เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Look a Breathenimon
รีวิวซีรีย์ญี่ปุ่น เรื่อง パーフェクトワールド (Perfect World)

  • ใบปิดซีรีย์ญี่ปุ่นเรื่อง パーフェクトワールド (Perfect World)




    ความหลังสำหรับซีรีย์ญี่ปุ่นเรื่องนี้


        เราเคยดูซีรีย์เรื่องนี้มาก่อนค่ะ และยังประทับใจอยู่ แต่ตอนนั้นได้รีวิวแต่หนัง ครั้งนี้ก็เลยถือโอกาสมารีวิวซีรีย์ญี่ปุ่นเรื่องนี้ค่ะ เพราะเราตัดสินใจทำตามคำสัญญาต่อคุณลูกเพจทั้งสองท่านค่ะ และครั้งแรก เราตัดสินใจจะอ่านการ์ตูนด้วย แต่เราไปสอบถามร้านผ่านฟ้าที่คุณลูกเพจแนะนำ และพบว่า มีหนังสือการ์ตูนไม่ครบค่ะ และทางร้านผ่านฟ้าก็กรุณาไปสอบถามสำนักพิมพ์ให้ ทางสำนักพิมพ์ก็แจ้งว่า มีไม่ครบเหมือนกัน เราเลยไม่ได้ซื้อการ์ตูนมาอ่าน ตอนแรกคิดว่า “จะอ่านทั้งที่ไม่ครบ” แต่ทางร้านบอกว่า “อย่าเลย เพราะจะไม่ต่อเนื่องกัน” ดังนั้น ขอบอกจากใจว่า “เสียดายที่ไม่ได้อ่านการ์ตูนหรือมังงะ” และวันนี้ก็เลยถือโอกาสที่ดีมารีวิวซีรีย์ญี่ปุ่นสุดแสนประทับใจนี้ค่ะ 


         ทุกคนเคยมีความคิดแบบเราไหมค่ะ “อิจฉาคนที่สมบูรณ์แบบ ทำไมคนนี้ถึงสมบูรณ์แบบจังนะ ชีวิตดีๆ เรียนก็เก่ง กีฬาก็ยอด หน้าตาก็ดี รวยอีก” ซึ่งเราเคยถามเพื่อนคนหนึ่ง และเพื่อนคนนั้นที่เราคิดว่า เขาสมบูรณ์แบบ เขาบอกกับเราว่า “เธอคิดว่า ผมสมบูรณ์แบบจริงๆหรอ เพราะความเป็นจริงแล้ว โลกนี้ไม่มีใครสมบูรณ์แบบหรอก” และนี้เป็นคำพูดเดียวกันจากสึงุมิ นางเอกในเรื่องเช่นเดียวกัน และเราจำได้ว่า เพื่อนคนนั้นยังบอกเราอีกประโยคหนึ่งด้วยว่า “คนที่ทำตัวว่าสมบูรณ์แบบคือคนที่ขาดตลอด” และเมื่อเราดูเรื่องนี้ ทำให้เราเข้าใจคำพูดเหล่านี้มากขึ้น


    พระเอกในเรื่องคือ Tori Matsuzaka 

    (หน้าตาน่ารัก แม่เรายังบอกว่า หล่ออีกด้วย)

    นางเอกในเรื่องคือ Mizuki Yamamoto

     (หน้าสวยมากเลย แบบพิมพ์นิยมจริงๆค่ะ)


    “โลกที่ไม่สมบูรณ์แบบนี้ 

    ที่เต็มไปด้วยบิดเบี้ยวมากเท่าไหร่

    แต่ขอเพียงโลกเรายังไม่ร้างลา

    ความเมตตา กรุณาต่อกัน

    โลกนี้ก็กลับมาสวยงามได้อีกครั้ง”


         เพื่อนๆเคยคิดไหมว่า “รักคืออะไร” เราเคยคิดกับคำถามนี้มาตั้งแต่เด็กจนโต สมัยตอนวัยรุ่นคิดว่า “รักคือรักกับผู้ชายหน้าตาดี ขาว สูง” พอโตขึ้นมาอีกนิดก็เริ่มเพิ่มคำว่า “รวย เข้ามา” แต่พอเริ่มโตกว่านี้ ก็เริ่มเพิ่มคำว่า “มั่นคงและมั่งคั่ง” แต่เดี๋ยวนี้ก็เลิกคิดแล้ว แต่เมื่อมาดูเรื่องนี้จบ ก็ถือว่า “ลบความคิดทุกอย่างแต่หนหลังไปหมด” เพราะสำหรับเราตอนนี้ “รักคือการฟันฝ่าอุปสรรคไปด้วยกัน ไม่ว่า ยากดี มีจน หรือสามีเราจะเป็นคนไม่สมบูรณ์แบบ แต่ถ้าเรามีความเชื่อมั่น เชื่อใจ ไว้วางใจ เมตตา กรุณาต่อกัน เพียงเท่านั้นจริงๆ รักคือหน้าตาแบบนี้นี่เอง”


