รีวิวเว้ย (2)Chaitawat Marc Seephongsai
เสียดายหมอดูไม่ได้บอก By พิมพ์ฟ้า จิรเลิศรัตนไกร
  • รีวิวเว้ย (421) มีคนเคยว่าไว้ว่าสิ่งหนึ่งที่ขับเคลื่อนสังคมไทยให้เดินไปข้างหน้านอกจากตัวเลขทางเศรษฐกิจแล้ว ก็ยังมีอีกตัวเลขหนึ่งที่ขับเคลื่อนสังคมไทยอยู่อย่างลับ ๆ นั่นคือตัวเลขของวัน เดือน ปี เวลาตกฝาก และฤกษ์ผานาทีต่าง ๆ ที่ขับเคลื่อนสังคมไทยไปข้างหน้า อาจจะเรียกได้ว่าตัวเลขเหล่านี่นั้นถูกนำมาใช้คำนวนเป็นอย่างแรก ๆ ในการจะทำอะไรสักอย่างหนึ่งของคนไทย ทั้งเปิดร้าน แต่งเมีย เดินทาง ขายของ สมัครงาน หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนแปลงการปกครอง (2475) และการรัฐประหารทั้ง 13 ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งมีคนคิดคำนวนแล้วว่าเหตุกบฎที่เกิดขึ้นในไทย (จะเปลี่ยนแปลงรัฐบาบ/การปกครองแต่ไม่สำเร็จ) ทุกครั้งไม่ได้มีการสนับสนุนจากฤกษ์ผานาที แต่ทั้งการเปลี่ยนแปลงการปกครองและการรัฐประหารล้วนวางตัวอยู่บนฤกษ์ยามแทบทั้งสิ้น นี่ยังไม่นัลรวมเรื่องอื่น ๆ อีกมากที่ "โหราศาสตร์" เข้ามามีส่วนขับเคลื่อนสำคัญในสังคมไทย จำไม่ได้ว่าอ่านมาจากหนังสือเล่มไหนหรือฟังมาจากบทสัมภาษณ์ของใครสักคนว่า บริษัทขนาดใหญ่ที่สุดในไทยตอนที่จะรับพนักงานนอกจากจะเรียกมาสัมภาษณ์โดย HR แล้ว จะมีซินแสดูโหงวเฮ้งมานั่งประกบคู่กับ HR ในการสัมภาษณ์รับคนเข้าทำงานด้วย นี่ยังไม่นับรวมเรื่องราวทางการเมืองที่หลายครั้งถือฤกษ์ยามเป็นสำคัญ ถึงขนาดที่ต้องมีโหรเป็นของคณะรัฐมนตรีเอง เป็นที่น่าแปลกใจเป็นอย่างยิ่งว่าเรื่องของ "ดวงดาว/ดวงชะตา" ที่มีอยู่บนโลกนี้มาหลายพันปีเหตุใดยังคงดำรงอยู่ได้ในโลกกระทั่งปัจจุบัน และมันเป็นสิ่งเดียวที่เราเห็นว่าพลวัตรการเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้มันเสื่อมความนิยมลงนั้น "แทบไม่มี" หรือเรียกง่าย ๆ ว่าคนทุกยุคทุกสมัยยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นคนรวยล้นฟ้าหรือคนนอนบ้านหลังคามุงสังกะสี สิ่งเหล่านี้ก็สามารถเป็นที่พึ่งให้พวกเขาได้ไม่ต่างกัน
    หนังสือ : เสียดายหมอดูไม่ได้บอก
    โดย : พิมพ์ฟ้า จิรเลิศรัตนไกร
    จำนวน : 160 หน้า
    ราคา : 195 บาท

    "เสียดายหมอดูไม่ได้บอก" อาจจะเรียกได้ว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่เป็นคู่มือเบื้องต้นสำหรับคนที่สนใจในเรื่องของดวงชะตา ทั้งพวกที่ชอบดูและพวกที่อยากรู้ว่ามันดูกันยังไง สรุปแล้วที่ดู ๆ กันอยู่นี่มีองค์จริง มีหลักการและเหตุผลจริง ๆ หรือว่ามั่วขึ้นมากันแน่ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ความเห็นมันต้องมีแยกบบอกเป็น 2 แบบ ทั้งแบบที่เห็นด้วยและเชื่ออย่างหมดใจ กับแบบที่ไม่เห็นด้วยต่อต้านสุดชีวิตอาจจะถึงขั้นที่ตัดเพื่อนตัดฝูง ตัดพ่อตัดแม่ เพียงเพราะพวกเขาเชื่อเรื่อง "ดวง" ซึ่งก็น่าสนใจว่าทำไมคนหลายคนจึงเชื่อเรื่องดวงโดยที่ไม่สนใจว่ามันจะจริงหรือหลอก และกับอีกหลายคนที่จนแล้วจนรอดยังไงก็ไม่ยอมเชื่อเพราะดูแล้วมันไม่ค่อยมีเหตุผลรองรับ ถึงมีก็ไม่เชื่ออีกว่าเหตุผลแม่งจริง (อ่าวยังไงของมึงเนี่ย)

    ดังนั้นแล้ว "เสียดายหมอดูไม่ได้บอก" จึงเหมาะอย่างมากกับคนทั้ง 2 ประเภท เนื่องจากเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ได้บรรยายและอธิบายถึงเรื่องของดวงชะตาและการดูดวงเอาไว้อย่างละเอียด เข้าใจง่ายและเข้าใจได้ (อาจจะเรียกได้ว่าเป็นคู่มือดูดวง 101) ในเรื่องของการดูดวงและพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการดูดวง เพื่อทำความเข้าใจว่าเราดูดวงแล้วเราได้คำตอบเหล่านั้นจากหมอดูเพราะอะไร


    "เสียดายหมอดูไม่ได้บอก" ไม่ได้บังคับให้เราต้องเชื่อว่าหมอดู โหราศาสตร์ การดูดวง เป็นเรื่องที่จริงและถูกต้องแน่นอน หากแต่หนังสือเล่มนี้ ได้พยายามทำการอธิบายถึงตรรกะพื้นฐานของระบบการดูดวง ที่มาที่ไปของตรรกะเหล่านั้น รวมไปถึงเหตุและผลที่หมอดูเอามาใช้ในการสนับสนุนถ้อยความคำทำนายเหล่านั้น

    ยิ่งเราอยู่ในสังคมที่เรื่องของดวง ฤกษ์ยาม ที่ถูกมองเป็นสิ่งสำคัญที่อาจจะเทียบเท่าหรือมากกว่าสาระสำคัญของสิ่งที่เรากำลังจะทำ การรู้เรื่องของดวงดาว โหราศาสตร์และที่มาที่ไป รวมถึงกลไกการทำงานของมันเอาไว้บ้างก็ดูจะไม่เสียหายอะไร ในเมื่อจะเชื่อก็ควรเชื่อแบบมีความรู้และความเข้าใจเป็นฐาน และในเมื่อจะไม่เชื่อเราก็ควรจะมีข้อมูลและเห็นผลเป็นฐานในการสนับสนุนความไม่เชื่อนั้นเช่นกัน

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in