เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Look a Breathenimon
The Education of Little Tree [ลิตเติ้ลทรี]
  • ณ ห้องสมุด เดือนใบไม้ร่วง



         คุณได้เลือกหนังสือเล่มนี้ออกมาจากชั้นวางหนังสือและทางร้านเราปรุงรสอาหารเมนูสุดพิเศษนี้เพื่อคุณคนเดียว และเมนูพิเศษประจำหนังสือเล่มนี้คือ “ทาโก้ ข้าวเกรียบและน้ำกล้วยปั่น” 


         หลังจากนี้ ทางร้านเราขอเชิญคุณเข้าสู่บ้านเห็ดหลังขวาเพื่อเตรียมพร้อมรออาหารสุดพิเศษนี้ ชมสวนไปพรางๆและอ่านหนังสือไปก่อน เพื่อรออาหารมื้อพิเศษนี้


    “ธรรมและ ชาตินั้น เมื่อรวมกัน

    คือชาติ และธรรม นั้นสวยใจ

    ชนเผ่า อยู่ก่อน แล้วร่ำไป

    คุณใคร คุณค่า ของคนนั้น”



    เรื่องราวของเผ่าเชโรกี


    “มันช่างเจ็บปวดยิ่งนัก เมื่อมนุษย์ด้วยกัน 

    ทำโลกใบนี้ให้ไม่สวยงาม”

         ชนเผ่าเชโรกีเป็นชนเผ่าอินเดียแดงพื้นเมือง ชนเผ่าเดิมที่อาศัยอยู่ในอเมริกามาแต่ดั่งเดิม และวันหนึ่ง คนขาวเดินทางเข้ามา พร้อมกับฆ่าคนชนเผ่านี้ และกล่าววาจาอันหยาบคายด้วยการบอกว่า “ชนเผ่าเชโรกิเป็นชนเผ่าที่ล้าหลัง คนเลว คนชั่ว คนโง่เง่า” เพราะเพียงแค่ว่า “คนขาวเหล่านั้นตัดสินใจคนอื่นด้วยข้างเดียวหรืออัตนิยม” ซึ่งการตัดสินแบบนี้ ย่อมไม่มีผลดีต่อผู้ตัดสินเลยสักนิดและไม่มีผลดีต่อผู้ตัดสินคนอื่นด้วยเช่นกัน โดยที่หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลากับน้องๆ อีกด้วย


    เรื่องราวของหนังสือเล่มนี้เริ่มต้น


         เมื่อพ่อกับแม่ของเวลล์ตาย ญาติพี่น้องของเวลล์ทั้งหลายก็ปัดความรับผิดชอบ ส่วนเวลล์ตัดสินใจไปเกาะขาปู่ อย่างไม่ยอมปล่อยปู่ไป จนทำให้ปู่ตัดสินใจพาเวลล์ไปอยู่ด้วยกัน และเปลี่ยนชื่อเป็น “ลิตเติ้ลทรี”


         ลิตเติ้ลทรีพร้อมปู่และย่าขึ้นรถเมล์ที่คนขาวขับ และเมื่อคนขาวเห็นก็สอบถามด้วยความเหยียดว่า “มีเงินไหม” และพูดจาดูถูก ก่อนที่คนขาวเหล่านั้นที่นั่งในรถหัวเราะอย่างเสียดสีและเสียงดัง แต่ปู่กับย่ากลับเฉยๆ แถมปู่ยังผิวปากเป็นเพลงอีก


    {หากคุณไม่รับสิ่งที่คนเหล่านั้นคายความชั่วออกมา

    ความชั่วเหล่านั้นก็ไม่เข้าคุณ}



         ปู่เล่าว่า “ตอนแรก เขาทำธุริจต้มเหล้า” ซึ่งครั้งแรกเป็นธุรกิจสุจริตและปู่ก็ทำอย่างได้เงินมามาก แต่วันหนึ่ง เมื่อคนขาวเข้ามาก็บอกว่า “ต้มเหล้าคือทำผิดกฎหมาย” ดังนั้น ปู่ก็เลิกไป และที่ต้องเลิกก็เพราะจอร์จ วอชิงตัน ตัดสินใจขึ้นภาษีเหล้าอีกด้วย


         ปู่และลิตเติ้ลทรีอ่านหนังสือไม่ได้ แต่ย่าเป็นคนทำหน้าที่นี้แทน โดยการอ่านหนังสือให้ทั้งสองคนฟัง ส่วนปู่ก็สอนลิตเติ้ลทรีให้อยู่กับธรรมชาติ รักษ์โลกด้วยการอยู่กับธรรมชาติ และอยู่ด้วยกันกับสรรพสัตว์อย่างเมตตา กรุณา และโอบอ้อมอารีย์ต่อกัน 


    {ธรรมชาติ คือ คำสองคำที่แยกออกมาว่า 

    คำว่า “ธรรม” คือ ความเป็นธรรม

    และคำว่า “ชาติ” แปลว่า แผ่นดิน

    และเมื่อความหมายรวมกัน ก็คือ

    แผ่นดินที่เป็นธรรม หรือชาติที่เป็นธรรม

    ดังนั้น การทำลายธรรมชาตินั้นก็คือความไม่เป็นธรรม} 



         ลิตเติ้ลทรีมีเพื่อนเป็นเจ้าหมาแก่ล่าเนื้อสองตัวของปู่กับย่า ซึ่งมันทั้งแก่ก็ตาม แต่เมื่อมันทั้งสองร่วมกัน สามัคคีกัน ก็ปกป้องไร่ข้าวโพดของปู่จากสัตว์ที่มารบกวนไร่ได้สำเร็จ และวันหนึ่ง เจ้าหมาแก่ตัวหนึ่งหายตัว และทุกคนช่วยกันตามหา จนพบว่า มันเผลอไปชนต้นไม้เข้าและหาทางกลับไม่ได้