         เรื่องนี้มีหน้าฉากเป็นบริษัท ซึ่งเราอยากขอกล่าวก่อนที่จะเริ่มเรื่องรีวิวค่ะ บริษัทหลายบริษัทถูกบังคับต้องรับคนพิการเข้ามาทำงาน หลายๆบริษัทไม่อยากจะรับ แต่ก็ขัดรัฐบาลไม่ได้ เเต่สำหรับเรื่องนี้ บริษัทยินยอมรับ เพราะไม่ได้มองว่า เขาเป็นคนพิการ แต่มองเข้าไปลึกถึงศักยภาพภายในที่แท้จริงของเขา รวมถึงบริษัทที่คาวานะอยู่ด้วยเช่นกัน ที่เธออยากเปลี่ยนมาทำงานที่ชอบ เจ้านายก็ให้โอกาส เอาเป็นว่า ถ้าลูกจ้างคนไหนเจอบริษัทแบบสองแบบนี้ ก็คงยอมอยู่กันจนตายไปข้างหนึ่งทีเดียว เพราะความเอาใจใส่ เมตตา และกรุณาที่มอบให้นั้นก็ทำให้อยู่อย่างมีความสุขแล้ว


         เพื่อนเรื่องนี้พูดได้เลยว่า “เป็นเพื่อนที่ส่งเสริมกันไปในทางที่ดี มีมิตรดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง หากแม้นมีมิตรร้ายแล้ว ย่อมพาตัวพบหายนะ” ดังนั้น เรื่องนี้ที่แสดงให้เห็นถึงเพื่อนพระเอกขอร้องให้นางเอกพาพระเอกมาเล่นบาสแบบวีลเเชร์ และเพื่อนยังช่วยส่งเสริมการงานอีก ทำให้จากเพื่อนร่วมงานกลายเป็นเพื่อนร่วมชีวิต 


         ครอบครัวของเรื่องนี้ก็เช่นเดียวกันที่ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของคำนี้ แม่ที่ต้องแอบร้องไห้ เสียใจที่ลูกพิการ แต่ก็ยังอยู่ให้กำลังใจ พ่อที่ไม่อยากให้ลูกสาวตัวเองแต่งงานกับคนพิการ แต่ตอนหลังก็ยอมรับและเข้าใจ เพราะว่า ความเป็นจริงแล้ว “ไม่มีพ่อแม่คนไหนในโลกนี้เลยที่จะไม่คิดถึงลูกก่อนตัวเอง เพราะพ่อแม่ทุกคนมักคิดถึงลูกก่อนแสมอ อยากให้ลูกมีความสุข อยากให้ลูกได้ดี ถึงตัวเองจะเป็นยังไงก็ช่าง เพราะลูกคือทุกอย่าง” นั้นคือความจริง หากแม้นลองมองพ่อแม่ที่มีลูกเป็นโจรก็ยังเอ่ยชมลูกได้จากใจที่รักลูกอย่างแท้จริงว่า “ลูกฉันเป็นคนดี” เป็นต้น


    “รักที่ว่าคือเป็นรักแบบนี้

    รักไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้น

    รักไม่มีตัวเขาและตัวเรานั้น

    รักเท่ากันสมบูรณ์แบบในมุมเรา”


    ความน่ารักของพระ-นาง


         ในวันหนึ่ง คาวานะต้องนำเอกสารมาให้เพื่อนร่วมงานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง และวันนั้นเอง วันที่คาวานะได้เจอกับรักแรกและรักเดียวของเธอ นั้นก็คือ อิทซึกิ ทั้งคู่ได้คุยกัน ซึ่งคาวานะเผลอสอบถามเรื่องเกี่ยวกับบาสกับอิทซึกิ โดยที่เธอไม่รู้ว่า เขาประสบอุบัติเหตุจนเดินไม่ได้แล้ว และเป็นอัมพาตครึ่งซีก

         หลังจากครั้งที่ทั้งคู่พบกันในร้านอาหาร ทั้งคู่ก็ได้แลกเบอร์กันและพบกันอีก อิทซึกิให้กำลังใจคาวานะในการทำงานที่ตัวเองรัก และวันหนึ่ง คาวานะจำเป็นต้องใช้ความสามารถตัวเองในการช่วยอิทซึกิ ทำให้เธอตัดสินใจที่จะทำงานออกแบบ และคาวานะกับอิทซึกิก็เริ่มที่จะออกเดตและคบกัน


         ในระหว่างนั้น น้องสาวของคาวานะก็รู้จักกับฮารุโตะ (ฮารุโตะเดินได้ แต่ใส่ขาเทียม) และทำงานที่เดียวกับอิทซึกิ ถึงทั้งสองจะมีใจให้กัน แต่น้องสาวของคาวานะก็ไม่กล้าคบกัน เพราะกลัว พ่อกับแม่จะลำบากใจ


    ความรักที่ไม่มีพรหมแดน


         เมื่อคาวานะแอบคบกับอิทสึกิ ทั้งที่พ่อกับแม่ไม่เห็นด้วย คาวานะก็ตัดสินใจไปเรียนอบรมเป็นผู้ดูแลคนพิการ และวันหนึ่งที่คาวานะ พักผ่อนไม่เพียงพอ คาวานะได้ตกลงไปที่ชานชาลา แต่อิทซึกิไปช่วยไม่ได้ 


