เพื่อนไม่จริงlune
เรื่องเล่าของเพื่อน
  • บางครั้งการยอมรับความจริงว่าเราไม่มีทางที่จะมาพบกันอีก 
    มันคงง่ายกว่าการเอาแต่คิดว่าสักวันเราคงได้พบกัน...



    ครั้งสุดท้ายที่เราได้พบกับเขาก็คงเป็นตอนที่เรากำลังนั่งรถกลับบ้านแล้วเห็นแผ่นหลังเขาล่ะมั้ง 

    3ปีที่แล้ว...

    การแอบชอบเพื่อนมันคงไม่ใช่เรื่องแปลกในวัยมัธยมอย่างเรา มันเป็นความสุขเล็กๆกับการที่เราทำให้เขาหัวเราะและยิ้มได้ในแต่ละวัน เราเป็นเพื่อนต่างห้องที่เริ่มสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ 
    จนเพื่อนในกลุ่มเรามองเปลี่ยนไปว่าไม่ควรสนิทกันขนาดนี้ และใช่มันแปลก ไม่ใช่เลย...

    รอยยิ้มของเขานั้นสดใสจนทำให้เรายิ้มตาม คำพูดที่เขาพูดออกมาแต่ละคำทำให้เราหัวเราะ
    แววตาของเขาที่มองมามันสวยและสดใสมากกว่าเด็กในวัยเดียวกันเสียอีก
    บทสนทนาของเราสองคนเต็มไปด้วยความสุข รอยยิ้ม และเสียหัวเราะ
    เขาเป็นคนที่ไม่เหมาะกับความเจ็บปวดไม่ว่าในเรื่องใดใดก็ตาม 
    เขาคือคนที่เราอยากให้มีความสุขและยิ้มได้เสมอ :)

    แล้ววันนั้นก็มาถึงวันปัจฉิมของวันมัธยมต้น มันไม่ได้เป็นวันที่แปลกว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีก 
    เป็นวันที่บอกว่า "แล้วเราจะพบกันใหม่"

    วันนั้นเป็นวันที่ผู้คนมากมายต่างแลกของที่เตรียมมาให้กัน 
    สิ่งที่เราให้เขาคืออัลบั้มแรกของศิลปินที่เขาชอบ
    และสิ่งที่เขาเตรียมมาให้เราคือกระเป๋าดินสอหนังใบนึง ที่ตอนนี้เรายังเก็บไว้...
    ก่อนจากกันในวันนั้น เราได้สัญญากันไว้ว่าสักวันนึงเราจะไปดูหนังด้วยกัน...
  • ปัจจุบัน...

    บทสนทนาที่ยาวที่สุดที่เราคุยกับเขาล่าสุดคงเป็นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว
    เราได้รับโทรศัพท์จากเขาในช่วงสิ้นปีนั้น เราจำได้ว่าคืนนั้นเราได้นอนตี3 เขาก็เช่นกัน
    เราเริ่มสนิทกับขึ้นมากเรื่อยๆ จนเราคิดว่า เราไม่ควรทรยศความรู้สึกในการเป็นเพื่อนที่เขาให้มา
    ปัญหาที่เขาปรึกษาก็เป็นเรื่องการตัดสินใจบางอย่าง
    เราไม่ได้เลือกคำตอบให้เขา เราแค่เสนอความเห็นต่างๆแล้วให้เขาตัดสินใจเอง
    มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเรื่องนึง หากเขาเลือกตัวเลือกใดตัวหนึ่งจะต้องมีคนเจ็บทั้งสองทาง
    แต่ตัวเลือกที่เลือกไปนั้นเองทำให้ความสัมพันธ์ของเรากับเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล...

    ทางที่เขาเลือกในวันนั้นทำให้เรากับเขาคุยกันในโซเชียลมีเดียได้น้อยลง
    เราติดตามกันทุกช่องทางไม่ว่าจะเป็น เฟสบุ๊ค ไอจี ไลน์ หรือแม้กระทั่งทวิตเตอร์
    แต่เราไม่สามารถคุยกับเขาได้เหมือนเดิมไม่ว่าจะช่องทางใด
    เพราะว่าเส้นทางที่เขาเลือกนั้นมันไม่สามารถมีเราเป็นเพื่อนได้อีกแล้ว

    หรือเราอาจจะยังเป็นเพื่อนกันอยู่ 
    เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้ความสัมพันธ์ของพวกเราคืออะไรเพื่อนหรือคนรู้จัก
    แต่สิ่งที่เรารู้อย่างแน่ชัดคือทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว...
    ตอนที่เราไปเจอกันที่เรียนพิเศษ เราไม่สามารถคุยกันได้เหมือนเดิม
    เราเริ่มห่างกันมากขึ้นเรืื่อยๆ เริ่มขาดการติดต่อกัน 
    เริ่มเดินสวนทางกันแล้วไม่มีบทสนทนา 
    รอยยิ้มที่เราเคยมีให้กัน มันหายไปแล้ว 
    นี่เราเสียเพื่อนคนนึงไปแล้วจริงๆใช่มั้ย...

  • มันเป็นบทเรียนที่ทำให้เรารู้ว่าความสัมพันธ์มันเปราะบางขนาดไหน
    ความสุขที่เราเคยมี มันไม่มีอีกแล้ว
    บทสนทนาที่มีความสุขและมีเสียหัวเราะ มันไม่มีอีกแล้ว

    คงมีแต่คนแปลกหน้าสองคนที่เคยมีความทรงจำดีๆต่อกัน
    ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเราจะจำเรื่องนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน
    เส้นทางของเราสองคนต่างกันจนรู้สึกได้ว่าคงไม่มีทางมาบรรจบกันอีกแล้ว
    เราอยากรู้เหมือนกันว่าเราเป็นแบบไหนในมุมมองที่แกมองเรา
    แต่สำหรับเราแกยังคงเป็นคนที่คู่ควรกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเสมอ
    ไม่ว่าต่อจากนี้จะเป็นยังไง เราจะพยายามจำแกให้ได้นานที่สุด
    บางอย่างมันก็เลือนหายไปตามกาลเวลา
    เรื่องราวชีวิตของแต่ละคนต่างดำเนินไปเป็นเรื่องราวของตนเอง
    มันไม่เคยมีอะไรเหมือนเดิมหรอก เราต่างโตขึ้นในรูปแบบของตัวเราเอง
    ขอบคุณแกเสมอมาที่เข้ามาอยู่ในช่วงจังหวะหนึ่งของชีวิตเรา 

    คำพูดที่เราเคยบอกกันไว้ว่าจะไปดูหนังด้วยกัน จนตอนนี้เรายังไม่ได้ไปด้วยกันเลย
    มันเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ความเป็นเพื่อนของเราได้ห่างหายไป 
    จนลืมว่าครั้งนึง เราคุยด้วยกันบ่อยกว่านี้

    ขอให้คุณเติบโตอย่างสวยงามและมีความรักที่ดีตลอดไป

    คิดถึงเสมอ :)
    จาก เพื่อน
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in