เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Look a Breathenimon
#391 หมาป่าโดดเดี่ยว ปราสาทเดียวดายในกระจก

  • รูปภาพนี้ หนังสือที่ผลิตโดยสำนักพิมพ์น้ำพุ

    (หน้าปกรูปแบบเดียวกับของญี่ปุ่น)



    “ไม่มีใครในโลกอยู่โดดเดี่ยวได้”


    “โคโคโระ เดินทาง ในกระจก

    พบประสก หน้ากาก เด็กหมาป่า

    พบปราสาท และเด็ก ผู้ใดหา

    กุญแจมา ไขสม ปรารถนา”


         หนังสือเล่มนี้อยู่ในกองดองมานานเพราะความหนา ทำให้ไม่ค่อยอยากจะอ่านเท่าไหร่ (บางทีก็มีความขี้เกียจบ้าง)  แต่ความหนาไม่ได้ทำให้หนังสือเล่มนี้หมดสนุก เพราะยิ่งอ่าน ยิ่งสนุกตั้งแต่ต้นจนจบ และมี “อ้าวเฮ้ย” ในตอนเกือบจบเหมือนกัน ถึงตอนที่เฉลยว่า เด็กหญิงสวมหน้ากากหมาป่าคือใคร


    รูปภาพนี้ แอบบี้อ่านไปเรื่อยๆจากตรงจนกลายเป็นเอียงและอ่านในมุมนี้ 

    เพราะไม่ว่าอ่านมุมไหน ผมก็สนุกทุกมุมมองครับ และผมก็อดสงสัยว่า

    ผมวางหนังสือแบบนี้ ผมอ่านรู้เรื่องได้ไงหว่าเนี่ย



         เราคิดว่า พอหลายคนที่อ่านจบ ก็คงสะท้อนถึงปัญหาของตัวเองในอดีต หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือสะท้อนปัญหาของวัยรุ่นทั่วโลกออกมาได้ดีมาก ซึ่งนักเขียนเขียนหนังสือเล่มนี้เขียนออกมาได้อย่างสวยงามและผูกเนื้อหาออกมาได้อย่างน่าติดตาม แถมตื่นเต้นจนจบ พอใกล้จบก็มีเงิบอีก และไม่เพียงเท่านั้น ทำให้เราลองมองย้อนดูตัวว่า 


    “เรามีเพื่อนที่ไม่ชอบมาโรงเรียนเหมือนกันไหมนะ”


    รูปภาพนี้ เด็กสวมหน้ากากหมาป่าชวนโคโคโระเข้าไปในกระจก


         โคโคโระมีปัญหาโดนเพื่อนแกล้งที่โรงเรียน ทำให้เธอไม่อยากไปโรงเรียนและวันหนึ่ง เธอมาเจอเด็กหญิงสวมหน้ากากหมาป่ามาชวนเธอเข้าไปในกระจก ซึ่งตอนที่เด็กหญิงบอกว่า ยินดีต้อนรับสู่ปราสาท โคโคโระตกใจ จนเธอได้หนีออกมาก่อน แต่ในไม่ช้า เธอก็เข้าไปอีกครั้งและพบเด็กอีก 6 คนที่ไม่ไปโรงเรียนเหมือนกัน 


         เด็กหลายคนที่ดูท่าทางไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะทั้งดูร่าเริง แจ่มใส และหน้าตาดี แต่ทำไมนะ เด็กเหล่านี้ถึงไม่ไปโรงเรียน และเด็กเหล่านี้มีปัญหาอะไร ถึงทำให้ไม่อยากไปโรงเรียน และเมื่อเด็กเริ่มต้นคุยกัน จึงพบว่า เด็กๆแต่ละคนเรียนโรงเรียนเดียวกัน ยกเว้น ริออนที่มีพี่สาวที่ได้เรียนที่นี้ แต่เสียชีวิตไปก่อน (ทุกคนเริ่มเดากันได้ยังว่า พี่สาวของริออนกับเด็กหญิงที่สวมหน้ากากเกี่ยวข้องอะไรกัน)