         และเมื่อคาวานะฟื้นขึ้นมา คาวานะบอกกับอิทซึกิว่า ดีใจที่อิทซึกิไม่ได้ไปช่วยเธอ เพราะเดี๋ยวจะได้รับบาดเจ็บไปด้วย ทำให้อิทซึกิยิ่งเครียด และเมื่อพ่อของคาวานะมาขอให้อิทซึกิเลิกคบกับลูกสาว อิทซึกิจึงยอมปล่อยเธอไป ซึ่งคาวานะเสียใจอย่างมาก


    ทั้งคู่เล่นได้สมบทบาทมาก โดยเฉพาะพระเอกในเรื่อง


         หลังจากนั้นที่ไม่ได้พบกันอีกนาน พยาบาลที่เคยดูแลอิทซึกิก็ตัดสินใจบอกอิทซึกิว่า ชอบอิทซึกิ ส่วนคาวานะก็ตัดสินใจจะแต่งงานกับเพื่อนสมัยเด็ก และพยาบาลคนที่ดูแลอิทซึกิกลัวอิทซึกิจะกลับไปหาคาวานะอีก เพราะทั้งคู่ต้องมาทำงานด้วยกัน ดังนั้น เธอเลยตัดสินใจมาบอกกับคาวานะว่า เธอคบกับอิทซึกิ และเมื่ออิทซึกิจับได้ว่า เธอไปหาคาวานะ เธอก็ร้องไห้บอกว่า ไม่อยากเสียอิทซึกิไป 


         แต่วันหนึ่ง เมื่อเกิดแผ่นดินไหว คาวานะตัดสินใจทำตามหัวใจไปช่วยอิทซึกิ และอิทซึกิก็พบว่า ตัวเขาเองก็ไม่สามารถลืมคาวานะได้เช่นเดียวกับหัวใจของคาวานะที่ยังมีเขาอยู่


    ความรักของทั้งคู่เกิดขึ้นและดำเนินต่อไป


         อิทซึกิตัดสินใจนัดพบคาวานะและขอให้คาวานะกลับมาคบกับเขาอีกครั้งหนึ่ง เพราะเขาทั้งรักและไม่อยากเสียคาวานะไป ดังนั้น เขาตัดสินใจจะทำให้พ่อของคาวานะเชื่อได้ว่า เขาทำให้คาวานะมีความสุข วันหนึ่ง วันที่พ่อของคาวานะและอิทซึกินัดเจอกัน พ่อของคาวานะเผลอหัวใจวาย และอิทซึกิตัดสินใจคลานเข้าไปช่วยนำยาให้พ่อของคาวานะทาน และพ่อของคาวานะก็รอด ดังนั้นพ่อของคาวานะเลยตัดสินใจมอบคาวานะให้กับอิทซึกิ เพราะเริ่มเชื่อว่า อิทซึกิจะดูและและปกป้องคาวานะได้ 


         และเมื่อทั้งคู่แต่งงานกัน ชีวิตคู่ก็เพิ่งเริ่มต้นเอง มีอีกหลายฉากที่เราไม่ได้พูดถึง แต่เราขอบอกว่า ทุกฉากเป็นฉากที่ประทับใจจนไไม่รู้ลืมจริงๆค่ะ


    เมื่อทั้งสองคุยกัน


         เราขอยกตัวอย่างฉากที่อิทซึกิบอกว่า “เขาไม่พอใจกับการที่เขาพิการ แต่เขาก็คิดว่า เขาสามารถที่จะมีชีวิตอยู่โดยทำให้ตัวเองเกิดประโยชน์ได้อย่างไร” จริงค่ะ 


         เพื่อนๆทุกคน เราบอกได้เลยว่า “หากเลือกเกิดได้ ก็ไม่มีใครอยากพิการ แต่เมื่อเลือกเกิดไม่ได้แล้ว คนพิการที่ใช้ชีวิตอย่างสู้ไม่ถอยและมีความสุขกับปัจจุบัน ดังนั้น ทำไม คนที่ไม่พิการถึงทำไม่ได้ล่ะ เราควรจะสู้ไม่ถอยและไม่ควรที่จะปล่อยตัวให้จมไปกับความเศร้าที่ไม่รู้ลืม เพราะสุดท้ายแล้ว ชีวิตเราจะเสียเวลาไปกับเรื่องที่ไม่มีคุณค่ามากมายขนาดไหนกันเทียวคะ เราควรต้องลุกขึ้นมาสู้ต่อไปเรื่อยๆเหมือนกัน”


    ใบปิดละครเรื่อง Perfect World


    “รักและความสมบูรณ์แบบ

    อยู่ในใจของคนที่ไม่มีทั้งขาดและเกิน 

    เพราะมีแต่ความพอดี 

    ถึงทำให้รู้ว่า สมบูรณ์เป็นแบบไหน”


    Look A Breathe

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in