รีวิวเว้ย (2)Chaitawat Marc Seephongsai
ในหนังมีเพลง By ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์
  • รีวิวเว้ย (420) เคยลองคิดมั้ยว่าเวลาที่เรานั่งดูหนังสนุก ๆ อย่าง Endgame แล้วปิดเสียงตลอดทั้งเรื่อง หรือเอาเพลงประกอบหนังทั้งเรื่องออกไป ให้เหลือเพียงเสียงจ๊อกแจ๊กจอแจตามธรรมชาติ อารมณ์ของหนังจะเปลี่ยนไปเพียงใด (?) ฉากรวมพลเพื่อจัดการมันม่วงในตอนท้าย อาจจะกลายเป็นฉากที่คล้ายกับการที่เรายืนดูคนยกพวกตีกันตามป้ายรถเมล์ ที่เราเพียงยืนดูอยู่ไกล ๆ และได้ยินเสียงอะไรไม่ค่อยชัดเจนนัก นั่นแสดงให้เห็นว่า "เสียง" มีผลต่อภาพและการรับรู้อารมณ์ของภาพอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะเสียงเพลงที่ใช้ประกอบในหนัง หลายครั้งมันช่วยให้หนังดูสนุกและมีอารมณ์ร่วมมากขึ้น และหลายครั้งกลับกลายเป็นตัวมัน (เสียงเพลง) เองนั้นแหละ ที่ช่วยให้หนังทั้งเรื่องรอดตาย ด้วยเหตุผลที่ว่า "เพลงแม่งดี" ซึ่งท้ายที่สุดแล้วนี่เป็นการแสดงให้เห็นว่า "เพลง" เป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับหนัง ไม่แพ้ภาพและการแสดงของนักแสดง เมื่อเป็นเช่นนี้ แสดงว่าหลายครั้งเราดูทั้งหนังและฟังทั้งเพลงไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งทั้ง 2 สิ่งนี้ ต่างเกื่อหนุนกันให้หนังเรื่องหนึ่งเดินท้างไปจนถึงจุดหมายปลายทางของมันได้อย่างที่คนสร้างตั้งใจเอาไว้ หรือหลายครั้งมันอาจจะไปได้ไกลกว่ามี่คนสร้างวาดหวังเอาไว้
    หนังสือ : ในหนังมีเพลง
    โดย : ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์
    จำนวน : 280 หน้า
    ราคา : 300 บาท

    "ในหนังมีเพลง" หนังสือที่ว่าด้วยเรื่องของเพลงประกอบหนัง และหนังที่มีเพลงประกอบที่น่าสนใจ โดยเนื้อหาของหนังสือบอกเล่าถึงเรื่องราวของหนังเรื่องต่าง ๆ ที่มีเพลงประกอบที่น่าสนใจ ที่หลายครั้งเพลงประกอบหนังก็ช่วยส่งเสริมให้บทของหนังและเนื้อเรื่องแข็งแรงขึ้นอย่างมาก และอีกหลายครั้งเพลงประกอบหนังก็ช่วยชีวิตให้หนังรอดตายมาได้เช่นกัน

    "ในหนังมีเพลง" ช่วยยืนยันคำพูดที่ว่า "ดูหนังฟังเพลง" เป็นของคู่กัน ดูเป็นคำที่มีน้ำหนักขึ้นมาอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อหนังสือเล่มนี้ได้ถ่ายทอดปูมหลังของการทำเพลงของวงดนตรีต่าง ๆ ก่อนที่เพลงเหล่านั้นจะถูกนำมาประกอบหนัง หรือเพลงบางเพลงก็ถูกแต่ขึ้นมาใหม่เพื่อใช้ประกอบหนังโดยเฉพาะ และในท้ายที่สุดมันก็กลายเป็นเพลงที่ประทับใจใครหลาย ๆ คนหลังจากที่หนังจบลง อย่างเพลงประกอบของหนังเรื่อง The Secret Life of Walter Mitty (2013) ที่เพลงประกอบหนังหลาย ๆ เพลงเป็นเพลงดังครั้งอดีตอยู่แล้วและเมื่อถูกนำมากำกับเอาไว้ในหนัง เพลงเหล่านั้นยิ่งช่วยขับเน้นบริบทของหนังให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น

    หรืออย่างหนังเรื่อง Begin Again (2013) ที่เพลงประกอบถูกเขียนขึ้นมาใหม่แทบทั้งหมด และในท้ายที่สุดเพลงทั้งหมดกลายเป็นเพลงฮิตของคอหนังและคอเพลงทั่วโลกอยู่พักหนึ่ง นี่เป็นการแสดงให้เห็นว่าหนังและเพลงเป็นของคู่กัน เหมือนกับเนื้อเพลงท่อนหนึ่งที่บอกว่า "น้ำคู่เรือ เสือยังคู่ป่า ดาวคู่ฟ้า หินผาคู่ภูเขาเขียว" แน่นอนว่าบางครั้งในเพลงอาจจะไม่จำเป็นต้องมีหนัง แต่เชื่อสิ "ในหนังต้องมีเพลง" ทั้งนั้นแหละ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in