เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Look a Breathenimon
#379 สไปเดอร์ เด็กชายไล่กา


  • “เมื่อใครเปิดได้ใบนี้

    จะพบว่า ความสุขอยู่ที่ใจ”


    รูปภาพนี้ เมื่อเราจับเซียมซีได้เบอร์ที่ ๒


    “ความสุขใด อยู่ที่ ปัจจุบันนี้

    คนจะดี หรือร้าย จากกระทำ

    มือได้กำ สองข้าง ให้ขบขำ

    หากจะช้ำ ก็โทษ ใครไม่ได้”


    รูปภาพนี้ หนังสือเบ๊บ หมูน้อยหัวใจเทวดา

    (เรื่องนี้อ่านมานานเหมือนกัน เป็นเรื่องราวของหมูผู้ไม่ย่อท้อต่อชะตาชีวิตของตัวเอง และพยายามสร้างกำลังใจ แรงบันดาลใจ เมตตา ให้กับสรรพสัตว์ทั้งหลาย แถมตั้งใจที่จะแสดงออกให้เห็นว่า หมูไม่จำเป็นต้องเป็นอาหารบนจานของมนุษย์เท่านั้น แต่หมูสามารถต้อนแกะจนชนะได้เช่นเดียวกันกับหมา)


         เราไม่เคยรู้มาก่อนว่า นักเขียนท่านนี้เป็นคนเขียนเรื่อง หมูน้อยหัวใจเทวดา พอเรารู้ เราพบว่า หนังสือเล่มนี้ในมือคงจะเป็นหนังสือดีอีกเล่มหนึ่งค่ะ


    รูปภาพนี้ คุณลุงนักเขียนอารมณ์ดีที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย



         ซึ่งขอออกตัวเลยว่า หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ทำให้คนประทับใจหรือไม่ประทับใจก็ได้ เพราะบางที เราอาจคิดว่า เขาเขียนหนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับเด็กจริงๆไหมนะ หลายคนคงมีคำถามแบบนี้ในใจ แต่เรายืนยันนะว่า "เหมาะกับเด็กจริงๆ" และสำหรับเรา "ประทับใจสุดๆ"


    “เราอยากให้เพื่อนๆลองเปิดใจอ่านดูสักครั้ง

    จะพบความสุขในเล่มนี้ค่ะ”


         แต่กลับกลายเป็นว่า อย่างที่บอกข้างต้นค่ะ เมื่อเราอ่าน เราพบว่า มันคือความสุขที่เติมเต็มส่วนที่ขาดหายค่ะ แถมยังทำให้เรามองเห็นว่า สิ่งที่คนอื่นเรียกว่า ขาด มันสามารถถูกเติมเต็มให้พอได้จากตัวเราเองค่ะ 


    รูปภาพนี้ หนังสือของสำนักพิมพ์โลกหนังสือ


    “เขารักสัตว์ครับ”

    ทอมพูดถึงสไปเดอร์


         สไปเดอร์เป็นเด็กกำพร้าที่ถูกทิ้งอยู่ในฟาร์มของทอม ดังนั้น ทอมและภรรยานำเด็กคนนี้มาเลี้ยง และเมื่อตอนโตขึ้นมา ทั้งสองก็พบถึงความผิดปกติของเด็กว่า เด็กนั้นมีท่าทางคล้ายแมงมุมกำลังชักใย และเด็กมีความผิดปกติในเรื่องสมองช้า


         แต่ทั้งสองคนกลับไม่ได้คิดว่า เด็กมีความต่างจากเด็กทั่วไปเลย เพราะเขากลับพบว่า เด็กสามารถเลียนเสียงสัตว์และเป็นมิตรกับสัตว์ทุกประเภทได้ โดยเฉพาะสุนัขจิ้งจอกที่ไม่น่าจะเป็นมิตรต่อกัน แต่ก็เป็นมิตรได้


    รูปภาพนี้ ส่วนหนึ่งของคณะละครที่เล่นเรื่องนี้


         เด็กเริ่มเรียนรู้ที่จะเรียนรู้ว่า สิ่งที่ทำอยู่ดีหรือไม่ดีก็คือ วันที่เด็กถูกแกล้ง และเด็กบอกกับพ่อแม่ของเขาว่า เด็กเลว และพ่อกับแม่อยากให้เด็กไปเรียนหนังสือกับเด็กคนอื่น แต่ครูใหญ่ไม่อนุญาติ


         ดังนั้น พ่อกับแม่ก็พาเด็กกลับมาสอนหนังสือที่บ้านเองและสอนให้เด็กเรียนรู้ตามธรรมชาติ และวันหนึ่ง ในขณะที่เกิดสงคราม มีคนมาขอร้องให้เด็กไปทำหน้าที่ไล่กาที่มากัดกินพืชผลของเขา ซึ่งทอมหรือผู้เป็นพ่อบอกกับเด็กว่า ให้ไปไล่นกเลวกัน และเด็กก็ตื่นเต้นกับสิ่งที่ทำ


