิดชอบรวมกัน อาจจะด้วยเงื่อนไขตามสัญญาและระบบที่ยุ่งยากและพัฒนาตลอดเวลา รวมเข้ากับการขาดองค์ประกอบสำคัญของเกษตรกร ทำให้เกษตรพันธสัญญาโดย CP กลายเป็นวิ่งที่ถูกมองว่าเป็นปัญหาสำคัญในหลาย ๆ ครั้ง

    นี่ก็เขียนออกอ่าวเข้าป่าไปไหนแล้วก็ไม่รู้ กลับมาที่หนังสือ "ความสำเร็จดีใจได้วันเดียว" ของ "ธนินท์ เจียรวนนท์" ดีกว่าครับ

    เนื้อหาของ "ความสำเร็จดีใจได้วันเดียว" ว่าด้วยเรื่องราวของชีวิตของ "ธนินท์ เจียรวนนท์" ที่ถูกผูกโยงเอาไว้กับการทำธุรกิจของเครือเจริญฯ ที่ในหนังสือบอกเล่าตั้งแต่ความเป็นมา การก่อตั้ง และการเติบโตที่ทุก ๆ อย่างของเครือเจริญฯ นั้นพัฒนาขึ้นไปพร้อม ๆ กับการเติบโตของธนินท์ นับตั้งแต่การก่อกำเนิด กระทั่งกลายมาเป็นอาณาจักรทางธุรกิจขนาดใหญ่อย่างในปัจจุบัน

    "ความสำเร็จดีใจได้วันเดียว" บอกเล่าเรื่องราวของการทำงานของธนินท์ สลับกันไปกัลการก่อกำเนินส่วนธุรกิจต่าง ๆ ของเครือเจริญ ที่ทุกการก่อเกิดของแต่ละส่วนธุรกิจนั้นมีบทเรียน การลงมือทำ การเรียนรู้ ความสำเร็จและความผิดพลาดซ่อนเอาไว้เสมอ หลายครั้งเรามักจะคิดว่าธนินท์ และเครือเจริญทำอะไรก็ดูจะสำเร็จไปเสียทั้งหมด หากแต่เอาเข้าจริงแล้วสิ่งที่เราเห็นคือวันที่ส่วนธุรกิจต่าง ๆ สำเร็จและเติบโตได้อย่างตั้งมั่นแล้ว เบื้องลึก เบื้องหลังความลำบากของการก่อตั้งภาคส่วนต่าง ๆ คือสิ่งที่เราไม่มีโอกาสได้มองเห็นมัน

    "ความสำเร็จดีใจได้วันเดียว" คือส่วนเติมเต็มของภาพหลังฉากที่ขาดหายเหล่านั้น ความสนุกของหนังสือเล่มนี้สำหรับเราไม่ได้อยู่ที่การบอกเล่าถึงความสำเร็จในแต่ละธุรกิจ หากแต่ความสนุกของมันอยู่ที่การบอกเล่าประสบการณ์ของคนทำงานอย่างแท้จริง ว่างานแต่ละชิ้นกว่าขะออกมาเป็นอย่างที่เห็นได้นั้นมันต้องผ่านอะไรมาบ้าง และยิ่งยืนระยะเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการ เวลาที่ทำอะไรสำเร็จแล้วความสำเร็จเหล่านั้นมันล้วนแต่ "ความสำเร็จดีใจได้วันเดียว" แทบทั้งนั้น

    ใน "ความสำเร็จดีใจได้วันเดียว" บอกกับเราว่าในวันหนึ่งหากเราคิดว่าเราเก่งแล้ว เราจะหยุดพัฒนา หากเราคิดว่าเราทำสำเร็จและรอกินบุญที่ทำไปในวันข้างหน้ามันย่อมหมดลง และแน่นอนว่าถ้าเราอยากจะก้าวต่อ ๆ ไปในวันข้างหน้าจงจำเอาไว้ว่า "ความสำเร็จดีใจได้วันเดียว"

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in