เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Look a Breathenimon
จะเป็นใครกันที่หยิบฉันออกจากชั้นหนังสือ

  • ถึง คุณรักหนังสือ เหลือล้น



         ฉันเข้าใจที่คุณรักหนังสือบอกกับฉันว่า “คนรักหนังสือ” กับ “คนรักการอ่าน” นั้นต่างกัน “เพราะคนรักการอ่านนั้นย่อมรักหนังสือด้วย แต่คนที่รักหนังสือไม่จำเป็นต้องรักการอ่าน” และฉันเข้าใจว่า เกี่ยวข้องกับหนังสือเล่มนี้โดยตรง


         “ใครๆ ก็คงคิดว่า คนที่ขลุกตัวอยู่ในห้องสมุด เป็นคนน่าเบื่อ คนน่ารำคาญ คนไม่มีคนคบ คนไม่มีเพื่อน เลยต้องมาคบกับหนังสือ” งั้น “ฉันกับคนรักหนังสือ ก็คงเป็นคนแบบพวกนี้สิค่ะ เพราะทั้งเราสองคนก็ชอบเข้าห้องสมุดกัน”


         หนังสือเล่มนี้ เล่มที่อยู่ในมือของคุณรักหนังสือ คือ เรื่องราวของหนังสือเล่มนี้ค่ะ ถามฉันว่า หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือแนวฟีลกู๊ดไหม ก็ตอบยากค่ะ เพราะหนังสือเล่มนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวของคำถามว่า “คุณคิดว่า คุณแต่ละคนเป็นหนังสือประเภทไหน” โดยเล่มนี้แบ่งเป็นเรื่องสั้นทั้งหมด ๖ เรื่องค่ะ ได้แก่


    ๑. ซาทาเกะ เด็กสาวผู้ไม่ยอมเปิดใจตัวเองให้กับใคร 

    ๒. รินนะ เด็กสาวผู้ไม่เชื่อในเรื่องความฝันในอนาคต 

    ๓. เทียร์ระ เด็กสาวผู้คิดว่า ตัวเองต้องเป็นดั่งชื่อ

    ๔. อาคาเนะ เด็กสาวที่ไม่เคยค้นพบความรู้สึกของตัวเอง

    ๕. มามิยะ เด็กสาวผู้ชอบผู้ชายที่ไม่มีอยู่จริง (จินตนาการ)

    ๖. มิซากิ เด็กสาวผู้ชีวิตไม่เหลืออะไร


    “แล้วคุณล่ะ หากคุณเป็นเด็กคนใดคนหนึ่งในนี้

    คุณจะเลือกอยากเป็นหนังสือประเภทไหน”



         ฉันบอกได้เลยว่า หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่บอกถึงความสับสน ปัญหาวัยรุ่น การบลูลี่ของเด็กๆทั้งหลาย โดยที่มีคำว่า “ยุวบรรณารักษ์ คือ ผู้ช่วยงานบรรณารักษ์ (วัยเยาว์) และครูชิโอริที่เป็น “บรรณารักษ์”” ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการทำงานของทั้งคู่ และหนังสือเป็นเพียงส่วนประกอบ (ไม่ใช่ส่วนสำคัญ) ในเรื่องเท่าไหร่ค่ะ

         ปัญหาของเด็กทั้งหลายเหล่านี้จะมีความคล้ายคลึงกัน คือ การไม่ยอมรับ การไม่เคารพ การไม่เข้าใจ และการไม่รัก “ตัวเอง” เพราะตัวเองดูแต่คนอื่น คิดถึงความรู้สึกของคนอื่น จนกระทั่งเกิดเรื่องมากมาย และสุดท้ายแล้ว ก็เหลือเพียงร่างพังๆของเด็กเหล่านี้ ความไม่เชื่อใจ ความระแวง ความสงสัยบังเกิดในเด็กเหล่านี้