    รูปภาพนี้ เมื่อสุนัขจิ้งจอกที่ว่าร้ายก็เป็นมิตรกับสไปเดอร์


         เด็กตัดสินใจทำเสียงและเคาะแผ่นเหล็กเพื่อไล่อีกา ในขณะที่เด็กไล่อีกาไป เด็กจะพบว่า มีสัตว์นานาชนิดเข้ามาเล่นกับเด็ก และเด็กก็จะเล่นพร้อมเติมเต็มความสุขให้กับสัตว์เหล่านี้ ทำให้ผู้คนที่พบเห็นก็มีความสุข ถึงแม้ว่า คนเหล่านั้นจะสูญเสียลูกหรือคนรักไปจากสงครามแล้วก็ตาม


         เด็กชายสไปเดอร์ก็ยังทำหน้าที่นี้อย่างแข็งขัน จนกระทั่งวันหนึ่ง เด็กชายฝึกหมาที่ชื่อ ซิสให้ไล่อีกา ซึ่งซิสก็ทำได้ดี แต่แล้วก็มีเจ้ากระต่ายตัวหนึ่งเข้ามาจะเล่นกับสไปเดอร์ ด้วยสัญชาตญาณของหมาหรือด้วยคราวเคราะห์ของกระต่าย ก็ไม่สามารถบอกกล่าวได้ ซิสได้ฆ่าเจ้ากระต่ายตัวนั้น


    รูปภาพนี้ ความจริงของชีวิตเด็กไล่กา


         “พออ่านถึงตรงนี้ จะทำให้เราเห็นถึงความเจ็บปวดแรกของเด็กชายนามสไปเดอร์ เพราะไม่ว่าเด็กชายคนนี้จะไม่เหมือนใคร โดนคนปฏิเสธไม่ให้เรียนหนังสือและโดนคนไม่เข้าใจแกล้ง แต่เขาไม่เคยแสดงความเจ็บปวดเท่านี้มาก่อน


         สำหรับเขา สัตว์ทุกตัวคือเพื่อน ซิสคือเพื่อน เพราะเขาเป็นคนสอนมากับตัวอีกด้วย กระต่ายก็คือเพื่อน และเขาเห็นซิสที่เป็นเพื่อนรักกำลังฆ่าเจ้ากระต่ายที่เป็นเพื่อนรักเช่นเดียวกัน มันสร้างความเจ็บปวดให้กับสไปเดอร์เป็นอย่างมาก


         แต่พ่อแม่ของสไปเดอร์สามารถที่จะสอนสไปเดอร์และปลอบใจได้อย่างยอดเยี่ยม ก่อนที่พ่อแม่จะรู้ว่า ลูกป่วยเป็นโรคหัวใจอีกซึ่งก็สร้างความทุกข์ใจให้กับพ่อแม่เช่นกัน”


    รูปภาพนี้ ชีวิตคนเราก็เท่านี้


    “ขอบคุณพระผู้เป็นเจ้า เขามีความสุข”

    ทอมกล่าวกับหมาทั้งสอง


         เด็กชายสไปเดอร์ขอพ่อแม่ไปเที่ยวในฟาร์ม ก่อนที่แคธีผู้เป็นแม่บอกว่า อย่าไปไหนไกลนะ และสไปเดอร์ก็รับคำ เมื่อเวลาผ่านไปนาน ทอมผู้เป็นพ่อเห็นว่า ลูกยังไม่กลับมา พ่อก็เลยไปตาม และพบว่า ลูกตายอย่างหลับสบายในลังไม้แล้ว



         เรารู้สึกว่า เป็นการจบแบบดีที่สุดในชีวิตของเด็กคนหนึ่งที่ต้องเผชิญหน้ากับสงครามที่โหดร้ายและความผิดปกติ แต่เด็กคนนี้กลับมองข้ามสิ่งเหล่านี้ และอยู่กับสิ่งที่เป็นความสุขในปัจจุบัน รวมยังเป็นคนที่ช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปได้อีกด้วย และเรื่องราวทั้งหมดนี้สอนให้รู้ว่า


    “ไม่มีใครพรากความเป็นตัวเราไปจากเราได้

    ถ้าเราไม่เป็นคนพรากมันด้วยมือของเราเอง

    และไม่มีใครพรากความสุขไปจากเราได้เช่นกัน

    ถ้าเราไม่ได้เป็นคนใช้กายและใจพรากมันไป”


    Look A Breathe

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in