         วันหนึ่ง ปู่เล่าเรื่องอดีตอันโหดร้ายของชนเผ่าเชโรกี ที่คนผิวขาวฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ โดยที่ชนเผ่าเชโรกิถูกฆ่าและทำร้าย แต่ชนเผ่าเชโรกิทั้งหลายก็กอดศพพ่อ แม่ และลูก รวมถึงญาติพี่น้องทั้งหลายด้วยไม่มีน้ำตา เพราะน้ำตาไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาความโหดร้ายนี้ได้ ถึงแม้น้ำตาจะร้องมากเพียงใด ก็ไม่หยุดความโหดร้ายของชาวผิวขาวที่มีต่อชนเผ่านี้ได้


    {“อดีตเป็นสิ่งสำคัญที่ควรรู้ เพื่อจะกำหนดอนาคตอย่างถูกต้อง”คุณย่าบอก}


         ลิตเติ้ลทรีได้ถูกบางคนหลอกลวงจากการร่วมหุ้นกัน แต่เมื่อเขาถูกหลอกแล้ว คุณย่าก็บอกว่า ให้เป็นบทเรียนอันแสนวิเศษว่า “ทำอะไร ควรระมัดระวังและอย่าประมาท” ซึ่งลิตเติ้ลทรีเข้าใจและใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง จนวันหนึ่งที่เขาพึ่งพาตัวเองได้ คุณปู่กับคุณย่าก็ได้จากไปอย่างหายห่วง


    เพลงบางตอนในหนังสือ



    - ๑ -

         สรรพสิ่งรับรู้การมาถึงของเขา ทั้งป่าไม้และสายลมป่า

    บิดาขุนเขาต้อนรับด้วยเสียงเพลง พวกเขาไม่กลัวลิตเติ้ลทรี ...


    - ๒ -

         ฝ่าขุนเขาในแสงแดดบ่ายของฤดูหนาว

    เดินผ่านลวดลายเงาไม้บนทางสายนั้น

    บ่ายหน้าลงสู่กระท่อม หลังจากตามรอยไก่งวง

    นี่คือสรวงสวรรค์ที่เชโรกีรู้จักดี ...


    - ๓ -

         … เราจะไม่พูดคุยกัน ไม่บอกเล่าถึงความขมขื่นอันยาวนาน อาจหัวเราะเป็นบางครั้ง หรืออาจหาเหตุผลสักข้อเพื่อร้องไห้ หรือบางสิ่งที่เราสูญเสียไป เราอาจค้นพบ ...


    - ๔ -

    … มองหมู่เมฆเคลื่อนย้ายสะโพก 

    หยดน้ำจากกิ่งไม้ พุ่มไม้ ถอนใจแผ่วเบา

    ยินสรรพเสียงแห่งชีวิตระงมอยู่ในครรภ์หุบเขาของเธอ

    รู้สึกถึงความอบอุ่นของร่างกายเธอ ความหวานของลมหายใจ ...


    ยกตัวอย่างบางตอนในหนังสือ



    คนขาวบนรถเมล์

         … เหมือนคนขับรถเมล์ แต่นั้นมันก็เป็นภาระที่เขาต้องแบกติดตัวไป ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องเอามาคิดให้หนักหัว ...


    ถ้อยคำว่าร้าย

         … ถ้าได้ยินใครใช้ถ้อยคำว่าร้ายใคร อย่าไปตัดสินจากถ้อยคำพวกนั้น เพราะมันไม่มีความหมายอะไร ให้ตัดสินจากน้ำเสียง จำให้รู้ว่าเป็นคนที่ต่ำช้าและโกหกหลอกลวงหรือเปล่า ...


    พึ่งพาตนเอง

         … เมื่อไรที่หัวใจของเขาอยู่ในที่ที่ควรอยู่ เขาจะได้เรียนรู้ว่า “เขาควรจะให้ใคร” และสิ่งที่ควรให้ คือ ให้การเรียนรู้ที่จะทำอะไรได้ด้วยตัวเอง



    ความสำคัญต่อลิตเติ้ลทรี


         “พลัง” “ความดี” “ความจริง” “คุณธรรม” สิ่งเหล่านี้ล้วนจำเป็นต้องปลูกฝังเอาไว้ในตัวของคนทุกคน เพื่อว่า ให้คนเหล่านั้น อย่างเช่น ลิตเติ้ลทรี เป็นต้น ที่เข้าใจ และสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา จนตัวของลิตเติ้ลทรีอยู่ได้ด้วยตัวเอง และอยู่อย่างผาสุกได้อีกด้วย


         ธรรมชาติมีจิตวิญญาณ เพราะอย่างที่บอกว่า ธรรมชาติ คือ ชาติที่เต็มไปด้วยเป็นธรรมหรือแผ่นดินแห่งธรรม เพราะธรรมชาติไม่เคยโหดร้ายกับเราอย่างแท้จริง แต่กลับทำทุกอย่างตามความเป็นธรรมเสมอ ดังนั้น เช่นเดียวกันกับคน ถ้าคนเราอ้างความมีจิตวิญญาณ เราก็ต้องอ้างสิทธิ์ความเป็นธรรมชาติเช่นกัน เพื่อจะได้ช่วยดูแลธรรมชาติและเก็บธรรมชาติให้กับคนรุ่นหลังต่อไป


    [หนูอยากบอกลิตเติ้ลทรีว่า “ธรรมชาติที่ดีที่สุดคือจิตวิญญาณของเขา”]


    LOOK A BREATHE

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in