         ขอยกตัวอย่างตอนหนึ่งของเรื่องที่ชอบมากที่สุกในหนังสือเล่มนี้ คือ รินนะ เด็กสาวผู้ไม่เชื่อในอนาคต โดยเพื่อนๆทุกคนลองย้อนกลับไปวัยเด็กค่ะ ว่าอาจารย์จะให้เด็กๆเขียนถึงอนาคตของตัวเองและเพื่อนๆล่ะค่ะ เขียนว่า อยากเป็นอะไรกัน ส่วนเราบอกว่าโตขึ้นมา อยากเป็นดารานางร้าย เพราะเห็นดูมีงานตลอดปี ตลอดชาติ ถึงแม้ว่า ปัจจุบันไม่ได้เป็นก็ตามแต่ก็ถือว่า ทำให้แอบคิดว่า สมัยก่อน ฉันเคยคิดอะไรแบบนี้ด้วยและเรื่องนี้เป็นเรื่องย่อตามข้างล่างค่ะ


         รินนะผู้ซึ่งคิดว่า ตัวเองคงเป็นคนไม่มีอนาคตขนาด ดังนั้น รินนะไม่รู้จะเขียนอะไรเกี่ยวกับอนาคตตัวเอง รินนะเจอกับครูชิโรอิ (บรรณารักษ์) และครูมีการพูดคุยโดยหว่านล้อม จนรินนะตัดสินใจลองอ่านนิยายดู แทนที่จะอ่านแต่การ์ตูน และบังเอิญไปพบกับจดหมายจากคนๆหนึ่งที่สอดไว้ในหนังสือ 


    จดหมายนั้นเขียนว่า 


    “โตขึ้นอยากเป็นดารา” 


    ซึ่งทั้งรินนะและครูชิโรอิพนันกันว่า 


    “ถ้าคนๆนั้นไม่ได้เป็นดารา ครูชิโรอิต้องเชื่อฟังรินนะ” 


    และคำตอบมารู้ทีหลังว่า 


    “คนๆนั้น คือ ครูขาโหดนี้เอง” 


    และถึงแม้ว่า 


    “ครูขาโหดไม่ได้เป็นดารา

    แต่รอยยิ้มที่ครูขาโหดยิ้มให้กับรินนะ

    ต้องทำให้รินนะกลับมาคิดดู” 


    ซึ่งนั้นก็คือ 


    “เพียงแค่เรากล้าที่จะฝัน

    ถึงแม้จะไม่เป็นไปตามความฝัน

    มันก็คุ้มไม่ใช่หรือ” 


    และรินนะก็เริ่มจะเข้าใจ


    “เราจะมีความสุขหรือความทุกข์นั้น

    ล้วนขึ้นอยู่กับตัวเราเองทั้งนั้น”




         ถ้าฉันพูดว่า “ไม่ว่าหนังสือเล่มไหน ก็ไม่เป็นดั่งใจคนอ่านหรอก เพราะบางครั้งเราก็โดนปกหลอก บางครั้งเราก็โดนเนื้อหาข้างในหลอก เพราะจริงๆ แล้ว มันแทบไม่มีอะไรเป็นจีรังในอารมณ์นั้นๆเลย” เปรียบดั่งว่า “เราไม่ควรตัดสินคนที่ภายนอก” และ “เราไม่ควรตัดสินคนที่ภายในเช่นกัน” จนกว่า “เราได้ใช้ตัวของเราเองพิจารณาคนเหล่านั้นด้วยตัวของเราเอง”

     

    “จะหยุดทุกข์ ทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่าง

    คือสามทาง จงจำไว้ ให้แหละดี

    เคารพรัก เชื่อตัวเอง เข้าใจมี

    สุดท้ายดี เรียนรู้ที่ รักตัวเอง”


    .. ฉันไม่ได้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญในตอนอื่นๆของหนังสือเล่มนี้หรอกค่ะ เพราะฉันอยากให้คุณรักหนังสืออ่าน และทุกคนก็จะพบว่า คงมีสักตอนหนึ่งที่เข้ากับตัวเราเองค่ะ


    จาก คนที่รู้สึกดีกับชีวิต


    LOOK A BREATHE


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in