         เด็กๆที่อยู่โรงเรียนเดียวกันก็เลยวางแผนพบกัน แต่กลับกลายเป็นว่า ทุกคนไม่พบกัน ดังนั้น เด็กคนหนึ่งเลยบอกว่า พวกเราอยู่ในโลกคู่ขนานหรือเปล่า แต่เด็กสวมหน้ากากหมาป่ามาเฉลยว่า ไม่ใช่ (เรื่องนี้เราเดาถูกว่า ไม่ใช่โลกคู่ขนานแน่ๆ แต่เป็นอะไร เพื่อนๆลองไปอ่านกันดูค่ะ ซึ่งเราขอบอกคร่าวๆว่า เกี่ยวกับเวลาในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต) และเด็กสาวสวมหน้ากากพูดว่า


    “ฉันบอกใบ้เรื่องการหากุญแจมาให้เธอตลอด

    ฉันเรียกพวกเธอว่าหนูน้อยหมวกแดงก็จริง

    แต่บางครั้ง ฉันคิดว่าพวกเธอเหมือนหมาป่ามากกว่า 

    ไม่คิดเลยว่าจะหาไม่เจอ”


    รูปภาพนี้ รูปเล่มภาษาอังกฤษ ทำออกมาได้สวยและน่ารัก


         เมื่อโคโคโระนึกถึงคำพูดนี้ ทำให้เธอนึกถึงนิทานเรื่องหนึ่ง ซึ่งเธอรู้ว่า นิทานเรื่องนั้นไม่ใช่หนูน้อยหมวกแดง และเธอค้นหาวิธีพบเจอกุญแจพร้อมกับเปิดประตูปรารถนา และเมื่อเธอเจอล่ะ คำขอที่แท้จริงคืออะไรกันแน่ แถมเด็กหญิงที่สวมหน้ากากหมาป่าคือใคร เพื่อนๆลองไปติดตามต่อในเล่ม


    เกร็ดเล็กผสมน้อย


    รูปภาพนี้ เด็กๆเจ็ดคนจากมังงะ (น่ารักและอยากดู)


         เมื่อปัญหาเกิดขึ้นกับวัยรุ่น สิ่งสำคัญสุดคือ ครอบครัวและครูจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้โดยที่ต้องรับฟัง เข้าใจ และแก้ไข อย่างเช่น คุณแม่ของโคโคโระเข้าใจและให้กำลังใจลูก โดยพยายามที่จะให้ลูกลองเปลี่ยนโรงเรียนดูไหม และไม่ทำให้ลูกรู้สึกเครียดจนเกินไป แถมคุณพ่อก็ชื่นชมโคโคโระเมื่อทำในสิ่งที่ถูก และครูเข้าใจและแก้ปัญหาให้กับโคโคโระได้อย่างโดยตรง


         และเราจะพบว่า เด็กๆทั้งหมด 7 คนให้ความช่วยเหลือกันตลอดเวลาทั้งรับฟัง แบ่งปันความทุกข์ร่วมกัน และเข้าใจปัญหาของแต่ละฝ่าย ซึ่งทุกคนร่วมใจกัน ช่วยกัน แก้ไขปัญหาเหล่านี้ จนเด็กทุกคนโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี


    รูปภาพนี้ หลังปกหนังสือหมาป่าโดดเดี่ยว ปราสาทเดียวดายในกระจก

    (เราขอบอกว่า มีเงิบกันแน่นอนค่ะ อย่าเดามากค่ะ ค่อยๆอ่านแล้วจะพบว่า

    มีคำใบ้พูดตลอดเวลา และคำถามเด็กๆที่ถามเด็กสวมหน้ากากหมาป่า

    คือ คำตอบที่แท้จริงของหนังสือเล่มนี้ทั้งหมด

    ดังนั้น นี้ขอเป็นไม่กี่ครั้ง ที่ไม่เปิดเผยเนื้อหาสำคัญค่ะ)


    “กรรมย่อมสนองผลของการกระทำนั้นอย่างแท้จริง”


    Look A Breathe



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in